My logo

Article – SolidWorks Electrical

SOLIDWORKS 2021 Highlights เวอร์ชั่นใหม่ ล้ำกว่าเดิม!!! โปรแกรมออกแบบที่นักออกแบบด้านอุตสาหกรรมไม่ควรพลาด   พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องกับ SOLIDWORKS บทความนี้เราจะพามารู้จักกับ SOLIDWORKS 2021 Highlights กันให้มากขึ้นครับ  เหล่าสาวกนักออกแบบชาว SOLIDWORKS ย่อมทราบกันดีครับว่าในทุกๆ ปีโปรแกรมออกแบบอย่าง SOLIDWORKS จะมีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานของโปรแกรมออกแบบอยู่เสมอ แน่นอนว่า SOLIDWORKS Highlights เวอร์ชันใหม่นั้น จะต้องล้ำกว่าเดิมและน่าจับตามองอย่างแน่นอน!!!  SOLIDWORKS 2021 จะกลายเป็นส่วนหนึ่งสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณด้วยความสามารถที่หลากหลายขึ้น แต่ถ้าให้เล่าม้วนเดียวจบใน 1 บทความก็คงจะไม่พอ วันนี้เราจึงเลือกเฟ้น เน้นเฉพาะ SOLIDWORKS 2021 Highlights เด็ดๆ มาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณได้พร้อมสู่การทำงานออกแบบที่เหนือชั้นกว่า SOLIDWORKS 3D CAD 2021 1. ออกแบบชิ้นส่วนประกอบขนาดใหญ่ก็ไม่หวั่น SOLIDWORKS 3D CAD Detailing Mode มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างแบบ Drawing รวมถึงความสามารถในการเพิ่ม hole callouts, แก้ไขขนาดและคำอธิบายประกอบใน Drawing, เพิ่มรายละเอียด, Break and Crop views, มีความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นของการจัดการไฟล์ , การสลับค่า Configuration และ Automatic Lightweight mode ที่สามารถแก้ไขได้แม้กระทั่งในชิ้นส่วนที่ซับซ้อนที่สุดครับ 2. สร้างไฟล์ Assembly ง่ายดายมากขึ้น การพัฒนาในไฟล์ Assembly ในความหมายที่อยากอธิบายให้คุณเข้าใจอย่างแรกก็คือ ความสามารถในการสร้างรายงานโดยการใช้คำสั่ง interference detection ซึ่งสามารถสร้างรายงานออกมาพร้อมรูปภาพไปยังไฟล์ Excel ทั้งยังสามารถบันทึกชิ้นงานประกอบที่ผ่านการใช้คำสั่ง defeature ให้เป็น config หนึ่งในไฟล์ รวมถึงความสามารถในการแก้ไขชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบาได้อัตโนมัติ  สามารถกำหนดความยาวส่วนโค้งในการใช้ chain Pattern ได้ครับ   3. มีความยืดหยุ่น ออกแบบชิ้นส่วนได้ตามใจต้องการ คุณสามารถใช้คำสั่ง Redo เพื่อแก้ไขในคำสั่งที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งสามารถย้อนกลับได้ถึง 60 รายการเลยทีเดียวครับ อีกทั้งยังสามารถใช้คำสั่ง edge flange ในงานที่มีขอบโค้งได้และสามารถคลี่ชิ้นงาน sheet metal ที่มีความซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถกำหนด File properties และ Cut list properties ในรูปแบบที่เป็นสมการได้ 4. ถึงงานใหญ่และซับซ้อนก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการแสดงผลที่ขึ้นสำหรับ Occlusion culling , เงาบริเวณขอบของชิ้นงาน และ Drawing , การเปิด ปิดและบันทึกไฟล์ Assembly มีความรวดเร็วขึ้น , ตรวจจับและออกรายงานสำหรับอ้างอิงแบบ Circular reference รวมถึงการเพิ่มไฟล์ลงไปใน SOLIDWORKS PDM 5. ยุคใหม่แห่งการออกแบบ ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ด้วย 3DEXPERIENCE Platform 3DEXPERIENCE Platform ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยให้คุณสร้าง Workflow ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคุณให้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือใหม่ๆ ที่รับรองว่าตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน รวมถึงกระบวนการการออกแบบที่จะนำไปสู่การผลิตที่เชื่อมต่อทั้งหมดอยู่ใน Cloud ช่วยให้ทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องสามารถทำงานร่วมกันได้แบบ Real-time ได้ทุกที่ทุกเวลาบนอุปกรณ์ใดก็ได้ เพียงแค่คุณมีอินเทอร์เน็ตเท่านั้นครับ!!!   SOLIDWORKS Simulation 2021 1. คำนวณชิ้นงานที่ประกอบกันจำนวนมากได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มความรวดเร็วในคำนวณจุดเชื่อมต่อ (contact)  ซึ่งแน่นอนว่าเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการวิเคราะห์อย่างแน่นอนครับ อีกทั้งมีการประมวลผลแบบขนาน การใช้งาน CPU ที่ดีขึ้น การวิเคราะห์ความแข็งแรงที่รวดเร็วขึ้น และการสื่อสารข้อมูลต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. อีกระดับของ Mesh ที่ดีขึ้น แน่นอนครับ ว่าหลายๆ คนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณไม่สามารถทำการวิเคราะห์ งานของคุณได้เลยถ้าหากขาดการสร้าง Mesh และสำหรับในโปรแกรม SOLIDWORKS Simulation 2021 นั้น Mesh ถูกพัฒนาขึ้นเช่นกัน แล้วพัฒนาตรงไหนล่ะครับ? คำตอบก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องสร้าง mesh ให้ node ต่อเนื่องกัน ทำให้สามารถสร้าง Mesh ในชิ้นงานได้ง่ายและเร็วมากยิ่งขึ้น  โดย Accuracy ยังเหมือนเดิม นอกจากนั้นการสร้าง Mesh แบบใหม่นี้ยังช่วยตรวจเช็คคุณภาพของ mesh และมีการแจ้งเตือนเพื่อทำการแก้ไขปรับปรุง   3. ความฉลาดในตัวเองที่มีเพียง SOLIDWORKS Simulation 2021 เท่านั้น ใครกันล่ะครับที่จะไม่ต้องการวิธีที่ฉลาดมากขึ้นในการทำ Simulation ? ด้วยการเลือกตัวแก้สมการอัตโนมัติ ส่งผลให้การทำ Simulation งานของคุณมีคุณภาพตรงตามความต้องการและรวดเร็วยิ่งขึ้น SOLIDWORKS Plastics 2021 1. โครงสร้าง Plastics Manager tree ที่ถูกออกแบบใหม่ SOLIDWORKS Plastics 2021 สำหรับการออกแบบ Node ต่างๆ ในโครงสร้างของ Plastics Manage ที่จะช่วยให้กระบวนการทำงานเชิงตรรกะของการเลือกวัสดุ, Domain พิเศษต่างๆ , Parameters ต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งการวิเคราะห์งานพลาสติก ด้วยรูปแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่เหล่านี้ช่วยให้ความซับซ้อนในกระบวนการวิเคราะห์ลดลง 2. ความแม่นยำของ Cooling results ที่ถูกปรับปรุง การปรับปรุงส่วนประกอบของระบบระบายความร้อนที่มักเกิดปัญหา รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่จะแยกทางเดินของการไหลออกเป็น 2 ส่วน เมื่อใส่ใบมีดลงไปในช่อง สำหรับ Bubbler และ Plat จะถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนที่ขนาดเล็กลงภายในท่อนั่นเอง 3. ความเที่ยงตรงที่มากขึ้นและข้อมูลวัสดุที่ทันสมัย ทางเราได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่ทำงานด้านพลาสติกชั้นนำระดับโลกเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเรามีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุพลาสติกที่แม่นยำที่สุด และแน่นอนว่าจะทำให้ผลลัพธ์ในงานของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด SOLIDWORKS Electrical 2021 1. การกำหนดเส้นทางเดินสายไฟแบบ 3 มิติ ที่รวดเร็วกว่าเดิม SOLIDWORKS Electrical 2021 ประสิทธิภาพของการกำหนดเส้นทางการเดินสายไฟในรูปแบบ 3 มิติ ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นเป็นอย่างมากเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้เร็วขึ้นมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า ด้วยตัวเลือกเส้นทางเดินสายไฟภายในอุปกรณ์ที่ซับซ้อนของคุณ เพื่อให้การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยรวมของคุณออกมาดีตามที่คุณต้องการครับ 2. การปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆตามที่คุณต้องการ ไม่จำเป็นต้องอดทนใช้งานในหน้าโปรแกรมที่ยากๆอีกต่อไป เพราะตอนนี้คุณสามารถปรับแต่งทุกอย่างให้เหมาะกับการใช้งานของคุณเองได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Libraries, Projects, Product data และสามารถควบคุม Drawing ของสมาชิกในกลุ่มงานของคุณเอง คุณสามารถเชื่อใจได้เลยว่าข้อมูลต่างๆของคุณนั้นปลอดภัยและสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่คุณต้องการ 3. เพิ่มความสมจริงให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ การกำหนด Mass properties ของสายไฟ สายเคเบิลและการออกแบบชุดสายไฟภายในแบบจำลอง 3 มิติ ของเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์หรือยานพาหนะของคุณจะช่วยให้แบบของคุณมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง   ห้ามพลาด!!!! คุณสามารถรับชมบรรยากาศสดๆงาน AppliCAD’s SOLIDWORKS Innovation Day 2021 เสมือนอยู่ในงานจริงด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ Virtual Conference เพียงแค่ คลิกที่นี่ เท่านั้น   Ref What’s New in SOLIDWORKS 2021

Harness Design ชุดสายไฟ ออกแบบอย่างไร ให้ง่ายต่อการทำงาน Harness Design ชุดสายไฟ เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของงานต่างๆ ที่มีกระแสไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำหน้าที่เป็นโครงค่ายที่เชื่อมต่อส่งผ่านสัญญาณข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเป็นตัวนำแรงดันไฟเลี้ยงเพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สายไฟในรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น SOLIDWORKS Electrical เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการออกแบบงานด้านไฟฟ้าคอนโทรล อีกทั้งยังสามารถออกแบบงาน Harness Design ชุดสายไฟ ได้อีกด้วย โดยในตัวซอฟต์แวร์จะมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยในการออกแบบงาน Harness Design ให้ทำงานง่ายขึ้นและเร็วขึ้น สามารถออกแบบได้ตั้งแต่ Schematic Diagram จนถึงทำ Report ออกมาแบบอัตโนมัติ และยังสามารถต่อยอดทำเป็นโมเดล 3 มิติ ได้อีกด้วย SolidWorks Electrical เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาออกแบบเครื่องกลและไฟฟ้า (3D Mechanic and Electrical Design) ใช้ในการสร้างแผนผังวงจร, ออกแบบระบบไฟฟ้า, เลือกอุปกรณ์, การเดินสายไฟ ช่วยในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างทีมออกแบบไฟฟ้าและเครื่องกล เป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มเดียวกันทั้งทีม ลดระยะเวลาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด เพราะลดขั้นตอนการนำเข้า – ส่งออก หรือแปลงข้อมูลต่างๆ ทั้งในการทำเอกสาร เช่น BOM (Bill of Materials) ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาจากการสร้างต้นแบบ เพื่อใช้ในการสร้างต้นแบบทางเดินสายไฟ และลดการออกแบบที่ผิดพลาดจากขนาดตู้ไฟฟ้า, พาแนลและอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มนวัตกรรมและการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/3ap9ME5   ติดตามเราได้ทุกช่องทาง Facebook : https://www.facebook.com/AppliCAD.Manufacturing/ Youtube : https://www.youtube.com/applicad Line : @AppliCAD.Mi (มี @ นำหน้าด้วย) Website : https://www.applicadthai.com/manufacturing/ Tel : 02-744-9045 #HarnessDesign #SOLIDWORKSElectrical #อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ #SchematicDiagram #ชุดสายไฟ #สายไฟในรถยนต์ #เครื่องใช้ไฟฟ้า #โมเดล3มิติ #กระแสไฟฟ้า #Electrical  

SketchUp to SOLIDWORKS วิธีการแปลงไฟล์ด้วยขั้นตอนง่ายๆ โดยผู้ใช้งานทั้งสองโปรแกรมนั้น อาจจะต้องมีการรับส่งไฟล์จากโปรแกรมหนึ่งไปอีกโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็ประสบปัญหานามสกุลไม่ตรง ไฟล์เพี้ยน ในหัวข้อนี้จะขอแนะนำการแปลงไฟล์จากโปรแกรม SketchUp ไปเปิดในโปรแกรม SOLIDWORKS มาดูวิธีการแปลงไฟล์กันได้เลยครับ SketchUp Pro 2020 (สเก็ตอัพ โปร) โปรแกรมออกแบบบ้านสามารถออกแบบอาคารบ้าน หรือโมเดล 3D สามารถจำลองแบบ 3 มิติ สำหรับการใช้งานด้านการวาดภาพ 3D ที่หลากหลาย เช่น สถาปัตยกรรมการออกแบบตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรมวิศวกรรมโยธา และเครื่องกล ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว SOLIDWORKS Premium 2020 (โซลิตเวิร์ค) โปรแกรมด้านการออกแบบ 3 มิติ ที่ง่ายต่อการเรียนรู้ สามารถออกแบบชิ้นงานได้คลอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยวิศวกร ช่วยลดระยะเวลาในการออกแบบ และลดข้อผิดพลาดจากการสื่อสารระหว่างการออกแบบ เพิ่มความมั่นใจให้กับคุณว่า SOLIDWORKS สามารถช่วยให้งานออกแบบเกิดประสิทธิภาพสูงสุด   1.เริ่มจากการ Export Model ในหน้าต่าง SketchUp เป็น 3D Model…   2.เลือก Export Save as Type เป็นนามสกุล IFC File (*.ifc)   3.นำ IFC File ที่ได้มาเปิดใน โปรแกรม SOLIDWORKS โดยใช้คำสั่ง File > Open > เลือกนามสกุลเป็น IFC 2x3(*.ifc) จากนั้นเลือก Options…   4.จากนั้นในหน้าต่าง System Options – General เลือกไปที่ Import > ทำการ Uncheck Box Enable 3D Interconnect > ทำการเลือกไฟล์งาน IFC File > Open เพียงเท่านี้ผู้ใช้ก็สามารถเปิดไฟล์และสามารถทำงานต่อได้ทันที ด้วยวิธีง่ายๆ ครับ ผู้จัดทำ : อิทธิวรรต รายการเอ็นจิเนียร์ฟองฟอด ถ่ายทอดสดทุกวันอังคาร หรือชมย้อนหลังผ่านทาง FB: SolidWorks Thai AppzMenu : Platform สำหรับนักเขียนแบบ นักออกแบบ และวิศวกรทุกท่าน เพื่อเป็นตัวช่วยที่ทำให้การทำงานง่ายขึ้นเร็วขึ้น และดีขึ้น (สมัครสมาชิกฟรี พร้อมสิทธิพิเศษในการรับชมวิดีโอสอนต่างๆ พร้อมทั้งเครื่องมือช่วยในการทำงานอีกมากมาย) Youtube : แหล่งรวมวิดีโอทุก Solution ของ AppliCAD ที่ให้สาระ ความรู้ เคสประสบการณ์จากผู้ใช้จริง รวมทั้งเทคนิคและรีวิวการใช้งานโปรแกรมต่างๆ มากมาย

เครื่องมือที่ช่วยออกแบบไฟฟ้า SolidWorks Electrical  หนึ่งในเรื่องยุ่งยากของการออกแบบไฟฟ้า คือ การระบุข้อมูลของตัวอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Part Number, Description, Terminal Name และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งเป็นในส่วนของตัว PLC ที่มี Terminal จำนวนมากทำให้เราเสียเวลาไปกับการออกแบบ SolidWorks Electrical เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบไฟฟ้ามี Database รองรับในส่วนต่างๆ รวมถึงตัว Manufacturer Part ซึ่งมีรายละเอียดของอุปกรณ์ไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้เก็บเป็น Database ของเราได้เอง โดยการสร้างเพียงหนึ่งครั้งและนำไปใช้ในครั้งถัดไปได้ครับ ข้อมูลเพิ่มเติม : SolidWorks Electrical  

Software SolidWorks Electrical มีคำสั่ง Excel Export/Import คำสั่งนี้ช่วยให้คุณสามารถจัดการข้อมูลโครงการนอก SolidWorks Electrical ได้ ข้อมูลจะถูกส่งออกผ่านไฟล์ Excel ซึ่งคุณสามารถแก้ไขเครื่องหมายข้อมูลผู้ใช้ ข้อมูลชิ้นส่วนของผู้ผลิต ฯลฯ หลังจากนั้นข้อมูลนี้จะถูกนำเข้าไปยังโครงการเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลโครงการ คุณสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงหรือสามารถเก็บข้อมูลต้นฉบับได้ ในการส่งออกหรือนำเข้าข้อมูลคำสั่งนี้ใช้ไฟล์ Excel ในการจัดการ ซึ่งง่ายมากต่อการแก้ไขและยังทำให้คุณสามารถทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม : SolidWorks Electrical      

SolidWorks Electrical เป็น Software ที่ช่วยในการออกแบบงานไฟฟ้าคอนโทรล งานไฟฟ้าเครื่องจักรกลอัตโนมัติ หรืองานไฟฟ้าอื่นๆ อีกมากมาย สามารถออกแบบได้ตั้งแต่ แผนผังแบบไฟฟ้า (Schematic) งาน Layout 3D รวมไปการทำเอกสารต่างๆได้อย่างอัตโนมัติ หลายท่านอาจคิดว่าขอบเขตการใช้งานของ SolidWorks Electrical นั้นจะมีแค่ตามที่กล่าวมาข้างต้น แต่จริงๆ แล้ว SolidWorks Electrical สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆได้อีก เช่น งาน PCB Design งาน PCB Design เป็นงานที่เกี่ยวกับการออกแบบด้านอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่ทุกคนรู้จักกันคือ PCB BOARD สิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หรือถ้าทางด้านงานอุตสาหกรรมก็จะเป็นพวก Robot หรือเครื่องจักรกลอัตโนมัติก็จะมี PCB BOARD เข้ามาเกี่ยวข้อง ในการใช้งานนั้นก็จะมีการเดินสายไฟเช่นกันเหมือนกับงานทางด้านไฟฟ้า ซึ่ง SolidWorks Electrical ก็สามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้เช่นกันครับ ข้อมูลเพิ่มเติม : SolidWorks Electrical 

  ซอฟต์แวร์ที่สามารถเขียนระบบไฟฟ้าได้ในรูปแบบ Schematic 2D Drawing และ 3D Drawing สามารถทำรายงานของอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในแบบได้ พร้อมทั้งเดินสายไฟแบบอัตโนมัติ และเชื่อมโยงกับ BOM รวมถึงออกแบบจุดสายไฟตามจุดเทอมินอลต่างๆ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของ SOLIDWORKS Electrical ได้ที Website : https://www.applicadthai.com/solidwor… Facebook : https://www.facebook.com/SolidWorksEl… บทความที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานอุตสาหกรรมการเขียนแบบไฟฟ้า ออกแบบงานไฟฟ้า ทำไมต้อง SolidWorks Electrical Smart Electrical Design เจาะลึกการเชื่อมต่อสายไฟ กับ SOLIDWORKS Electrical

  คุณเคยต้องแก้ปัญหาหรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า และต้องพยายามหาความยาวของสายไฟที่ถูกเชื่อมต่อไปยังหลายๆ จุดหรือไม่??? แล้วคุณมั่นใจไหมว่า ดึงสายไฟที่ต้องการออกมาถูกสาย??? ในหนึ่งโปรเจกต์ระบบไฟฟ้าของคุณมีสายไฟกี่เส้น? 10? 100? 1,000? หรือมากกว่านั้น เห็นได้ชัดว่า จำนวนขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังออกแบบ และแตกต่างกันไปสำหรับทุกคน ยิ่งโปรเจกต์ที่มีความซับซ้อนมากๆ ตัวเลขของสายไฟก็จะยิ่งเพิ่มจำนวน แต่ความกังวลของคุณจะหมดไป เมื่อได้อ่านบทความนี้ “เมื่อปี 1948 รถครอบครัวส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วยสายไฟแค่ 55 สาย ความยาวรวมกันแค่ 46 เมตร ส่วนในรถหรูระดับพรีเมี่ยมจะประกอบไปด้วยสายลวดทองแดงประมาณ 1,500 เส้น แต่ละเส้นยาวประมาณ 1,600 เมตร” ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีการผลักดันให้มีการขับขี่โดยระบบอัตโนมัติ คุณลองจินตนาการถึงจำนวนของสายไฟเหล่านั้นที่ต้องมีเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในฐานะที่เป็นวิศวกร เราจึงต้องสื่อสารข้อมูลให้ได้มีประสิทธิภาพ สามารถทำการบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาได้ นั่นหมายถึงการให้รายละเอียดของสายไฟทุกสาย   การกำหนดหมายเลขของสาย โดยใช้ความสามารถของ SOLIDWORKS Electrical เป็นอะไรที่ถูกพูดถึงว่าง่าย มันประหยัดเวลามากและง่ายต่อการทำงานด้วย เรามาเริ่มยกสายไฟชุดนั้นมาทำในเครื่องมือนี้กันเลยดีกว่า จากรูป : แบบวงจรสายไฟนี้ยังต้องกำหนดหมายเลขของสายไฟ   ลองดูที่รีพอร์ต ซึ่งถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติ สำหรับรายการทั้งหมดของสายไฟ ซึ่งมีมากกว่า 1,500 รายการ   ในทางปฏิบัติ การเพิ่มตัวเลขแค่เลือกคำสั่ง  “Number New Wires” หรือ “Renumber Wires” ในเวลาเพียงแค่ 1 นาที 13 วินาที จะมีหมายเลขปรากฎที่สายไฟครบทุกสาย ทั้งนี้เวลาจะแปรผันตามจำนวนของสายไฟ และแน่นอนว่าในโปรเจกต์เล็กๆ ย่อมใช้เวลาน้อยกว่า     เห็นไหม ทั้งหมดมันก็แค่นี้เอง ง่ายจะตายไป   “อย่างไรก็ดี สายไฟของแต่ละงาน ก็มีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง” มาดูวิธีการตั้งค่ากันดีกว่า ไปที่ คำสั่ง “Project Settings Wire Style Manager” ด้วยคำสั่ง Wire style เราสามารถกำหนดหมายเลขของสายแต่ละเส้น พร้อมทั้งใช้สัญลักษณ์เดียวกันด้วย หรือจะเลือกให้โชว์หมายเลขของสายที่ส่วนปลายของสาย หรือตรงกลางสายก็ได้ การกำหนดคุณสมบัติของสายไฟที่ต่างกัน ให้ได้ภายในครั้งเดียวกันนั้น คุณสามารถทำได้โดยเลือกสายไฟหลายสายในครั้งเดียว เพื่อที่จะกำหนดรูปแบบให้กับสายที่จะเลือกได้ภายในครั้งเดียวกัน ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างคำสั่งเพียงเล็กน้อย ซึ่ง SOLIDWORKS Electrical ยังมีคำสั่งและเครื่องมืออีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการออกแบบระบบไฟฟ้าของคุณให้มีมากขึ้น และลดเรื่องความผิดพลาดในการทำงานให้น้อยลง ชมข้อมูลเพิ่มได้ที่ : https://www.applicadthai.com/article-electrical/ อ้างอิง : https://www.cati.com/blog/2017/04/which-wire-the-red-one/

การทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาหนึ่งผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะส่งไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ นั้นจะต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศนั้นๆ เสียก่อน เรามาทำความรู้จักกับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ดังนี้ ANSI (American National Standards Institute) สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา คือ องค์กรในสหรัฐอเมริกา มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) โดยใช้ชื่อว่า American Engineering Standards Committee และได้มีการปรับปรุงในปี พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1928) โดยเปลี่ยนชื่อเป็น  American Standards Association ในปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ได้มีการจัดตั้งองค์กรนานาชาติขึ้นมา โดยมีประเทศ 25 ประเทศเข้าร่วม และสุดท้ายในปี พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น  American National Standard Institute หรือ ANSI ในปัจจุบัน เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร ซึ่งดูแลการพัฒนามาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์, บริการ, กระบวนการ, ระบบ และบุคลากรในประเทศสหรัฐอเมริกา องค์กรยังประสานมาตรฐานของสหรัฐฯ กับมาตรฐานสากลเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของอเมริกาสามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก JIS (Japanese Industrial Standards) ทำหน้าที่ระบุมาตรฐานที่ใช้สำหรับกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่น กระบวนการออกมาตรฐานจะได้รับการประสานงานโดยคณะกรรมการมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards Committee) และผ่านทางสมาคมมาตรฐานแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japanese Standards Association) คณะกรรมการมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วยคณะกรรมการหลายประเทศทั่วโลกและมีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมมาตรฐานในประเทศญี่ปุ่น IEC (International Electrotechnical Commission) คณะกรรมาธิการด้านวิศวกรรมไฟฟ้าระหว่างประเทศ เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ไม่หวังผลกำไรที่จัดทำและเผยแพร่มาตรฐานสากล สำหรับเทคโนโลยีไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง มาตรฐาน IEC ครอบคลุมเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าการส่งและการจัดจำหน่าย ไปจนถึงเครื่องใช้ภายในบ้านและอุปกรณ์สำนักงาน สารกึ่งตัวนำไฟเบอร์ออฟติก แบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ นาโนเทคโนโลยีและพลังงานทางทะเล ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย เป็นยังไงกันบ้าง แค่ประวัติความเป็นมาก็ยาวแล้วใช่ไหม ยิ่งรายละเอียดข้อบังคับของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในด้านงานทางไฟฟ้านั้นมีข้อกำหนดต่างๆ มากมาย ส่วนนึงที่สำคัญ คือ “เอกสาร” ไม่ว่าจะเป็นแบบทางไฟฟ้าต่างๆ นอกจากแบบไฟฟ้าแล้วการทำผลิตภัณฑ์ยังมีเอกสารที่สำคัญ เช่น รายการวัสดุ (Bill of Materials) เพียงแค่เอกสารก็ปวดหัวมากแล้ว ถ้ายังทำแบบไฟฟ้าวิธีเดิมๆ อาจมีเรื่องความผิดพลาดมาเกี่ยวข้องอีก จะดีแค่ไหนถ้ามีเครื่องมือที่ช่วยลดความผิดพลาดและถอดรายการวัสดุ “SolidWorks Electrical” คือเครื่องมือที่กล่าวมาข้างต้น “SolidWorks Electrical” คือ เครื่องมือที่ช่วยในการทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบทางไฟฟ้าต่างๆ มีสัญลักษณ์มาตรฐานทั้ง ANSI และ IEC ในการวาดแบบไดอะแกรมแผนผัง (Schematic Diagram) และแบบไดอะแกรมเส้นเดียว (Single Line Diagram) รูปที่ 1 ตัวอย่างสัญลักษณ์มาตรฐาน ANSI และ IEC นอกจากสัญลักษณ์มาตรฐานแล้วยังมีความสามารถในการถอดรายการวัสดุ และการทำแบบสำหรับแสดงการเข้าสายไฟระหว่างอุปกรณ์ (Terminal Diagram) รูปที่ 2 ตัวอย่างรายการวัสดุและ Terminal Diagram นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดในการทำ 3D ด้วยโปรแกรม “SolidWorks” ที่จะช่วยให้การทำ Layout ต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยการนำข้อมูลต่างๆ จากแบบไฟฟ้า 2D มาทำ 3D ที่เชื่อมโยงกันแบบ Real-Time ช่วยให้การสื่อสารกันระหว่างแผนกเป็นเรื่องง่ายและชัดเจนเห็นภาพหลายมิติ แม้กระทั่งเห็นทางเดินสายไฟที่เชื่อมต่อระหว่างตู้ควบคุมกับอุปกรณ์ ตลอดจนรู้ความยาวสายไฟที่จุดเชื่อมต่อต่างๆ             รูปที่ 3 ตัวอย่าง Layout ตู้ รูปที่ 4 ตัวอย่างแสดงทางเดินสายไฟจากตู้ควบคุมไปถึงอุปกรณ์ รูปที่ 5 แสดงความยาวสายไฟที่จุดเชื่อมต่อต่างๆ สุดท้ายนี้ขอแนะนำสังคมแห่งการเรียนรู้เกี่ยวกับงานด้านการเขียนแบบทางไฟฟ้าในแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “SolidWorks Electrical Thai” ที่คุณจะได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับงานด้านการเขียนแบบทางไฟฟ้า รวมถึงเทคนิคการเขียนแบบได้รวดเร็วขึ้น โดยที่ความผิดพลาดต่างๆ ลดลงหรือไม่มีความผิดพลาดเลยนั่นเอง ลดความซ้ำซ้อนในการเขียนแบบด้วยคำแนะนำในการวางแผนการเขียนแบบที่มีระบบเป็นระเบียบ และชัดเจนทำความเข้าใจง่าย หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า…สวัสดีครับ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.applicadthai.com/solidworks-electrical/ บทความ : กิติศักดิ์ วิรุฬธนพัฒน์

  ในปัจจุบันการออกแบบผลิตภัณฑ์ทีมออกแบบอาจจะต้องคิดถึงรูปลักษณ์, ความสวยงาม, พื้นที่ใช้สอย และการบำรุงรักษา เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีการสื่อสารระหว่างแผนกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ความซับซ้อนในการออกแบบก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้การสื่อสารระหว่างแผนกเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้าหากเรามีเครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบ สามารถช่วยให้การสื่อสารระหว่างแผนกเป็นเรื่องง่าย ทำให้ทีมออกแบบแต่ละแผนกเข้าใจกันง่ายขึ้น เช่น ในการออกแบบ Notebook ต้องมีการสื่อสารกันระหว่างแผนกที่ออกแบบเฟรมของ Notebook สำหรับการระบายอากาศ, จุดยึดน็อตของแผ่นวงจรอิเล็คทรอนิกส์ และช่องสำหรับจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ กับแผนกที่ออกแบบวงจรอิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ เช่น เมนบอร์ด, หน้าจอ, คีย์บอร์ด, ทัชแพด เป็นต้น จะเห็นว่าแผ่นวงจรอิเล็คทรอนิกส์ต้องมีการเชื่อมต่อกันด้วยสายไฟ ดังรูปที่ 1. และสายไฟนี่เองก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องการการสื่อสารระหว่างแผนกไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุดเก็บสายไฟหรือขนาดของสายไฟ รูปที่ 1 ส่วนประกอบภายใน Notebook (รูปภาพจาก www.notebookcheck.com) เครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างแผนกให้เป็นเรื่องง่ายด้วยความสามารถในการ Synchronize แบบ Real-Time ทำให้งานออกแบบการเชื่อมระหว่างแผ่นวงจรอิเล็คทรอนิกส์สามารถสื่อสารได้ง่ายด้วยภาพเสมือนจริง ดังรูปที่ 2 รูปที่ 2 ภาพเสมือนจริงที่แสดงตำแหน่งสายไฟสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ( รูปภาพจาก http://blogs.solidworks.com/solidworksblog/2012/08/putting-power-into-your-designs-solidworks-has-a-wealth-of-tools-for-designing-machines-and-control-systems-but-how-do-we-m.html )   โปรแกรม SOLIDWORKS Electrical มีความสามารถในการทำ Harness Design ดังรูปที่ 3 – 4 และหลังจากออกแบบเสร็จเรียบร้อยโปรแกรมสามารถนับจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้และสร้างเป็น Bill of Materials list (BOM) ได้อย่างอัตโนมัติ ดังรูปที่ 5 รูปที่ 3 การทำ Harness design (รูปภาพจาก http://blogs.solidworks.com/tech/2016/06/wire-harness-design-solidworks-electrical.html) รูปที่ 4 การทำ Harness Design (ต่อ) (รูปภาพจาก http://blogs.solidworks.com/tech/2016/06/wire-harness-design-solidworks-electrical.html) รูปที่ 5 BOM List จะเห็นว่านอกเหนือจากการที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างแผนกเป็นเรื่องง่ายแล้วยังช่วยในเรื่องของการลดเวลาการทำ Report ในส่วนของ BOM List นอกจากนี้โปรแกรมยังมีความสามารถในการป้องกันเรื่องมาร์คของอุปกรณ์ซ้ำกันได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยในการลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการออกแบบ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยประหยัดในเรื่องของเวลา กำลังคน และต้นทุนในการทำต้นแบบ ทำให้ไม่ต้องทำต้นแบบหลายครั้ง ผลิตภัณฑ์สามารถออกสู่ตลาดได้ตามกำหนด โปรแกรม SOLIDWORKS Electrical ยังมีความสามารถด้านอื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ด้านการเขียนแบบระบบไฟฟ้า ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.applicadthai.com/solidworks-electrical/ บทความ : กิติศักดิ์ วิรุฬธนพัฒน์   ออกแบบงานไฟฟ้า ทำไมต้อง SolidWorks Electrical Smart Electrical Design SolidWorks Electrical Design and Working with Connection เทคโนโลยีกับการออกแบบไฟฟ้า

My logo