My logo

Article – 3DPrinter Mi

คุณเคยมีความชอบหรือหลงใหลอะไรสักอย่างไหม?   ขณะที่คุณอ่านบทความนี้อยู่ เราเชื่อว่าคุณมีความชอบบางอย่าง บางคนอาจจะชอบเก็บสะสมโมเดลหุ่นยนต์ สะสมรถของเล่น หรือแม้แต่กระทั่งกีต้าร์ เริ่มมาแบบนี้ทุกคนที่กำลังอ่านอาจจะสงสัย ว่าวันนี้เราจะพูดเรื่องอะไร เราจะมาเล่าเรื่อง “กีต้าร์” ตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นจากความชื่นชอบในเสียงดนตรีของคนผู้หนึ่ง ซึ่งเขาก็คือ คุณประภาส ตั้งอดุลย์รัตน์ ผู้ก่อตั้ง AppliCAD นั่นเอง ออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ กีต้าร์ ด้วยความตั้งใจที่จะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีของ AppliCAD ตั้งแต่โปรแกรมออกแบบ SOLIDWORKS ตลอดไปจนถึงเครื่องมือในการผลิตอย่าง 3D Printer ของ Stratasys J826 ความท้าทายใหม่ที่เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ และความชื่นชอบให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างที่สามารถใช้งานได้จริง!!! อย่างที่หลายคนคงทราบกันดีว่า AppliCAD เป็นตัวแทนจำหน่ายโปรแกรมออกแบบชื่อดังที่เหล่าวิศวกรมักรู้จัก นั่นก็คือ SOLIDWORKS แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีเพียงเท่านั้น วันนี้เราจะมาเปิดทุกกระบวนการ และเครื่องมือต่างๆที่ถูกใช้เพื่อสร้างสรรค์เจ้ากีต้าร์ตัวนี้ขึ้นมา เริ่มต้นจากการ ออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ กีต้าร์ Concept เราใช้ xDesign จาก 3DEXPERIENCE ในการร่างแบบกีต้าร์ในรูปแบบที่เราต้องการ โดยใช้จุดเด่นเรื่องการใช้งานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้เมื่อคุณเกิดไอเดีย คุณก็เพียงแค่เปิดมันขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องมีการดาวน์โหลดเป็นแอพพลิเคชั่นอีกต่อไป เมื่อเราได้ Concept หน้าตาเบื้องต้นของกีต้าร์ที่เราต้องการเเล้ว เราจำเป็นต้องใส่รายละเอียดต่างๆในส่วนที่สำคัญอย่างเช่น การวางสายไฟ การตั้งสายกีต้าร์ เพื่อวางแผนทำแบบอย่างละเอียดสำหรับส่งไปกระบวนการผลิตจริงต่อไป เราจึงใช้โปรแกรมออกแบบที่ทุกคนรู้จักกันดี SOLIDWORKS เข้ามาเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆเหล่านั้น  เราได้ Concept ในการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ แล้ว ได้รายละเอียดในแบบที่จะสั่งผลิตแล้ว ต่อไปคือเรื่องการออกแบบความสวยงามในการทำลวดลายและสีสันให้ตรงตามความต้องการ โดยการใช้ ZBrush โปรแกรมสำหรับงานออกแบบที่ช่วยทำให้โมเดลมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และลวดลายที่เราออกแบบขึ้นมาเป็นลายดอกไม้ โดยเราเลือกตำแหน่งต่างๆ ในการจัดวางและสีสันต่างๆ เพื่อให้กีต้าร์ตัวนี้แตกต่างจากตัวอื่น เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ที่เราต้องการลงไป และแล้วก็มาถึงขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนความคิดในแบบของเราให้ให้จับต้องได้ เพื่อต้องการให้น้ำหนักเบาเราจึงทำการแบ่งกระบวนการผลิตออกมาเป็น 2 รูปแบบ อย่างแรกก็คือการผลิตด้วยการกัด CNC พูดมาถึงตรงนี้ต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัทลูกของเรา Rabbit Prototype ที่ช่วยในการกัดแผ่นอะคริลิคส่วนประกอบด้านหลังของกีต้าร์นั่นเอง หากอยากได้ชิ้นงาน 3 มิติที่มีสีสันสมจริงต้องคิดถึง Stratasys J286 เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่พิมพ์งานสีได้ระดับ Pantone ด้วยลวดลายที่เราออกแบบไว้ต้องใช้ทั้งความสดของสีสันลวดลายในดอกไม้ บวกกับความใสที่จะชูให้ลวดลายเด่นออกมาจากตัวกีต้าร์ แน่นอนว่ามันคือพระเอกของความสวยงามสมจริงของกีต้าร์ตัวนี้เลยทีเดียว เมื่อเราได้ชิ้นส่วนประกอบที่เราต้องการทั้งหมดแล้ว เราก็นำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาทำการประกอบเพื่อให้เจ้ากีต้าร์ออกมาสมบูรณ์แบบ พร้อมใช้งาน!!! แน่นอนว่าทั้งหมดทั้งมวลการสร้างสรรค์จากความหลงใหลในเครื่องดนตรี ผสานกับเทคโนโลยี และทีมงานคุณภาพจากหลากหลายฝ่ายภายใต้ชื่อ AppliCAD ที่พร้อมสนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ โดยเจ้ากีต้าร์ตัวนี้ถูกนำแสดงครั้งแรกในงาน AppliCAD’S SOLIDWORKS Innovation Day เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่านักออกแบบสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ต่อไป และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถเข้ามาปรึกษากับเราได้เสมอ Author: Duangporn N.
คุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่สามารถผลิตงานคุณภาพระดับอุตสาหกรรม แต่ราคาเท่าเครื่อง Desktop อยู่หรือเปล่า??? ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยากใช่ไหมล่ะ!!! แต่นั่นคือสิ่งที่ MakerBot ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ และนี่ก็คือ Top 10 Features : MakerBot Method ฟีเจอร์ เอกลักษณ์โดดเด่นที่มีเพียง MakerBot Method เท่านั้นที่สามารถทำได้ แน่นอนว่าแตกต่างจากรุ่นเดิมๆที่เคยมี เรามาดูกันว่า Top 10 Features ของ MakerBot Method 3D Printer มีอะไรบ้าง สามารถคำนวณอุณหภูมิการให้ความร้อนได้ (360° OF 100°C) สร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างไม่จำกัดรูปแบบด้วย 2 หัวพิมพ์ (TWO TOOLHEADS. INFINITE POSSIBILITIES.) ปลดล็อคข้อจำกัดของการใช้ Material ต่างประเภท (THE ULTIMATE OPEN MATERIAL PLATFORM) ระบบ Calibrate อัตโนมัติสำหรับหัวพิมพ์คู่ (BUILT-IN AUTO-CALIBRATION) ป้องกันความชื้นให้กับ Material ในทุกสภาพแวดล้อม (DRY FILAMENT IN ANY ENVIRONMENT) ระบบโหลด Material อัตโนมัติเพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น (AUTOLOADING FOR QUICK MATERIAL CHANGE) ลดการสั่นระหว่างทำงาน ด้วยโครงสร้างที่มีความแข็งแรงสูง (LESS FRAME FLEX) MakerBot Print และ MakerBot Cloud สั่งผลิตชิ้นงานจากที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ (PRINT FROM ANYWHERE AT ANYTIME.) อีกขั้นของระดับความแม่นยำ ด้วยการนำชิ้นงานออกอย่างรวดเร็ว (PRECISION LEVELED WITH QUICK PART RELEASE) เปลี่ยนและล็อคหัวพิมพ์ (SWAP AND LOCKED EXTRUDERS) 1.360° OF 100°C สามารถคำนวณอุณหภูมิการให้ความร้อนได้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติโดยทั่วไปจะมีการให้ความร้อนที่ Build plate เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมภายในของเครื่องและป้องกันการเสียรูปของชิ้นงาน โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะตรงบริเวณ Build plate ได้ดียิ่งขึ้น MakerBot Method ได้รับการจดสิทธิบัตรในเรื่องของการคำนวณอุณหภูมิการให้ความร้อนแก่ Heated Chamber ชิ้นงาน โดยสามารถให้ความร้อนแก่ Build chamber ได้สูงถึง 100C อย่างรวดเร็ว เพื่อจัดเตรียมสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปชิ้นงานตั้งแต่ชั้นแรกไปจนถึงชั้นสุดท้าย ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือชิ้นงานที่ผลิตได้จะมีขนาดที่แม่นยำระดับอุตสาหกรรม    (ค่าความคลาดเคลื่อน+-177.8 µm) https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakerBot-heated_chamber_for_web-long.mp4 2. TWO TOOLHEADS. INFINITE POSSIBILITIES. สร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างไม่จำกัดรูปแบบด้วย 2 หัวพิมพ์ หัวพิมพ์เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการขึ้นรูปชิ้นงานแบบ FDM ตามมาตรฐานการออกแบบระดับอุตสาหกรรมจาก Stratasys หัวพิมพ์จาก MakerBot Method ถูกออกแบบขึ้นจากพื้นฐานความคิดแบบมืออาชีพ ด้วย Thermal core ที่ถูกทำให้ยาวขึ้น ช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ชิ้นงานได้รวดเร็วมากขึ้น มาพร้อมกับ Dual drive gears ที่มีอัตราทดสูงถึง 19:1 ช่วยดึง Filament ได้อย่างแม่นยำ และชุด Sensor อัจฉริยะ ทำให้ MakerBot Method สามารถสร้างชิ้นงานได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ ด้วย 2 หัวพิมพ์ของ MakerBot Method ช่วยให้คุณสามารถผลิตชิ้นงานที่ใช้งานได้จริงอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย Support ที่ละลายน้ำได้อย่าง PVA กับ SR-30 ไม่ว่าชิ้นงานนั้นจะซับซ้อนขนาดไหนก็ตาม  https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakrBot_Extruders-Clip.mp4 3. THE ULTIMATE OPEN MATERIAL PLATFORM ปลดล็อคข้อจำกัดของการใช้ Material ต่างประเภท ABS หนึ่งใน Material ประเภท Polymer ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยุ่งยากในการผลิตชิ้นงาน เนื่องจากเป็น Material ที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิขณะขึ้นรูปชิ้นงาน ซึ่งส่งผลให้ชิ้นงานมีโอกาสเกิดการหดตัวสูงมากถึง 2% เมื่ออุณหภูมิลดลง เครื่องพิมพ์ 3 มิติโดยทั่วไปใช้ Material  ABS ที่ถูกปรับแต่งใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือชิ้นงานมีความแข็งแรงและสามารถทนความร้อนได้ต่ำลง  MakerBot Method สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมของการพิมพ์ผ่านการการไหลเวียนของอากาศร้อน ซึ่งทำให้ MakerBot Method สามารถขึ้นรูปชิ้นงานได้อย่างสมจริง คุณภาพระดับอุตสาหกรรมที่เหนือกว่า ด้วย MakerBot Labs หัวพิมพ์แบบพิเศษ ทำให้คุณสามารถผลิตชิ้นงานได้ตั้งแต่ระดับ Polymers ไปจนถึง Composites อย่างเช่น ABS Carbon Fiber,PETG ESD และ PC-FR 4. BUILT-IN AUTO-CALIBRATION ระบบ Calibrate อัตโนมัติสำหรับหัวพิมพ์คู่ หนึ่งในปัญหาเล็กๆของการทำงานแบบหัวพิมพ์คู่ คือ ความยุ่งยากในการ Calibrate หัวพิมพ์ด้วยตัวเอง แต่ MakerBot Method ช่วยให้คุณสามารถก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้อย่างง่ายดาย ทำให้คุณสามารถนำเวลาที่เหลือไปใส่ใจกับการออกแบบและหมดกังวลเรื่องการบำรุงรักษาอีกด้วย https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakerBot_Calibration.mp4 5. DRY FILAMENT IN ANY ENVIRONMENT ป้องกันความชื้นให้กับ Material ในทุกสภาพแวดล้อม ช่องใส่ Material ถูกปิดผนึกอย่างดีและมีโหมดกำจัดความชื้นในตัว  การผลิตชิ้นงาน 3D Printing หรือ Additive Manufacturing หากมีความชื้นเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลเสียต่อการขึ้นรูปชิ้นงานได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน หรือความแม่นยำในการขึ้นรูปชิ้นงาน แต่กับ MakerBot Method ด้วยการปิดผนึกอย่างดีของช่องใส่วัสดุ อีกทั้งยังมีสารดูดความชื้นที่มาพร้อมกับ Smart Spool ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า Material ของคุณจะปราศจากความชื้นอย่างแน่นอน  ด้วยโหมดกำจัดความชื้นของ MakerBot Method ทำให้คุณสามารถเปลี่ยน Material ใหม่อย่างง่ายดาย หมดกังวลเรื่องความชื้นที่อาจเกิดขึ้นขณะเปลี่ยน Material ส่งผลให้ชิ้นงานที่ผลิตออกมามีคุณภาพและแม่นยำในทุกที่ๆคุณต้องการ 6. AUTOLOADING FOR QUICK MATERIAL CHANGE ระบบโหลด Material อัตโนมัติเพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น หนึ่งในปัญหาที่คุณมักพบบ่อยๆ ในการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็คือความยุ่งยากในการโหลด Material เข้าไปในตัวเครื่อง แต่ด้วยระบบโหลดอัตโนมัติของ MakerBot Method ที่คุณต้องทำก็มีเพียงแค่นำปลายของ Filament เสียบเข้าช่องโหลด Material และปิดฝาเท่านั้น Material ก็จะถูกโหลดไปสู่หัวพิมพ์ พร้อมใช้งานได้ในทันที https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakerBot_Autoloading.mp4 7.LESS FRAME FLEX ลดการสั่นระหว่างทำงาน ด้วยโครงสร้างที่มีความแข็งแรงสูง ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง จะส่งผลให้ชิ้นงานมีขนาดที่แม่นยำ ด้วยโครงสร้างเหล็กหล่อและอลูมิเนียม ส่งผลต่ออายุการใช้งานให้กับทุกส่วนของเครื่องตั้งแต่ฐานจนถึงส่วนบนสุด 8. PRINT FROM ANYWHERE AT ANYTIME. MakerBot Print และ MakerBot Cloud สั่งผลิตชิ้นงานจากที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ MakerBot เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แห่งแรกๆที่สร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อด้วย WiFi คุณสามารถติดตามการผลิตของชิ้นงานได้ผ่านกล้องและสามารถควบคุมการผลิตได้ในทุกที่คุณต้องการ ปัจจุบัน MakerBot Method คือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นแรกที่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการนำเอาประโยชน์อย่าง การตรวจสอบปริมาณ Material แบบ Real-time การตรวจสอบความชื้น ปรับเปลี่ยน Material ตามความต้องการ และรองรับการใช้งานกับโปรแกรม CAD ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปอย่าง SolidWorks , Autodesk หรือ OnShape ประโยชน์เหล่านี้ทำให้คุณสามารถเข้าถึงการทำงานได้ในระยะไกล ผ่านแอพพลิเคชั่น MakerBot Print และ MakerBot Cloud ไม่ว่าเครื่องพิมพ์ของคุณจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ตาม 9. PRECISION LEVELED WITH QUICK PART RELEASE อีกขั้นของระดับความแม่นยำ ด้วยการนำชิ้นงานออกอย่างรวดเร็ว พื้นผิวของ Build plate เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการสร้างชิ้นงานแบบ FDM ไม่ว่าคุณจะกำลังพิมพ์ Material ใดก็ตาม หากพื้นผิวของ Build plate ไม่เรียบ จะส่งผลให้ชิ้นงานที่ได้เสียรูป  MakerBot Method ได้รวบรวมปัจจัยที่สร้างทางแก้ปัญหาอย่างมีเอกลัษณ์ 2 อย่างไว้ด้วยกัน อย่างแรกคือ Aluminun base plate ถูกสร้างขึ้นและถูกปรับให้เรียบที่สุดจากโรงงานผลิต และอย่างที่ 2 คือ Build plate ที่ถูกทำขึ้นจากเหล็กและมีความสามารถในการคืนรูปได้ โดย Build plate จะทำการส่งกระแสแม่เหล็กไปยัง Base plate ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความเรียบบนแผ่นฐานเท่านั้น แต่รวมถึงยังช่วยให้เราสามารถนำชิ้นงานที่ผลิตเสร็จแล้วออกมาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ยกถาดขึ้นและบิดที่ตัวถาด ชิ้นงานก็จะหลุดออกมา อีกทั้ง Build plate สามารถให้ความร้อนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ได้ตลอดการผลิต https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakerBot_Build-plate.mp4 10. SWAP AND LOCKED EXTRUDERS เปลี่ยนและล็อคหัวพิมพ์ MakerBot ถูกพัฒนาให้เป็นเจ้าแรกๆที่มีระบบการเปลี่ยนหัวพิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์ประเภท FDM ด้วยหัวพิมพ์อัจฉริยะ กับ MakerBot Method ด้วยหลักการนี้ทำให้ MakerBot ล้ำหน้าไปอีกขั้น จากความสามารถการเปลี่ยนหัวพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สามารถหมดกังวลเรื่องการบำรุงรักษาและหัวพิมพ์ของ MakerBot Method ถูกล็อคอย่างดี ป้องกันการสั่นขณะทำงาน ส่งผลให้เกิดความแม่นยำในการสร้างชิ้นงาน https://www.applicadthai.com/wp-content/uploads/2020/06/MakerBot_Locking-Carriage.mp4 MakerBot Method จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองสำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถสร้างชิ้นงานระดับคุณภาพอุตสาหกรรม แต่อยู่ในราคาประมาณเครื่อง Desktop ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างความแม่นยำในการสร้างชิ้นงาน ที่จะทำให้คุณสามารถไว้วางใจได้ว่างานที่ออกมาจะตรงตามความต้องการอย่างแน่นอน อีกทั้งยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย ห้ามพลาด!!! เตรียมพบกับ MakerBot Method ตัวจริงในเมืองไทยเร็วๆนี้  เรียนรู้ MakerBot Method เพิ่มเติม Ref          THE TOP 10 FEATURES OF MAKERBOT METHOD 3D PRINTER Author     Duangporn N. & Patarapol L.
สำหรับคนที่อยู่ในสายงานด้านการออกแบบคงเจอปัญหาแบบเดียวกัน กว่าที่จะได้งานออกมาอย่างที่จินตนาการไว้ต้องผ่านขั้นตอนอะไรหลายอย่างมากมาย รวมถึงขั้นตอนการแก้ไข แก้แล้ว แก้อีก สื่อสารกับลูกค้าก็อาจเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้การออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นค่อนข้างใช้เวลานาน แต่แล้วทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อในวันนี้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ Stratasys J826 - 3D Printing Pantone เข้ามาตอบโจทย์นักออกแบบทั้งหลาย ซึ่งการพิมพ์สามมิติของ 3D Printer ได้เข้ามาช่วยถ่ายทอดงานออกแบบที่มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงในระดับที่แทบจะเหมือนของจริง ทั้งเรื่องเฉดสีที่ให้ความถูกต้องระดับ Pantone ผิวสัมผัส (3D Texture) กับความพิเศษที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร บอกลากับปัญหาสีของชิ้นงาน หรือเนื้อสัมผัสไม่ตรงกับความต้องการไปได้เลย เพราะ Stratasys J826 จัดให้คุณได้ทุกเฉดสีและผิวสัมผัส กับเทคโนโลยีการผสมสีสุดล้ำที่จะได้สีแพนโทน ที่ออกมาตรงตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสีจากพื้นผิวต่างๆ หรือสีทั่วไป ใสหรือขุ่น แข็งหรือยืดหยุ่น รับรองว่าเอาอยู่แน่นอน!!! 3D Printing with PANTONE® Colors เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ กับการผสมสีสุดล้ำเพื่อความสวยสมจริง เปิดมิติใหม่ของการผลิต ครบจบในเครื่องเดียว กับ Stratasys J826 3D printer ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจาก Stratasys J826  1..จัดการ Workflow ของคุณได้รวดเร็วขึ้น ด้วยความจุถึง 7 วัสดุจาก Stratasys J826 ซึ่งหมายความว่าคุณมีอิสระในการเลือกใช้วัสดุที่คุณต้องการและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการหยุดเครื่องขณะเปลี่ยนวัสดุ อีกทั้งยังสามารถปรับความเร็ว และคุณภาพของชิ้นงานได้ตามความต้องการใน Multiple print modes ด้วยซอฟแวร์ GrabCAD Print และแน่นอนว่าไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขไฟล์ STL ช่วยประหยัดเวลาในการเลือกใช้สี ไม่ว่าจะสีไหน ใสหรือทึบ ผิวสัมผัสแบบใดก็เลือกได้ตามความต้องการ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือลงทะเบียนใช้งาน GrabCAD Print เท่านั้น! ที่สำคัญคือ ฟรี!!! 2.ปลดล็อคความสามารถเหนือชั้นอีกระดับความสมจริง Stratasys J826 - 3D Printing Pantone Color  กับความสมจริงสูงสุดทั้งสีและผิวสัมผัสจากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ การศึกษาหรือความสวยงาม ด้วยสีและวัสดุที่มากกว่า ไม่ว่าชิ้นงานจะแข็งหรือยืดหยุ่น ทึบแสงหรือโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนหลายขั้นตอนอีกต่อไปด้วยการทำงานแบบ Single print สร้างชิ้นงานตามความต้องการด้วยเครื่องพิมพ์ 3D Printer จบทุกกระบวนการในเครื่องเดียว ยกระดับความสามารถในการผสมวัสดุแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน กับสี Pantone เกือบ 2,000 สี คุณสมบัติพิเศษที่มีเพียง Stratasys J826 เท่านั้น 1.สุดยอดการพิมพ์ที่สมจริงด้วยสี Pantone สร้างชีวิตชีวาให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณกับวัสดุที่หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถเลียนแบบสีจากพื้นผิว อย่างเช่น หนัง หรือ ลายไม้ อย่างที่เครื่อง 3D Printer อื่นไม่สามารถทำได้!!! 2.ง่ายต่อการใช้งาน กับความจุถึง 7 วัสดุและตลับหมึกที่หนักถึง 4 กิโลกรัม ไม่ต้องหยุดเครื่องขณะเปลี่ยนวัสดุ ที่มีความซับซ้อนในผลิตภัณฑ์ของคุณ 3.วัสดุหลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ ผสมวัสดุได้อย่างไร้ขีดจำกัดกว่า 500,000 สี ไม่ว่าทึบแสง ใส ยืดหยุ่น หรือแข็งก็ตาม Industry Focus Automotive Medical Hospital  Medical School Medical Device Manufacturing Education Cosmetics Packaging Orthopedics and Prosthetics Consumer Goods Stratasys J826 ทำอะไรได้บ้าง? Jigs and Fixtures Concept Design Rapid Prototyping Medical Model Coloured Texture Multiple Materials in one product Packaging  Business Impact แล้วประโยชน์เหล่านี้สำคัญกับธุรกิจของคุณอย่างไร? และนี่คือตัวอย่างชิ้นงานที่ได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Stratasys J826 3D printer – Pantone Color  โดยชิ้นงานนี้ถูกสั่งพิมพ์ขึ้นมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!! ย้ำ!! ในระยะเวลาเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น สั่งพิมพ์เพียงครั้งเดียวได้ครบทุกชิ้นส่วน ทุกรายละเอียดตั้งแต่สี ความละเอียดต่างๆไปจนถึงลวดลายยีนส์ที่ไม่เพียงแค่สีสรรค์สมจริงเท่านั้น แต่ยังมีผิวสัมผัสที่เหมือนราวกับสัมผัสผ้ายีนส์จริงๆอีกด้วย แน่นอนว่าถ้าหากคุณยังไม่เชื่อ เราขอเชิญให้คุณมาสัมผัสกับชิ้นงานนี้ด้วยตัวคุณเองที่ Showroom AppliCAD ค่ะ แปลและเรียบเรียง Duangporn N. อ้างอิง Stratasys J826 Multi-material Colour 3D Printer Designed for Designers J8 SERIES 3D PRINTERS Designed for designers.
"ฟีโบ้" ส่งมอบ "FACO-ฟาโก้" หุ่นยนต์สู้โควิด-19 ลงสนามช่วยทีมแพทย์ ด้วยชิ้นงานจากเครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys Fortus 380 mc จากสถานการณ์การระบาดรุนแรงของ COVID-19 เรามักจะเห็นข่าวยอดผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทุกๆ วิกฤต ย่อมเกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอ หลายคนอาจพบเห็นข่าวการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่าง หุ่นยนต์สู้โควิด-19 "FACO-ฟาโก้" ช่วยเหลือแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพาให้พวกเราก้าวผ่านวิกฤตการระบาด COVID-19 ในครั้งนี้ไปได้ เปิดตัวแล้ว “FACO-ฟาโก้” หุ่นยนต์สู้โควิด-19 “ไม่ได้มาตัวเดียวแต่มากันเป็นแก๊ง” เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ “FACO-ฟาโก้” หุ่นยนต์สู้โควิด-19 ที่ไม่ได้มาเพียงตัวเดียว แต่มาถึง 4 ตัว เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์กันเลยทีเดียว โดยเจ้าระบบหุ่นยนต์สู้โควิด-19 นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฟีโบ้” ร่วมกับภาคเอกชนหลายภาคส่วน ภายใต้ชื่อโครงการ “FIBO AGAINST COVID-19 : FACO” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเจ้าระบบหุ่นยนต์กลุ่มนี้นี่เอง ระบบ “FACO-ฟาโก้” มีการเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi ได้ด้วย ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์ให้สะดวกต่อการใช้งาน ลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสจากผู้ติดเชื้อ ความโดดเด่นของระบบ “FACO-ฟาโก้” นี้ก็คือ มีการเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi ของโรงพยาบาล สามารถควบคุมผ่านห้องควบคุมกลาง ทำให้ลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โครงการแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้” ชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber AppliCAD ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้” ด้วยการสนับสนุนชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Stratasys Fortus 380 mc ในหุ่นยนต์ 2 ตัวจากแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้”  เรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber ที่โดดเด่นด้วยความแข็งแรง และน้ำหนักเบา อีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆไปเลยว่าชิ้นงานจาก 3D Printer สามารถเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริง และเหตุผลที่เลือกใช้วิธีการผลิตด้วย 3D Printer ทาง AppliCAD เมื่อได้ทราบถึงความต้องการในการพัฒนาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้” เราจึงติดต่อสอบถามและเสนอความช่วยเหลือ โดยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ทางทีมวิจัยของฟีโบ้จึงบอกเล่าถึงปัญหาที่กำลังพบขณะพัฒนาระบบ สำหรับเจ้าหุ่นยนต์บริการขนยาและอาหาร แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องขนาดและการเคลื่อนที่ จึงทำให้ เจ้าหุ่นยนต์บริการขนยาและอาหาร พบกับปัญหาความสมดุลน้ำหนักจากทั้งของตัวหุ่นยนต์เองและน้ำหนักจากสมภาระที่หุ่นยนต์ต้องขนส่งไป เพราะชิ้นส่วนประกอบในส่วนของถาดรองรับมีมากไป อีกทั้งเจ้าแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้” มีกำหนดที่จะต้องเปิดตัวในอีกสัปดาห์ถัดมา ซึ่งหากใช้วิธีการผลิตแบบเดิมหรือการสั่งทำ Machining part จะต้องใช้เวลามากและอาจไม่ทันเวลา เราจึงเสนอให้ทีมวิจัยลองใช้ชิ้นงานจากเครื่อง 3D Printer ที่มีน้ำหนักที่เบากว่า แต่ยังคงความแข็งแรง และยังใช้ระยะเวลาในการผลิตเพียงไม่นาน โดยชิ้นงานชุดแรกที่ AppliCAD ทำให้กับเจ้าหุ่นยนต์บริการขนยาและอาหาร คือ ชิ้นงานสำหรับใส่ขวดน้ำและชิ้นส่วนข้อต่อระหว่างตัวหุ่นยนต์กับถาดใส่สัมภาระ จากเดิมชิ้นงานในส่วนนี้ถูกทำขึ้นมาจากแผ่นอลูมิเนียม ซึ่งปัญหาหลักคือน้ำหนักที่มากจนเกินไป ทำให้ตัวของหุ่นยนต์เสียสมดุล และอาจทำให้หุ่นยนต์ล้มขณะเคลื่อนที่ได้ ด้วยเหตุผลนี้ชิ้นงานที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบาจึงตอบโจทย์ปัญหาที่เจ้าหุ่นยนต์บริการขนยาและอาหารกำลังเผชิญอยู่ โดยชิ้นงานที่จะผลิตขึ้นมาใหม่เป็นชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber ซึ่งในส่วนชิ้นงานที่เป็นข้อต่อระหว่างตัวหุ่นยนต์กับถาดสัมภาระจะต้องสามารถรองรับน้ำหนักให้ได้ถึง 2 กิโลกรัม ชิ้นงานชุดแรกจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber ออกมาเรียบร้อยแล้ว เรามารอดูกันดีกว่าว่าชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber นี้ พอลองประกอบแล้วจะออกมาเป็นอย่างไรบ้างนะ สามารถรองรับน้ำหนักของสัมภาระได้หรือไม่??? พอชิ้นงานถูกผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ทำการจัดส่งไปให้ทีมวิจัยที่ฟีโบ้ทดลองใช้งานกันเลยดีกว่า เมื่อทางทีมวิจัยฟีโบ้ได้ลองใช้ชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber แล้วพึงพอใจ เพราะไม่เพียงแต่ชิ้นงานที่ออกมาจะมีความแข็งแรง สามารถใช้งานได้จริง ตรงตามความต้องการของทีมวิจัยฟีโบ้เท่านั้น แต่ยังสามารถประหยัดเวลาในการผลิตชิ้นงาน ช่วยให้เจ้าหุ่นยนต์บริการขนยาและอาหารสามารถทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ ทีมวิจัยฟีโบ้จึงสั่งให้ดำเนินการผลิตเพิ่มอีก 5 ชุดทันที เพื่อให้พร้อมต่อการเปิดตัวสาธิตการใช้งานแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ “FACO-ฟาโก้” ต่อมาหุ่นยนต์บริการ SOFA หรือ โซ่ฟ้า หุ่นยนต์บริการที่แพทย์สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์บริการ SOFA ในห้องควบคุม โดยสามารถเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งเป้าหมายได้อัตโนมัติ บวกกับกล้องถ่ายความร้อน (Thermal Camera) ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิของผู้ป่วย ด้วยกำลังขยายถึง 20 เท่าทำให้แพทย์สามารถตรวจตา หรือลิ้นของผู้ป่วยในระยะไกลได้ อีกทั้งผู้ป่วยยังสามารถสื่อสารโต้ตอบกับแพทย์ผ่านวีดีโอได้ โดยข้อมูลการรักษาผู้ป่วยทั้งหมดจะถูกบันทึกใน Data base เพื่อให้แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยได้อีกครั้ง แต่!!! ระหว่างการพัฒนาพบว่าส่วนขับเคลื่อนบนหัวของหุ่นยนต์บริการ SOFA นี้เกิดชำรุด จากรูปจะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนของเฟืองขับเคลื่อนบนหัวของเจ้าหุ่นยนต์บริการ SOFA ที่ถูกทำขึ้นจากเรซิ่นซี่ฟันของเฟืองสึกจากแรงขับเคลื่อนที่มากจนเกินไป หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า รูด นั่นเอง จากปัญหานี้เราจะเห็นได้ว่าชิ้นงานเฟืองส่วนขับเคลื่อนบนหัวของหุ่นยนต์บริการ SOFA ไม่แข็งแรงพอที่จะรับแรงจากการเคลื่อนที่ของหัวได้ทำให้ซี่ฟันเฟืองสึก ทีมงานของเราจึงสอบถามถึงน้ำหนัก(โหลด)ที่เฟืองจะต้องรับว่าน้ำหนักหรือน้ำหนักของหัวเจ้าหุ่นยนต์บริการโซ่ฟ้า พบว่าหัวของหุ่นยนต์หนักถึง 3 กิโลกรัม คราวนี้วัสดุ Nylon Carbon Fiber จึงกลับมาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่จะช่วยเจ้าโซ่ฟ้าให้ขยับหัวได้อีกครั้ง!!! เพียง 1 วันเท่านั้น!!! ชิ้นงานจาก 3D Printer ที่ต้องการก็ทำการผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจึงรีบจัดส่งให้ทางทีมวิจัยฟีโบ้ได้ลองทดสอบการใช้งานจริงดูว่าชิ้นงานจากวัสดุ Nylon Carbon Fiber สามารถรองรับน้ำหนักการขับเคลื่อนที่ของหัวเจ้าโซ่ฟ้าได้ เพราะชิ้นส่วนในครั้งนี้เป็นเฟืองที่ทำการขับเคลื่อนหัวของหุ่นยนต์บริการ SOFA ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากและต้องทำการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และก็เป็นอีกครั้งที่ชิ้นงานวัสดุ Nylon Carbon Fiber จาก 3D Printer พิสูจน์ให้เห็นแล้ว!!! ว่าสามารถเป็นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริง ทนต่อแรงที่กระทำได้ อีกทั้งยังลดระยะเวลาการผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานตาม Function ครบถ้วนและส่งให้แพลตฟอร์ม “FACO-ฟาโก้” ได้เข้าไปช่วยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทันต่อความต้องการ เมื่อแพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์  “FACO-ฟาโก้” ได้ถูกนำไปทดสอบระบบ โดยจำลองการใช้งานจริง นำเสนอแก่คณะแพทย์และบุคลากรจากโรงพยาบาลรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ และโรงพยาบาลตำรวจ พบว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทางคณะแพทย์ฯ จากทั้ง 2 โรงพยาบาล AppliCAD มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานวัตกรรมดี ๆ ที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงวิกฤตการระบาดของ COVID-19 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน By Duangporn N. Thank You  FIBO

Additive Manufacturing อุตสาหกรรมการผลิตแบบเติมเนื้อ Stratasys F123 Series  เครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys F123 Series คุณภาพที่ตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการทั้งในเรื่องของคุณภาพ ความมั่นคงในชิ้นงาน ความเสถียรและความถูกต้องแม่นยำ สามารถปริ้นท์งานระดับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 10 วันไม่มีสะดุด สิ่งที่เครื่องเล็กไม่สามารถตอบโจทย์ได้  ด้วยโครงเหล็กที่แข็งแรงเพื่อช่วยรักษาความแม่นยำ ทำให้การควบคุมอุณหภูมิเพื่อปกป้องชิ้นงานพร้อมทั้งความถูกต้องที่คุณสามารถไว้ใจได้ ตัวเครื่อง F123 ซีรีส์ได้ทำการทดสอบความเสถียร ใน 2 ระดับที่ต่างกัน เราทำการทดสอบในระดับชิ้นส่วนประกอบ โดยได้ทดสอบอายุการใช้งานด้วยอัตราเร่งในทุกๆ ส่วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าส่วนประกอบเหล่านั้นสามารถทำงานได้ตลอดอายุการใช้งานตามที่ออกแบบไว้ หลังจากทดสอบการพิมพ์กว่า 250,000 ชั่วโมง ทำให้รู้ว่าชิ้นส่วนไหนที่จะมีปัญหา และเราสามารถปรับเปลี่ยนแบบใหม่ได้ ซึ่งนั่นทำให้เครื่องของเราเหนือกว่าเครื่อง 3D Printer เครื่องเล็กทั่วไปในตลาด  นอกจากนี้เราใช้เวลากว่า 65,000 ชั่วโมง เพื่อทดสอบหัวปริ้นท์ ทำให้รู้ระยะเวลา กับชิ้นส่วนประกอบของ Extruder ที่ทำในแบบเดียวกันในทุกๆครั้ง ในตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์มากกว่า 55 จุด ที่เราคอยตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และเรารู้ว่าถ้ามีสิ่งใดที่ผิดปรกติ เราจะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งาน ดังนั้นผู้ใช้งานจะมั่นใจได้ว่าเครื่องปริ้นท์เตอร์นี้จะทำงานอย่างได้อย่างต่อเนื่องเราสามารถคอยตรวจสอบอุณหภูมิ ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าของมอเตอร์ ตรวจสอบขั้นตอนการขึ้นรูปทั้งหมด และรวมไปจนถึง คุณภาพ ความมั่นคง ความเสถียร และความแม่นยำ  ซอฟต์แวร์ในเครื่องจะแจ้งเมื่อปริ้นท์เตอร์ถูกหยุดการทำงาน และพร้อมแจ้งสาเหตุของการหยุด เครื่องจะแจ้งคุณเมื่อกลับมาทำงานต่อได้ กว่า 1,000 ชั่วโมง ของการทดสอบ และความหลากหลายของวัสดุ  เครื่อง Stratasys F123 สามารถนำคุณไปสูประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และความเสถียร ที่ผ่านการทดสอบในทุกๆ ปี  ทดสอบ 10 Days Challenge 3D Printing With Stratasys F120 อึด ถึก ทน ปริ้นท์นาน 10 วันต่อเนื่องไม่มีหยุด ข้อมูลเพิ่มเติม Stratasys F123 Series :  http://bit.ly/3cR7Bvv  ติดตามเราได้ทุกช่องทางที่ ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.applicadthai.com/3d-printers/ Facebook : https://www.facebook.com/siam3dprinter/ Youtube : https://www.youtube.com/user/AppliCAD Line : @AppliCAD.Mi (มี @ นำหน้าด้วย) Tel : 02-744-9045

คุณคิดว่าคุณรู้จัก Addtive Manufacturing มากแค่ไหน? Additive Manufacturing อุตสาหกรรมการผลิตแบบเติมเนื้อ คือ การผลิตชิ้นงานแบบเพิ่มเนื้อ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Rapid Prototyping สำหรับการสร้างชิ้นงานต้นแบบ ในปัจจุบันเราจะเรียก Additive Manufacturing ว่า การผลิตโดยเทคโนโลยี 3D Printing เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีเดิม หรือ Subtractive Manufacturing ซึ่งเป็นการผลิตแบบนำก้อนวัสดุมาทำการกัด กลึง เจาะ เอาชิ้นเนื้อออก เพื่อให้ได้ชิ้นงานตามต้องการ แน่นอนว่าข้อจำกัดสำคัญ คือ การออกแบบและของเสียจากกระบวนการผลิต  แต่สำหรับ Additive Manufacturing เป็นการขึ้นรูปชิ้นงานจาก 3D Data เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาหลักของการผลิตแบบ Subtractive Manufacturing โดยมีประโยชน์หลัก 4 ข้อ คือ… 1. Design Freedom ไม่ว่ารูปร่างไหน รูปทรงอะไร จะซับซ้อนแค่ไหน Additive Manufacturing ทำได้หมด! ที่สำคัญคือการลดจำนวนชิ้นส่วน ลดการประกอบ สามารถรวมชิ้นงานให้เป็นชิ้นเดียวได้ 2. Better Design ลดความผิดพลาดในการออกแบบ Concept varification การตรวจสอบชิ้นงานและนำไปปรับแต่งก่อนทำการผลิตจริง  Design Validation ตรวจดูความหนา บาง สูง ต่ำ ของชิ้นงานจริงที่ได้ออกแบบ ให้มีความเหมาะสม Functional Performance ทดสอบการทำงานของชิ้นงานก่อนทำการผลิตจริง 3. Faster Design เพราะ Product life cycle ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากเราปรับปรุงกระบวนการผลิตได้รวดเร็วขึ้น ก็จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการในตลาดได้ทัน แน่นอนว่าเทคโนโลยี Additive Manufacturing ในปัจจุบันนี้ไปไกลถึงการทำ End to End Design จบภายในเครื่องเดียวได้แล้ว  4. Cheaper Production เพราะไม่ต้องมีเครื่องมือ ไม่มีโมล เน้นการผลิตแบบ Low volume และการจัดการ Stock แบบ Digital inventory เก็บ Data ไว้บน Cloud เทคโนโลยี Additive Manufacturing  ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตแบบ Additive Manufacturing อุตสาหกรรมการผลิตแบบเติมเนื้อ ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ ทำให้เกิดเกิดความหลากหลายทั้งวัสดุหรือขั้นตอนกระบวนการสร้างชิ้นงาน ดังนี้ SLA (Stereolithography) การขึ้นรูปเรซิ่นเหลวด้วยเลเซอร์ ใช้ในงาน Prototype, Concept Modeling หรือ Casting Patterns มีความคล้ายคลึงกับ DLPC (Digital Light Processing) แต่เปลี่ยนจากการยิงแสงเลเซอร์เป็นการใช้กล้อง Projector ฉายให้เรซิ่นเหลวแข็งตัวแทน โดย Material หลักคือ Photopolymer ข้อเด่น มี Material ให้เลือกเยอะ Accuracy ดี ขนาด Build size ใหญ่ พื้นผิวของชิ้นงานเรียบ ข้อจำกัด เหนียว เลอะมือ เทคโนโลยี FDM (Fused Deposition Modeling) การขึ้นรูปวัสดุพลาสติกด้วยการฉีดความร้อน เป็นที่นิยมมากเพราะเป็นการใช้พลาสติกที่ไม่ผ่านการแปรรูป ทนต่อความร้อน แสงUV มีวัสดุ ESD ที่ไม่นำไฟฟ้าสถิตย์ วัสดุ Nylon12CF ที่แข็งแรงที่สุด และวัสดุ Ultem ที่ใช้ในอากาศยาน มักนำไปใช้ในงาน Functional Prototype งาน Production Part งาน Manufacturing tooling สำหรับการประกอบงาน หรืองาน Aircraft Interiors ข้อเด่น เนื้อของชิ้นงานพลาสติกที่ได้จะยังคงคุณสมบัติเดิม ใช้ในการทดสอบการทำงานของชิ้นงาน สามารถทำการ Post-processed ต่อได้ (ขัด เจาะ แต่งสี CNC) ข้อจำกัด Anisotropy การรับแรงในทิศทางการขึ้นรูป พื้นผิวของชิ้นงานไม่ละเอียด บางจุดในชิ้นงานไม่แข็งแรง เทคโนโลยี PBF (Powder Bed Fusion) การขึ้นรูปผงวัสดุพลาสติกหรือโลหะด้วยแหล่งพลังงาน ที่มีทั้งแสงเลเซอร์และอิเล็กตรอน มักนำไปใช้ในงาน Functional Prototyping งาน Production Part จากวัสดุโลหะ ที่ถูกนำไปงานจริง และงาน Rapid Prototyping  ข้อเด่น สามารถผลิตได้ทั้งชิ้นงานที่เป็นโลหะและอโลหะ Biocompatible ชิ้นงานสามารถสัมผัสร่างกายได้ สามารถทำการ Post-processed ต่อได้ (ขัด เจาะ แต่งสี CNC) ข้อจำกัด  ระบบใหญ่ มีหลาย Unit  ราคาสูง เทคโนโลยี Polyjet การขึ้นรูปด้วยการพ่นเรซิ่นเหลวไวแสง ซึ่งเป็นกลุ่ม Photopolymer เน้นงานประเภท Rapid Prototyping ที่มีความเสมือนจริง งาน Concept Modeling หรืองาน Medical Models Anatomy สำหรับฝึกนักศึกษาแพทย์ จากการวิเคราะห์ร่างกายมนุษย์ผ่านข้อมูล CT Scan   ข้อเด่น  สามารถทำ Multiple Material และ Full colors ได้  วัสดุสามารถสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ได้  เน้นงานที่ต้องการความละเอียดสูง สีสวย พื้นผิวเรียบเนียน ข้อจำกัด  Photopolymer ถูกขึ้นรูปด้วยแสง UV อาจมีผลต่อรูปร่างชิ้นงานในระหว่างใช้งานได้  ชิ้นงานเปราะบาง แตกหักได้ง่าย Metal 3D Printing การขึ้นรูปชิ้นงานจากผงโลหะด้วยกรรมวิธีต่างๆ เน้น Material กลุ่ม Alloyเป็นหลัก ดังนี้ 4 Key Application  Functional Prototyping  Jig&Fixture  Manufacturing Tool  Low volume production What’s Next in Additive Manufacturing? 1. Part on Demand สามารถสั่งพิมพ์ชิ้นงาน Online ตามต้องการ สอดคล้องกับ Mass Customization ที่สามารถสั่งพิมพ์หลายแบบได้ในการสั่งพิมพ์เพียงครั้งเดียว ซึ่งถ้าเป็นการผลิตแบบใช้แม่พิมพ์จะไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน 2. The future of digital factory ที่จะมีเพียงเครื่อง 3D Printer ในกระบวนการผลิตเท่านั้น  3. Shared office 3D Printer สะดวก ง่ายดาย ใครอยากใช้สามารถสั่งพิมพ์ได้เลย เหมาะกับงาน Designer  4. DFAM (Design for Additive Manufacturing) เปลี่ยนการออกแบบ Design for machine เป็น Design for Additive Manufacturing เน้นการใช้งานจริง ลดน้ำหนัก จากการไร้ข้อจำกัดในการออกแบบ 5. 3D Printing on board เนื่องจากเทคโนโลยี Additive Manufacturing สามารถสร้างทุกอย่างได้ตามต้องการในพื้นที่จำกัด และไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือมากมาย 6. Generative Design การนำ AI ช่วยวิเคราะห์และสร้างรูปทรงที่เราต้องการ จากข้อมูลที่เราป้อนให้ เช่น ขนาด จุดจับยึด แรงที่กระทำ เพื่อนำไปทำการผลิตเป็นชิ้นงานด้วย 3D Printing แล้วเราจะนำเทคโนโลยี Additive Manufacturing มาใช้ในโรงงานของเราอย่างไร? 1. Line assembly production สามารถทำ Tooling ตัวจับชิ้นงานประกอบได้ 2. R&D สามารถทำอุปกรณ์จับยึดเพื่องานต้นแบบ สำหรับทดสอบชิ้นงานที่เราออกแบบ 3. Quality Control ทำ Jig สำหรับจับชิ้นงานในการตรวจสอบ CMM  4. Packing & Logistic ทำ Jig ล็อคสำหรับการขนย้ายชิ้นงานในอยู่นิ่งกับที่ได้ 5. Health & Safety  6. Equipment Gripper จับสิ่งของสำหรับแขนหุ่นยนต์ แล้วคุณล่ะ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Additive Manufacturing ในงานของคุณอย่างไร?    เนื้อเรื่อง   Suchon P. เรียบเรียง  Duangporn N. อ่านเพิ่มเติม การขึ้นรูป ด้วยการเติมเนื้อ Additive Manufacturing อ้างอิง Desktop Metal Rapid Prototyping Manufacturing Tooling 3DP Services

Stratasys j850 3D Printer แบบ Full Color Multi-Material Stratasys เปิดโฉมใหม่ของเทคโนโลยี 3D Printer รุ่น J850 Full Color Multi-Material (Pantone Colors) เครื่องพิมพ์สีสามมิติ รุ่นนี้ได้ถูกพัฒนาให้สามารถปริ้นท์ได้แบบ Full Color และ Multi-Material ได้อย่างสวยงามและสมริง ช่วยให้จนักออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถนำเสนอไอเดียของเค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งผู้ร่วมงานในส่วนอื่นสามารถตัดสินใจเรื่องแบบได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ  การที่มีชิ้นงาน 3 มิติ เหมือนจริงจะช่วยเร่งกระบวนการให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เมื่อนักออกแบบกำลังจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่ คุณก็จะเข้าถึงตลาดได้ไวมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถยนต์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การแพทย์ และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต Stratasys ทำให้นักออกแบบมีไอเดียใหม่ๆ ในเรื่องของสี ทุกวันนี้นักออกแบบวางแบบ จะขึ้นแบบที่เป็นงานเรนเดอร์ภาพบนหน้าจอ และวาดภาพชิ้นงานระบายสีเอง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้พวกเค้าสามารถผสาน 2 รูปแบบนี้ให้กลายเป็นชิ้นงานต้นแบบชิ้นเดียวได้ นั่นเป็นสิ่งที่นักออกแบบทุกคนใฝ่ฝัน และต้องการที่ชิ้นงานต้นแบบนั้น สามารถถ่ายถอดสิ่งที่พวกเค้าต้องการไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้ เทคโนโลยี 3D Printer สามารถตอบโจทย์ให้เค้าเลือกสี เลือกวัสดุได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุยาง วัสดุใส พวกเค้าก็สามารถจำลองงานออกแบบที่อยู่ในใจ ออกมาเป็นงานจริงในมือของพวกเค้าได้ทันที Stratasys J850 เครื่องพิมพ์สีสามมิติ ถูกออกแบบมาเพื่อนักออกแบบโดยเฉพาะ คุณสามารถหมุนเพื่อดูพื้นผิว ที่สามารถปริ้นท์ได้ทั้งแบบเงาและแบบด้าน พร้อมทั้งประหยัดเวลา และต้นทุน คุณสามารถประหยัดได้ถึง 85%  เทคโนโลยีที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถทำงานได้ในเวลาอันสั้น และช่วยให้ตัดสินใจในงานออกแบบได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และธุรกิจที่ดีขึ้นได้ รายละเอียดเพิ่มเติม : Stratasys J850

เปิดโอกาสผู้ประกอบการไทยเตรียมตัวให้พร้อม ลงทุนเครื่องจักรปีนี้หักภาษีได้มากถึง 2.5 เท่า!!!! ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทยตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่คิดมีแผนลงทุนแต่ยังไม่มั่นใจ กำลังตัดสินใจอยู่..อย่ารอช้า..เพราะถ้าคุณลงทุนในปีนี้สามารถนำมาหักภาษีได้ ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นฟูขึ้น สรรพากรเตรียมออกกฎหมายสนองมาตรการ การเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุน ในประเทศปี 2563 หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีฯ ที่กระทรวงการคลังเสนอ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ผู้ประกอบการนำรายจ่ายลงทุนในเครื่องจักรมาหักภาษีได้มากถึง 2.5 เท่า กระตุ้นภาษีเมื่อลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ และติดตั้งใช้งานในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น เมื่อบริษัทฯ หรือห้างร้าน ซื้อเครื่องจักรในราคา 1,000,000 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี โดยแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 จำนวน 1.5 เท่า (ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 1,000,000 x1.5 = ผลลัพธ์ 1,500,000 บาท ทางบริษัทฯ สามารถนำไปเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในการคำนวณภาษีสิ้นปี (แบบภงด.50) เป็นรายการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หักเพิ่มได้ 1,500,000 บาท ส่วนที่ 2 จำนวน 1 เท่า เป็นการหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคา ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เช่า แบบลีสซิ่ง และลงทุนในเครื่องจักร เพื่อให้เช่าเครื่องจักรนั้นแบบลีสซิ่ง) 1,000,000 x20% ต่อปี ผลลัพธ์ 200,000 บาท (หักได้ 5 ปี เนื่องจากมีการกำหนดอายุใช้งานไว้ 5 ปี) เครื่องจักรมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประกอบดังต่อไปนี้ 1.ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน 2.หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ และอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ภายใน 31 ธันวาคม 2563 3.อยู่ในราชอาณาจักร 4.ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับอื่น ๆ มาตรการเพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศ ปี 2563 ส่งผลก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 110,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 0.25 เพื่อผู้ประกอบการในไทยเติบโต และพัฒนาพร้อมทั้งปรับปรุงการผลิตสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นยิ่งขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยเพิ่มศักยภาพยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้กลับมาแข็งแกร่ง และยกระดับกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและเป็นหนึ่งในกำลังการผลิตที่สำคัญอย่างเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือ 3D Printer ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริม และเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยประกอบกับความสามารถในการปริ้นท์ที่หลากหลาย ช่วยตอบโจทย์ความต้องการในตลาดไม่ว่าจะเป็นเครื่องปริ้นท์เหล็ก (Desktop Metal) ที่สามารถปริ้นท์ชิ้นงานโลหะที่มีความคงทนและแข็งแรง ใช้งานทดแทนชิ้นงานจริงได้ ไม่จำเป็นต้องมีแม่พิมพ์ ที่สำคัญตัวเครื่องเหมาะกับอุตสาหกรรมในบ้านเราด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ได้รับการรองรับมาตรฐานความปลอดภัยที่สามารถทำงานร่วมกันกับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี นอกจากเครื่องปริ้นท์เหล็กอย่าง Desktop Metal แล้วยังมีเทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงานแบบ Additive Manufacturing จากแบรนด์ Stratasys ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน และเป็นผู้นำในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์ที่รองรับทุกความต้องการ ตั้งแต่งานต้นแบบ (Prototype) จนถึงกระบวนการผลิต (Production) ในอุตสาหกรรม สำหรับท่านที่สนใจเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือ 3D Printer สามารถสอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 02-744-9045 ต่อ 411 หรือ www.applicadthai.com แหล่งข้อมูล : สรรพากร , Businesstoday
จบกันไปแล้วสำหรับงาน Additive Manufacturing Conference 2019 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ณ ไบเทคบางนา โดยบริษัท แรบบิท โปรโตไทป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นงานต้นแบบ หรือ Low Volume Production ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ภายในงานได้นำเสนอเรื่องราวการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Additive Manufacturing หรือ 3D Printing สำหรับวงการอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็ว หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างมีระดับ ตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิต เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ Jig และ Fixture ที่สามารถลดระยะเวลาให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 50%  การแข่งขันโลกอุตสาหกรรมในอนาคตไม่เพียงการแข่งขันทางด้านคุณภาพเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งกันด้วยระยะเวลาการผลิตที่ลดลง เพราะสำหรับยุคดิจิตอล หากคุณช้าเพียงนิดเดียว คู่แข่งของคุณก็จะเดินนำหน้าคุณได้ งานนี้เป็นการเปิดประสบการณ์การผลิต และการประยุกต์ใช้ชิ้นงานที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยี Additive Manufacturing แบบทุกขั้นตอน ให้คุณได้สัมผัสกับเครื่อง 3D Printer ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องรุ่นเล็กไปจนถึงเครื่องคุณภาพระดับอุตสาหกรรมจาก Stratasys และ Desktop Metal  ไฮไลท์เด็ดภายในงาน 1.Additive Manufacturing Perspective ภาพรวมเทคโนโลยี Additive Manufacturing ที่มีในอุตสาหกรรมปัจจุบัน อย่างเช่น SLA, FDM, SLS, PolyJet และ BMD พร้อมทั้งจุดเด่นของแต่ละเทคโนโลยี รวมถึงบอกเล่าทิศทางของเทคโนโลยี Additive Manufacturing ในอนาคต คลิกที่นี่เพื่อรับชมวีดีโอ 2.กรณีศึกษาสำหรับการใช้เทคโนโลยี Additive Manufacturing จริงในกระบวนการผลิต ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มออกแบบจนถึงการนำไปใช้งาน 3.งาน Low Volume Production กับการใช้เทคโนโลยี Additive Manufacturing เหมาะกับความต้องการในการผลิตที่ปริมาณจำกัด และต้องการความรวดเร็ว 4.การประยุกต์ใช้ AI จากเทคโนโลยี Live Part และ Topology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบให้น้ำหนักเบา แต่ความแข็งแรงยังเท่าเดิม คลิกที่นี่เพื่อรับชมวีดีโอ    สำหรับคนที่พลาดงานในครั้งนี้ไป เรายังจะกลับมาพบคุณอีกในปีหน้า พร้อมจัดหนัก จัดใหญ่กว่าเดิมแน่นอน  หากคุณคิดถึงการผลิตแบบ Additive Manufacturing ขอให้นึกถึง แรบบิท โปรโตไทป์ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมบริการทุกท่าน ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.rabbitprototype.com/  ติดต่อเรา คุณจิดาวภา คำภีพันธ์ (จูน)  Email : jidawapa@rabbitprototype.com Tel: 095-365-5776   เรื่อง   Duangporn N.

เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Stratasys ช่วยรถยนต์คลาสสิคออกจากโรงรถสู่ท้องถนนได้อีกครั้ง ด้วยการผลิตชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถผลิตชิ้นงานรูปร่างต่างๆ โดยลดข้อจำกัดการผลิตแบบเดิมได้อย่างมากมาย ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งการผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์คลาสสิคขึ้นมาใหม่ จากชิ้นส่วนที่หายากอีกด้วย มาเปิดมุมมองการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Stratasys ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้ได้จริง ผ่านคอคนรักรถคลาสสิค จะมาเล่าถึง “การผลิตที่ง่าย รวดเร็วกว่าการผลิตแบบเดิม สามารถเลือกใช้วัสดุได้หลากหลาย ตามความแข็งแรง และการนำไปใช้งานที่เหมาะสมได้ รวมไปถึงช่วยประหยัดเวลา พร้อมทั้งมอบความอิสระในกระบวนการวิจัย พัฒนา สำหรับการออกแบบใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่มากขึ้นอีกด้วย” Left: 1934 Rolls-Royce Merlin    Right: Carburetor Spacers & valve cover breather tubes Courtesy: Big Dog Productions   Left: 1966 Ford Galaxie             Right: Air Intake Plenum Courtesy: Big Dog Productions   เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่าง เครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถเข้ามาเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการผลิต ให้กับวงการอุตสาหกรรม สิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเป็นจริงได้ และสิ่งที่ไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ ก็สามารถทำได้จริงครับ ด้วย 3D Printer แต่เนื่องด้วยในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีมากมายหลากหลายรุ่น หลากหลายเทคโนโลยี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และรูปแบบการนำไปใช้ หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่สามารถช่วยพัฒนา และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้กับคุณ สามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ หรือ เข้ามาชมเครื่องจริง ชิ้นงานตัวอย่างจริง ได้ที่ Showroom ของ AppliCAD สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-744-9045 ครับ

My logo