My logo

Article – Adobe Ci

หมดปัญหางงว่าเอกสารไหนเก่า-ใหม่ อันไหนต่างกันยังไง ด้วยเครื่องมือใหม่เอี่ยมที่ช่วยให้คุณไม่งงอีกต่อไป Compare PDF File ยอมรับเถอะว่าเอกสารส่วนใหญ่มักจะถูกแก้ไขไปมา และยิ่งไปกว่านั้นมักจะถูกส่งต่อและแก้ไขโดยคนหลายๆคน ลองคิดดูสิว่าหากคุณมีไฟล์เอกสารชื่อเดียวกันอยู่หลากหลายอัน บางทีความสับสนอาจจะเกิดขึ้นได้แน่นอนว่า ตกลงอันไหนล่าสุด อันไหนคืออันที่ถูกต้อง เพราะบางทีจะไปดูจากวันที่แก้ไขไฟล์อย่างเดียวก็ไม่ถูกต้องเสมอไป  ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำถึงเครื่องมือที่เรียกว่า Compare Files   ซึ่งการใช้งาน Compare File สามารถทำงานได้ดังนี้ เลือก Tools > Compare Files. จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการเปรียบเทียบ [ ] Compare Text Only หากเลือกช่องนี้ Acrobat จะไม่สนใจภาพหรือสิ่งอื่นๆ ในไฟล์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จะสนใจเฉพาะข้อความในเอกสารเท่านั้นว่าต่างกันอย่างไร สำหรับการกด Setting จะสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ เช่นอยากจะเทียบเฉพาะหน้าใดเป็นต้น หรือตั้งค่าว่าเอกสารเป็นประเภทไหนเป็นต้น ซึ่งเมื่อกด Compare Change แล้ว Acrobat จะแสดงสรุปส่วนที่แตกต่างว่ามีส่วนไหนแตกต่างกันบ้าง ซึ่งเมื่อกด Go to First Change จะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดส่วนที่แตกต่างกันได้ เช่นดูแบบ “Side-by-Side” หรือดูแบบรายหน้า ด้วยการกด Old File หรือ New File และดูว่ามีส่วนไหนที่เปลี่ยนไปบ้าง จากอะไรเป็นอะไรเป็นต้น ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะเหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานกับเอกสารหลากหลาย Revision และต้องการเทียบความแตกต่างหรือตรวจสอบว่ามีการแก้ไขเอกสารอะไรไปบ้าง ตรงส่วนไหน ไม่หลุดรอดสายตาไปแน่นอน และที่สำคัญเร็วกว่าเดิมเยอะ ด้วยเครื่องมือใหม่เอี่ยมใน Acrobat DC เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ บทความ : ชัชญา พานิช  

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Adobe Stock หนึ่งในคลังรวมภาพที่ใหญ่ที่สุดและมีภาพมากที่สุด รองรับมากถึง 20 ภาษา ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 99$ มีราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้ Creative Cloud สามารถนำภาพที่ต้องการมาทดลองจัดวาง Layout ได้ทันที ก่อนการซื้อ ปัญหาของเหล่านักออกแบบส่วนใหญ่คือเวลาจะออกแบบงานอะไรซักชิ้น มักจะต้องใช้รูป หรือภาพประกอบอยู่เสมอ ซึ่งบางทีก็ใช้ในการวาง Layout บางทีก็ใช้นำมาเป็นส่วนประกอบหลักของงาน เช่น ต้องการออกแบบโบรชัวร์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ก็อยากได้ภาพบรรยากาศการทำงานมาประกอบ แต่ภาพพวกนี้ถ้าหากอยากจะได้ตรงใจที่ต้องการ ก็ต้องไปถ่ายรูปใส่ประกอบหรือเข้าไปเลือกช้อปปิ้งซื้อรูปจากเหล่า Stock ทั้งหลายที่มีในตลาด Adobe Stock คืออะไร? บริการ Adobe Stock คือบริการพื้นที่เก็บรูปภาพ คลังภาพ และเว็บขายภาพ โดยที่ผู้ใช้โปรแกรมต่างๆ ของ Adobe เช่น Photoshop CC, Illustrator CC, InDesign CC และแอพพลิเคชั่นของ Adobe สามารถเข้าถึง Adobe Stock ได้โดยตรงผ่าน Function ในโปรแกรมนั้นได้เลย รวมไปถึงกลุ่มผู้ใช้ Adobe Creative Cloud ด้วย Adobe Stock สามารถทำงานร่วมกับระบบ Libraries ใน Adobe CC ทำให้สามารถโหลดภาพมาในหน้าต่าง Libraries เพื่อเรียกใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องโหลดภาพนั้นมาเก็บไว้บนเครื่องให้เปลืองพื้นที่ และยังสามารถที่จะปรับแต่งภาพนั้นจาก library ทันทีผ่านแอพพลิเคชั่นของ Adobe และยังสามารถลองทดสอบปรับภาพในโหมดความละเอียดต่ำก่อนที่จะตัดสินใจซื้อตัวภาพนั้นมาใช้งานจริงๆ ได้ด้วย หากถูกใจทั้งนักออกแบบ หรือทั้งลูกค้าแล้วค่อยกดสั่งซื้อรูปภาพก็สามารถนำไปใช้งานความละเอียดสูงได้ทันที นอกจากนั้น Adobe ยังเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Fotolia หากเราใช้ Fotolia ภาพของเราในนั้นก็จะถูกขายบน Adobe Stock โดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นทำให้เราได้ขยายฐานลูกค้าและมีโอกาสเข้าถึงผู้คนมากขึ้นไปอีก โดยไม่ต้องยุ่งยากอะไรเลย สำหรับรูปภาพใน Adobe Stock มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจำเป็น รูปถ่าย, illustrations และเวกเตอร์ ลองมาดูตัวอย่างการใช้งานในคลิปนี้ ราคาของภาพใน Adobe Stock หากไม่ได้เป็นสมาชิก Adobe CC ทาง Adobe จะมีแพลนสำหรับดาวน์โหลดภาพคือ – เดือนละ 49 US ดาวโหลดได้ 10 ภาพ/เดือน – เดือนละ 199 US ดาวโหลดได้ 750 ภาพ/เดือน – ซื้อภาพเดี่ยว ราคาภาพละ 9.99 US บทความ : ชัชญา พานิช

ความแตกต่างของการสมัครใช้บริการ Creative Cloud ในรูปแบบส่วนบุคคล ( for individuals ) และแบบสำหรับองค์กร ( for team ) ? เพราะดูแล้วราคาก็ไม่เท่ากัน แต่โปรแกรมในชุดก็เหมือนๆ กันสรุปแล้วมันต่างกันยังไง ยังคงเป็นอีกคำถามหนึ่งที่หลายคงยังคงสงสัยและไม่เข้าใจกันอยู่ วันนี้บริษัทแอพพลิแคด ตัวแทนอย่างเป็นทางการระดับ Platinum Partner ของ Adobe ประจำประเทศไทย จึงจะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้แบบให้เคลียร์กันชัดๆ ไปเลยว่า มันแตกต่างกันยังไง Creative Cloud for Teams  เป็นบริการ สำหรับรูปแบบบริษัทหรือองค์กร (Teams) ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยนำเสนอโปรแกรมสายครีเอทีฟของ Adobe ทั้งหมด (เช่น Photoshop, Illustrator, InDesign, Premiere Pro, Acrobat Pro และอีกมากมาย) พร้อมด้วยเครื่องมือบริหารจัดการสำหรับการ License สำหรับผู้ใช้ในองค์กร การเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลของแต่ละผู้ใช้ และการให้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับการใช้ในองค์กร และที่สำคัญไลเซนส์ผูกกับชื่อองค์กรทำให้สามารถจัดการลิขสิทธิ์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย สำหรับบริการแบบ Creative Cloud for Teams นั้นไม่เพียงแต่จะมีฟังชั่นก์การใช้งานที่แบบเวอร์ชั่นส่วนบุคคล ( Individuals) มีทุกอย่างแล้วเท่านั้น แต่ยังเพิ่มเติมในส่วนของฟีเจอร์และความสามารถในการจัดการการทำงานแบบหลากหลาย Users ได้ด้วย ทำให้ต่อไปในทีมสามารถทำงานร่วมกันในไฟล์เดียว แชร์ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ต้องคอยส่งไฟล์อัพเดทกันไปมาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว นอกจากนั้นบริการแบบทีมนั้นยังมีความพิเศษที่รูปแบบบุคคลไม่มีคือ ในแบบทีมนั้นผู้ใช้สามารถเข้าถึงการใช้งานเครื่องมือครีเอทีฟระดับโลก  ทั้งบนเดสท็อป หรือแอพพลิเคชั่น บริการต่างๆ และฟีเจอร์ที่อัพเดทล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังสามารถแชร์ไฟล์ไปถึงกันและกันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ เพราะมีพื้นที่การเก็บไฟล์บนคลาวด์มากถึง 100 GB สำหรับซื้อทั้งชุด และ 20 GB สำหรับซื้อเพียงโปรแกรมเดียว สำหรับ Creative Cloud for Teams จะมีแพ็คเกจให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือ Creative Cloud for Teams Single Apps สามารถเลือกใช้งานเป็นรายโปรแกรมที่ใช้ได้ และบริการสำหรับองค์กร Creative Cloud for Teams All Apps สามารถใช้งานได้ทุกโปรแกรมของ Adobe สายครีเอทีฟ และบริการสำหรับองค์กร และที่สำคัญการซื้อและให้บริการจะเกิดขึ้นกับตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้องในไทยเท่านั้น ทำให้ได้รับบริการตรงจากทีมซัพพอร์ตในไทย และการชำระเงินค่าซอฟต์แวร์สามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ Creative Cloud for individuals เป็นบริการ สำหรับรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือ Free lance นั้น จะมีให้เลือกแพ็กเกจการใช้งานได้ 3 แบบ คือ Photography Plan แพ็กเกจสำหรับช่างภาพ ที่สามารถใช้งาน Photoshop และ Lightroom ได้ Creative Cloud Individual Single App แพ็กเกจเฉพาะโปรแกรม เลือกใช้งานแค่โปรแกรมเดียว Creative Cloud Individual All Apps แพ็กเกจรวมสามารถใช้งานได้ทุกโปรแกรม สำหรับแบบบุคคลนั้นจะสามารถใช้งานได้ตามแพ็กเกจที่เลือกซื้อ และการชำระเงินจะเป็นผ่านระบบหักผ่านบัตรเครดิตได้อย่างเดียวเท่านั้น จึงเหมาะกับการใช้แบบส่วนตัวมากกว่า เพราะด้วยวิธีการชำระแบบนี้นั่นย่อมไม่เหมาะกับการใช้งานในระดับองค์กรแน่ๆ เนื่องจาก License ผูกกับชื่อและอีเมลล์ของบุคคลเป็นหลัก ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร นอกจากนั้นสำหรับแพ็กเกจการใช้งานแบบบุคคลนั้นจะไม่มีเครื่องมือที่รองรับการทำงานและจัดการการใช้งานแบบหลายๆ คนและไม่มีบริการจากผู้เชี่ยวชาญในไทย โดยเฉพาะคอยซัพพอร์ตในส่วนการแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย ทำให้เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นการให้บริการจะต้องติดต่อผ่านหน้าเว็บไซต์ www.adobe.com เท่านั้น จากข้อมูลข้างบน เรามาสรุปให้เข้าใจแบบง่ายๆ ตามตารางข้างล่างนี้เลย  

การออกแบบกราฟฟิกนั้นจะให้ความสำคัญกับภาพที่แสดงออกมาเป็นอย่างมาก ใครๆ ล้วนแต่ต้องการงานออกแบบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา เว็บไซต์ โลโก้ และวิดีโอ เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักออกแบบมืออาชีพที่สามารถสร้างภาพหรือวาดลายเส้นได้อย่างสมบูรณ์ หรือมีเครื่องมือเด็ดๆ คุณภาพสูง ถึงจะสามารถสร้างงานที่โดดเด่น สวยงาม และมีประสิทธิภาพได้ เพราะบางครั้งงานออกแบบที่ดีนั้นก็มาจากเครื่องมือง่ายๆ ในอุปกรณ์มือถือของคุณ และถึงแม้ว่าการมีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพนั้นเป็นส่วนหนึ่งให้ได้งานออกแบบที่ดีก็จริง แต่ Amy Copperman นักเขียนและ Editor ของ Adobe Spark ได้บอกว่าการสร้างงานออกแบบที่ดีคือการสร้างงานที่ “สะดุดตา” เพราะถ้าเราทำให้ผู้คนสนใจงานของเรา และรับรู้สิ่งที่เราสื่อสารออกไปได้ ก็ถือว่างานออกแบบของเรามีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จแล้ว และนี่คือหลักการออกแบบพื้นฐาน 8 อย่างที่จะช่วยให้งานของคุณ “น่ามอง” “สะดุดตา” ผู้พบเห็นได้อย่างแน่นอน การจัดวางตำแหน่ง (Alignment) การจัดวางเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการออกแบบ เริ่มตั้งแต่การสร้างรูปร่าง การวางองค์ประกอบลงบนส่วนต่างๆ ให้น่าสนใจ น่าดึงดูด รวมถึงมีความสอดคล้องกัน การจัดวางตำแหน่งวัตถุต่างๆ ลงบนงานออกแบบนั้น ควรจัดเรียงตำแหน่งขององค์ประกอบให้เป็นลำดับ  จัดให้อ่านง่าย สบายตา มีทิศทางการมองที่ชัดเจน นี่เป็นตัวอย่างงานออกแบบของ  Spark Post ที่ใช้วิธีการจัดวางองค์ประกอบแบบง่ายๆ  ให้สะดุดตา ด้วยการวางสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารไว้ตรงกลางเพื่อให้โดดเด่น และวางองค์ประกอบอื่นๆ ไว้ตรงขอบเพื่อไม่ให้แย่งซีนสิ่งที่เราจะสื่อสาร ลำดับความสำคัญ (Hierarchy) ถ้าหากว่าในงานออกแบบของคุณนั้นมีองค์ประกอบที่หลากหลาย คุณต้องให้น้ำหนักความสำคัญไปในสิ่งที่คุณจะสื่อสาร โดยการนำหลักการเรียงลำดับความสำคัญ (Hierarchy) มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นตัวหนังสือใหญ่ๆ จัดวางส่วนที่ต้องการจะเน้นให้โดดเด่นกว่าส่วนอื่น รวมถึงการใช้รูปร่างหรือเฟรมต่างๆ เข้ามาช่วยสร้างจุดสนใจ การเริ่มออกแบบด้วยสิ่งที่คุณต้องการสื่อสารเป็นอันดับแรกคือเคล็ดลับสำคัญของหลักการนี้ บางทีคุณอาจจะอยากให้ข้อความที่สื่อสารออกไปเป็นคำคมดีๆ แต่คุณก็ยังอยากให้คนที่เห็นสนใจที่จะติดตามคุณและขายของได้ด้วย คุณก็สามารถออกแบบได้โดยการเน้นคำคมให้เป็นจุดเด่น และเน้นข้อมูลอื่นๆ ให้มีความน่าสนใจรองลงมาจากคำคมของคุณ ความขัดแย้ง (Contrast) Contrast เป็นอีกหลักการหนึ่งที่สำคัญมากในการออกแบบ เพราะหลักการนี้สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยสร้างความสำคัญให้กับสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสารออกไปได้ โดยหลักการนี้จะเกิดจากการนำดีไซน์ หรือนำส่วนประกอบ 2 สิ่งที่ตรงกันข้าม เช่น สีดำกับสีขาว หนากับบาง สมัยใหม่กับโบราณ และอื่นๆ มาไว้ด้วยกัน การนำหลักการนี้มาใช้จะช่วยสร้างความสะดุดตาให้กับส่วนที่ต้องการเน้นความสำคัญ และช่วยจัดระเบียบข้อมูลให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วย การซ้ำ (Repetition) การซ้ำเป็นหลักการออกแบบที่นำองค์ประกอบหมือนกันตั้งแต่ 2 แบบขึ้นไปเป็นมารวมให้อยู่ในงานแบบเดียว การซ้ำสามารถทำให้สิ่งที่ต้องการนำเสนอและสื่อสารมีน้ำหนักและคุณค่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถนำมาใช้ในการทำ Branding เพื่อให้ผู้คนสามารถจดจำแบรนด์ได้ การจัดวางไว้ใกล้ๆ กัน (Proximity) Proximity เป็นหลักการที่นิยมนำมาใช้ในเพื่อจัดการกับองค์ประกอบใน Page โดยเริ่มจากการนำส่วนประกอบที่มีความใกล้เคียงและคล้ายคลึงกันมารวมเป็นกลุ่มไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ  เช่น สี ตัวอักษร ขนาด รูปแบบ จนได้เป็นภาพรวมของงานออกแบบที่สมบูรณ์ การใช้หลักการแบบนี้จะทำให้สายตาของผู้รับชมให้ความสนใจกับส่วนต่างๆ ในงานไปทีละส่วน จากตัวอย่างในภาพ Brian Nemhauser, the voice behind Hawkblogger ที่นำหลักการนี้มาใช้เพื่อนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสถิติของผู้เล่นคนนี้ ความสมดุลย์ (Balance) ความสมดุลย์จะช่วยให้งานออกแบบของคุณนั้นดูสม่ำเสมอ ไม่หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่มองดูแล้วมีน้ำหนักเท่ากัน โดยใช้องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็น สี รูปทรง โดยเราสามารถออกแบบได้เป็นแบบสมดุลที่เท่ากัน (Symmetrical Balance) ที่ให้น้ำหนักขององค์ประกอบเท่ากัน หรือสมดุลที่ไม่เท่ากัน (Asymmetrical Balance หรือ Informal Balance) ที่องค์ประกอบไม่เท่ากัน โดยข้างหนึ่งมีขนาดมากกว่าอีกข้างหนึ่ง แล้วหาตำแหน่งวางให้สมดุลกันดูแล้วเท่ากันด้วยน้ำหนักทางสายตา สี (Color) สีเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากในการออกแบบ และเป็นส่วนที่เราต้องให้ความใส่ใจอย่างเป็นพิเศษ เพราะสีในงานออกแบบนั้นมีอิทธิพลต่อผู้รับชมเป็นอย่างมาก โดยในแต่ละสีก็สามารถที่จะนำมาใช้และสื่อถึงความหมายที่แตกต่างกันไป สีเขียวให้ความรู้สึกเป็นมิตร ดูเป็นการกุศลและแสดงถึงสิ่งแวดล้อม ในขณะที่สีแดงก็แสดงความมีพลัง อารมณ์โกรธ สีฟ้าแสดงถึงความมั่นคง เย็นใจ ส่วนสีเหลืองก็แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียนทฤษฏีสีแบบลึกซึ้งมากมาย แต่ควรเลือกใช้สีที่ชัดเจน ระมัดระวังการไล่ระดับสีในพื้นหลังไม่ให้ใกล้เคียงกับข้อความจนเกินไป หรือทำให้ข้อความในงานออกแบบอ่านยาก ลองดูภาพนี้เป็นไอเดียก็ได้ ที่ว่าง (Space) ในส่วนประกอบของงานออกแบบ ที่ว่างก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะเราสามารถเลือกใส่อักษร ข้อความ หรือการออกแบบแนว Negative space มาช่วยสร้างจุดเด่นให้กับสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ และสุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ได้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพ คือ การรับฟังคำติชม และคำแนะนำที่มีในงานต่างๆ รวมถึงการเปิดตามองกว้างๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวที่จะนำมาสร้างงานออกแบบของเรา บทความ : ชัชญา พานิช

หนึ่งในคำถามที่พบมากที่สุด และคำตอบนั้นจะต้องทำให้คุณประหลาดใจมากแน่ๆ  สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาคำตอบเกี่ยวกับข้อตกลงการอนุญาตใช้งานซอฟต์แวร์ ( Software License Agreement ) หรือที่เราเรียกกันว่า The terms of use or EULA ซึ่งข้อตกลงนี้นั้นเกี่ยวกับการอนุญาตใช้งานซอฟต์แวร์ของ Adobe และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ กว่า 28 ภาษา โดยในเอกสารนี้ครอบคลุมเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับ Product Activation ด้วย สอบถามราคา Adobe คลิกที่นี่ โดยปกแล้วเราสามารถที่จะติดตั้งโปรแกรมลงบนคอมพิวเตอร์ได้กี่เครื่องทั้งเวอร์ชั่น CC (Creative Cloud) และ CS (Creative Suite)? สำหรับคำถามนี้คำตอบสำหรับผู้ใช้งานแบบบุคคลทั่วไป คือ สามารถติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ได้มากที่สุด 2 เครื่อง แต่จะไม่สามารถใช้งานในเวลาเดียวกันได้ และด้วยสิ่งนี้ทำให้คุณสามารถที่จะใช้งาน Creative Cloud (หรือ Creative Suite) ได้ที่บ้านบนคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือสามารถใช้งานบนแล็ปท็อปหรือแท็ปเล็ตของคุณได้ในขณะที่อยู่ระหว่างการเดินทาง อย่างไรก็ตามลักษณะการใช้งานนั้นยังคลุมเครืออยู่บ้างว่า เราสามารถที่จะติดตั้งใช้งานได้ 2 เครื่องก็จริง แต่ผู้ใช้ต้องเป็นตัวคุณเองคนเดียวหรือว่าไม่สามารถให้ผู้อื่นมาใช้ร่วมได้ ซึ่งในส่วนนี้ใบอนุญาตการใช้งานได้พูดไว้ดังนี้ EULA for Photoshop CS6 Terms of Use for CC Software   ความแตกต่างที่สำคัญของเวอร์ชั่น CC (Creative Cloud) สำหรับในเวอร์ชั่น Creative Cloud ผู้ใช้หลักสามารถติดตั้งโปรแกรมไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองเพื่อให้ตนเองไว้ใช้งานได้ แต่ไม่สามารถใช้พร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน แต่สำหรับคนที่ใช้เวอร์ชั่น Creative Cloud  สามารถที่จะติดตั้งและใช้งาน 2 เครื่องบนระบบที่แตกต่างกันได้ เช่น สามารถใช้ได้ทั้งบน Mac และ PC นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Adobe เช่น Photoshop Elements และ Lightroom ยังถูกขายในรูปแบบ Multi-Platform ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นทั้งบน Windows และ Mac OS อีกข้อดีหนึ่งของ Creative Cloud คือไม่ต้องใช้ Serial Numbers เหมือนใน Creative Suite เพราะคุณสามารถเข้าถึงการใช้งานได้ด้วย Adobe ID ซึ่งข้อดีนี้ทำให้การใช้งานของคุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น  แค่เพียงติดตั้ง CC Apps ลงไปยังเครื่องที่คุณต้อง การใช้งาน และสามารถติดตั้งลงไปยังเครื่องที่สามหรือมากกว่านั้นได้ด้วย โดยถ้าหากคุณมีการใช้งานเครื่องที่ 3 ระบบก็จะมีการสอบถามว่าคุณต้องการยกเลิกการใช้งานที่เครื่องเดิมทั้ง 2 เครื่องหรือไม่ คุณสามารถกด “Continue” เพื่อ Sign out ออกจากเครื่องเดิม แล้วใช้งานบนเครื่องใหม่ของคุณได้เลย เรียกได้ว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและต้องเปลี่ยนสถานที่ในการทำงาน และเปลี่ยนเครื่องสำหรับใช้งานบ่อยๆ  เวอร์ชั่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้จากทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยไม่ต้องมากังวลเรื่องการย้ายข้อมูลต่างๆ อีกต่อไป Update 11/10/2016 // ใน Software Term เก่า (http://www.adobe.com/content/dam/Adobe/en/legal/servicetou/Software_Terms-en_US-20150601_2200.pdf) มีการระบุไว้ชัดเจน สำหรับ Software แต่ละประเภท ไม่ว่าจะเรื่อง Subscription , Activation ของ โปรแกรมแบบ Subscription , Device Based แต่ใน Term ล่าสุดปัจจุบันจากหน้าลิงค์ http://www.adobe.com/legal/terms.html ไม่ได้มีการพูดถึงข้อจำกัดในการใช้แต่ละประเภทไว้เลย จะมีพูดถึงแต่เรื่องใน Common Question ว่าติดตั้งพร้อมกันกี่เครื่องก็ได้ แต่ Activate ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน สำหรับการใช้งานร่วมกับรุ่นเก่า มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอย่างหนึ่งในการอัพเดทเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์ Adobe คือ ถ้าหากคุณอัพเกรดรุ่นแล้ว แต่ยังต้องการใช้รุ่นเดิมอยู่ ในเวอร์ชั่นที่เก่ากว่าต้องอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันกับที่ลงเวอร์ชั่นใหม่ และตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นไปผู้ใช้งาน Creative Cloud แบบรายปีสามารถเข้าถึงการใช้งานเวอร์ชั่นเก่าได้ (เช่น CS6) ดูวิธีการได้ที่นี่  download and use previous major releases License สำหรับสถาบันการศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษานั้นจะแบ่งประเภทออกเป็น 1. Education User License : เหมาะสำหรับอาจารย์และพนักงานของสถาบันการศึกษา การใช้งานไม่ต่างกับ License ประเภทอื่นๆ 2. Education Device License : เหมาะสำหรับห้องแล็ป ห้องอบรมของสถาบันการศึกษา จะเหมาะกับการติดตั้งแบบระบุเครื่อง โดยไม่สนใจว่าผู้ใช้งานจะเป็นใคร จะตัดความสามารถบริการเสริมบางอย่างออก ซึ่งในประเภท License การศึกษานั้น จะสามารถได้รับราคาและข้อเสนอพิเศษ License สำหรับ Virtual Machines และ Servers ในส่วนนี้สิ่งที่สำคัญคือ Adobe ได้กำหนดนิยามของคอมพิวเตอร์ว่าเป็น “a virtual or physical device” ไม่ใช่แค่ CPU จึงสามารถใช้งานบนแพลตฟอร์มแบบ  Virtualization  เช่น VMware Fusion, Parallels Desktop, Citrix XenApp และ Oracle VM VirtualBox เป็น dual-boot system ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถติดตั้งได้ทั้งสองพาร์ทิชั่นรวมทั้ง Apple Boot Camp ด้วย แต่ก็นับเป็นการติดตั้งลงบนหนึ่งเครื่อง และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นคำตอบสำหรับสิ่งที่หลายคนต่างก็มักสงสัยกันอยู่เสมอในซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดของ Adobe นอกจากนั้นคุณสามารถที่จะเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Product Licenses and Terms of Use เพื่อนำมาพิจารณาเพิ่มเติมว่าการเลือกใช้แบบไหนจะเหมาะที่สุดสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณต้องการใช้งานในองค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา กลุ่มบุคคลหรือมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 คนขึ้นไป และต้องการใช้งานหลายเครื่องในเวลาเดียวกัน เราแนะนำว่าการเลือกข้อเสนอแบบ Creative Cloud for teams จะเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการการใช้งานหลายๆ เครื่องรวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลโดยตรงอีกด้วย หากมีข้อสงสัยอย่าเก็บไว้ในใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแอพพลิแคดได้ทันทีที่เบอร์ 02-744-9045 หรือชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://8baht.com/category/software/adobe/ Ref. http://www.adobe.com/content/dam/Adobe/en/legal/servicetou/Software_Terms-en_US-20150601_2200.pdf บทความ : ชัชญา พานิช

  ภาพนั้นถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ สำหรับงานดีไซน์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบกราฟฟิก เว็บไซต์ นามบัตร และแบนเนอร์โฆษณา ทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้ภาพในการสื่อสารทั้งสิ้น คอนเซ็ปงานดีแค่ไหน แต่ถ้าได้ภาพไม่ดีงานออกแบบก็จบ พังไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน คราวที่แล้ว AppliCAD ได้มาแนะนำเกี่ยวกับหลักการออกแบบที่ไม่ต้องมืออาชีพก็สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างงานออกแบบที่มีประสิทธิภาพได้ (ใครยังไม่ได้อ่าน สามารถตามไปอ่านได้ที่นี่เลย >> Link บทความ “ 8 หลักการออกแบบที่ทำให้คนสนใจงานของคุณอย่างแน่นอน” ) และสำหรับในครั้งนี้เราก็ได้รวบรวมเว็บไซต์มากมายถึง 100 เว็บไซต์ที่มี ภาพ Vector Theme, Graphic, Templates ให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ทั้งฟรีและเสียเงิน รวมเป็นถึงเว็บที่รวม RESOURCES ดีๆ ที่จะช่วยเป็นไอเดียให้กับงานออกแบบของเรา บอกได้เลยว่าเป็นเว็บที่น่า Bookmark ไว้สุดๆ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 365 PSD เว็บไซต์ที่รวบรวมรูปภาพ ส่วนประกอบ และเวกเตอร์ต่างๆ รวมทั้งไฟล์ PSD ไว้มากมายและเราสามารถนำมาใช้ในการออกแบบต่างๆ ได้โดยมีทั้งแบบฟรีและไม่ฟรี PIXDEN เว็บไซต์ที่รวบรวมงานคุณภาพต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Vector , Theme , Graphic, Templates Flat Icon เว็บที่รวมไอคอนต่างๆ ไว้อย่างมหาศาลมีทั้งแบบโหลดไปใช้ได้ฟรีและต้องเสียเงิน Graphicburger ใครอยากโหลด Mock-ups, UI-Kits, Icons, Text Effects, Background และอื่นๆ อีกมากมายก็สามารถไปโหลดจากที่นี่มาใช้ได้เลย Dribbble เราสามารถหาภาพฟรีจาก dribble.com มาใช้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการ search ว่า freebie stocksnap.io เว็บไซต์นี้รวมภาพฟรีที่เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้และส่วนใหญ่จะเป็น CC0  (Creative Commons Zero) หรือ “ไม่สงวนลิขสิทธิ์” (No Rights Reserved) Unsplash อีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีภาพสวยๆ และคุณภาพสูงไว้ให้เราสามารถโหลดมาได้อย่างฟรีๆ Gratisography อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่รวมภาพสวยงามและคุณภาพสูงไว้อย่างมากมายที่เราสามารถนำไปใช้ได้ทั้งแบบส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ Negativespace มีภาพสวยๆ คุณภาพดีให้เราสามารถนำมาใช้ได้มากมาย และเว็บนี้ยังเพิ่มภาพใหม่ๆ สัปดาห์ละ 20 ภาพ และทุกภาพเป็น License CC0 อีกด้วย Splitshire เป็บเว็บไซต์ที่รวมรวบภาพจากผลงานของดีไซเนอร์ที่ชื่อว่า Daniel Nanescu และอนุญาตให้นำภาพไปใช้ได้ที่ทั้งแบบส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ Little Visuals เป็นเว็บไซต์แจกรูปผลงานของชายที่ชื่อว่า Nic แต่ปัจจุบันเขาเสียชีวิตไปแล้วด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปีจากอาการ S.A.D.S ( Sudden Adult death Syndrome ) เว็บไซต์นี้จึงไม่ได้มีการอัพเดทรูปเพิ่มอีก ครอบครัวของนิกเก็บเว็บนี้ไว้เพื่อเป็นการระลึกถึงเขา ทุกคนสามารถไปโหลดผลงานของนิกมาใช้ได้ฟรี และยังสามารถบริจาคเงินให้กับทางเว็บไซต์เพื่อนำไปให้มูลนิธิ Hand on Heart ในการให้ความช่วยเหลือและติดตั้งเครื่องมือไว้ในโรงเรียนต่างๆ เพื่อลดอัตตราการเสียชีวิตแบบเดียวกับที่จะเกิดขึ้นแบบนิกได้ Lifeofpix อีกหนึ่งเว็บไซต์แจกภาพฟรีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ Death to Stock Photos เว็บแจกรูปอีกเว็บที่จะมีการอัพเดตรูปใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ สามารถนำรูปไปใช้ได้บน Mockups, Blog Posts หรือ Social Media ต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามเว็บนี้มีเงื่อนไขการใช้งานบางส่วนเล้กน้อยที่สามารถอ่านเพิ่มได้ที่นี่ Picjumbo อีกเว็บที่สามารถนำรูปไปใช้ได้ฟรีทั้งในเชิงส่วนบุคคลและพาณิชย์ นอกจากนั้นในเว็บนี้ยังมีการอัพเดทรูปใหม่ๆ ทุกวันอีกด้วย IM Free เป็นเว็บแจกรูปฟรีที่มีรูปหลากหลายประเภท เช่น ธุรกิจ การศึกษา สามารถนำรูปไปใช้ได้ทั้งส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ New Old Stock เว็บแจกรูปฟรีที่เน้นรูปวินเทจหรือรูปเก่าๆ โดยเฉพาะ Getrefe เว็บไซต์แจกรูปฟรีที่สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ Freestocks.org เว็บแจกรูปคุณภาพสูงและฟรีที่มี License แบบ CC0 Snapwire Snaps เว็บแจกรูปฟรีที่เป็นแบบ Public Domain Jay Mantri เว็บนี้จะอัพรูปใหม่ทุกๆ วันพฤหัสและเป็น License แบบ CC0 21.Tookapic Stock เว็บไซต์นี้มีทั้งภาพที่แจกฟรีกับแบบพรีเมี่ยมที่เสียเงินสามารถลองไปหาดูได้ MMT STock เว็บแจกรูปฟรีผลงานของ Jeffrey Betts มี License แบบ CC0 Streetwill.co เว็บแจกรูปฟรี คุณภาพสูงที่มีรูปภาพหลายหลายรูปแบบ pixabay อีกหนึ่งเว็บไซต์แจกภาพฟรีที่เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องใช้อยู่บ่อยๆ เพราะฟรี คุณภาพดี และสามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย Infogr.am เราสามารถสร้างภาพ Inforgraphic ได้อย่างง่ายดายด้วยเว็บไซต์นี้ Patternizer Pattern สร้างแพทเทรินตามสไตล์ที่เราต้องการได้ดั่งใจด้วยเว็บไซต์นี้ UIParade เครื่องมือฟรีที่ช่วยออกแบบ UI บนหน้าเว็บ ที่ง่ายและสะดวกสุดๆ Niice หัวตื้อ คิดอะไรไม่ออก เว็บด้วยช่วยจุดประกายสร้างไอเดียได้นะ Raumrot มีทั้งให้ดาวน์โหลดเป็นเซ็ต หรือจะเลือกดาวน์โหลดตามหมวดหมู่ทีละภาพก็ได้ และฟรีภายใต้ Creative Common Pexels ใครที่กำลังมองหาภาพที่มีคุณภาพดี และฟรีด้วย ต้องเว็บนี้เลย Startup Stock Photos ใครอยากได้รูปแนว Startup หรือ ออฟฟิศต้องเว็บนี้เลย magdeleine เว็บแจกรูปฟรีที่มีการอัพเดทรูปใหม่ๆ ทุกวัน freeimages ใครกำลังมองหารูปเยอะ และฟรี สามารถใช้งานได้หลายแบบต้องเว็บนี้เลย publicdomainarchive เว็บนี้เคลมมาเลยว่ารูปในเว็บสามารถใช้ได้ฟรี 100% และมีการอัพเดทรูปใหม่ทุกๆ สัปดาห์ด้วย moveast เว็บแจกรูปฟรีมากมายที่มีลิขสิทธิ์แบบ CC0 gratisography เว็บแจกรูปเยอะและฟรี พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง photocollections ชื่อเว็บก็บอกอยู่แล้ว ใครยากได้รูปสวยๆ มาหาที่เว็บนี้ได้เลย เว็บที่แจกรูปฟรีและมีลิขสิทธิ์แบบ CC0 สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ 37. creativevix cupcake fancycrave isorepublic magdeleine shutteroo snapwiresnap thepicpac barnimages designerspics epicantus freenaturestock goodstock kaboompics นี่ก็เป็นรายชื่อเว็บไซต์ที่เรานำมาแบ่งปันกันในวันนี้ อย่างไรก็ตามก่อนนำมาใช้อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพเหล่านั้นมี  License ประเภทไหน สามารถนำไปใช้ได้ฟรีเป็น Public Domain หรือเป็น Creative Commons ที่นำไปใช้ได้ฟรี แต่ต้องอยู่ในกฏที่ลิขสิทธิ์กำหนดไว้ ต้องให้เครดิตเจ้าของ หรือมีข้อจำกัดพิเศษอะไรหรือเปล่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ในทุกเว็บไซต์และทุกรูปภาพจะมีการแจ้งให้อยู่แล้ว ถ้าใครอยากให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีก ไม่ต้องมาคอยกังวลหรือคอยเช็คว่าภาพที่เราเอามาตัดต่อหรือนำมาใช้นั้นเป็น Public Domain หรือเป็น Creative Commons ประเภทไหน เราขอแนะนำว่า ถ้าหากคุณใช้ Adobe Creative Cloud อยู่แล้วคุณก็สามารถดาวน์โหลดงานคุณภาพดีมาใช้แบบฟรีๆ ได้เลยผ่านทาง Creative Cloud Apps โดยไปที่เมนู Assets ที่จะมีทั้ง Font และอื่นๆ อีกมากมายให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้ แต่ถ้ายังไม่มี Adobe Creative Cloud หรือยังไม่ได้อัพเกรดเป็นรุ่น Creative Cloud แต่อยากใช้ซอฟต์แวร์ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่นดีๆ ที่น่าสนใจแบบนี้ก็สามารถติดต่อมาได้เลยที่ 02-744-9045 หรือเข้ามาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.applicadthai.com/adobe/cct/

ถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์สำหรับงานกราฟฟิคแล้วล่ะก็ ซอฟต์แวร์แรกที่หลายๆ คนต่างก็รู้จักกันนั่นก็คือ Adobe Photoshop และล่าสุดตอนนี้ Adobe ได้ทำการพัฒนาและ Update เวอร์ชั่นใหม่เป็น Photoshop CC 2015.5 ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ลองมาดูกันค่ะว่าฟีเจอร์ใหม่ที่อัพเดตมีอะไรบ้าง  บอกได้เลยว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้นั้นน่าสนใจและช่วยให้ชีวิตการทำงานกราฟฟิกของเราง่ายขึ้นได้แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว  

ปัญหาที่เราต้องพบกันบ่อยๆ เวลาทำงานเอกสารก็คือบางครั้งเราอยากเปลี่ยนข้อความในไฟล์ภาพที่ได้จากการสแกน เช่น การแก้ไขคำผิด หรือต้องการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรต่างๆ  ซึ่งโดยปกติเราต่างก็รู้กันดีว่ารูปภาพนั้นไม่สามารถแก้ไขตัวอักษรอะไรได้ เว้นแต่ว่าเราจะมีไฟล์ต้นฉบับที่เป็น .ai, .psd หรือการนำไปแก้ด้วยการรีทัชใน Photoshop ที่ต้องอาศัยคนที่เชี่ยวชาญ หาโปรแกรมมาเพิ่ม และต้องใช้เวลานานมาก จนทำให้งานต้องล่าช้าและเสียเวลา เปลืองทั้งทรัพยากรด้านบุคคล เปลืองทั้งทรัพยากรด้านเวลา ในโลกที่การแข่งขันสูงแบบนี้ การต้องพบกับปัญหาเหล่านี้บ่อยๆ จึงไม่ใช่เรื่องดีเลย แต่วันนี้ Adobe ได้ทำให้ปัญการจัดการกับข้อความและตัวอักษรที่อยู่ในไฟล์ภาพนั่นเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ได้มากจากการสแกน หรือข้อความในเอกสารที่ถูกเซฟเป็นไฟล์ภาพสกุล JPG และ JPEG  ก็สามารถแก้ไขได้ ขอแค่เพียงเรามี Acrobat Pro DC เท่านั้น ขั้นตอนที่ 1 : Convert ไฟล์ที่เราต้องการไปเป็นไฟล์ PDF โดยการคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือก “Convert to Adobe PDF” ขั้นตอนที่ 2 : จากนั้นโปรแกรมจะเปิดหน้าต่างแบบนี้ขึ้นมาอัตโนมัติ เลือก Edit PDF ขั้นตอนที่ 3 : โปรแกรมจะขึ้นกล่องข้อความมาให้เราสามารถแก้ไขได้เลย เราสามารถแก้ไขโดยการนำเม้าส์ไปคลิก หรือจะคลุมดำแล้วพิมพ์ใหม่เลยก็ได้ นี่ก็เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่น Acrobat Pro DC ที่เราเชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเอกสารและต้องเจอกับปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขข้อความในไฟล์ที่เป็นภาพและไฟล์ที่มาจากการสแกนได้ แต่ในวันนี้ แค่เพียงเราใช้ Acobat Pro DC ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปอย่างทันที เราสามารถแก้ไขได้ตามที่ต้องการ ทั้งสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น สามารถลดกระบวนการต่างๆ ที่จะทำให้งานต้องล่าช้าได้อย่างไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป บทความ : ชัชญา พานิช

การอัพเดทใหม่ๆ ใน Photoshop CC นั้น มักจะนำความตื่นเต้นมาให้เราอยู่เสมอ เพราะจะมีเครื่องมือที่ช่วยให้การทำงานของเรานั้นง่ายขึ้นกว่าเดิม รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว สำหรับเครื่องมือที่อัพเดตล่าสุดใน Photoshop CC เวอร์ชั่น 2015.5 ที่เพิ่งอัพเดทไปนั้นก็น่าสนใจอีกเช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับใครที่ชอบภาพแบบพาโนรามา เพราะ Adobe ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่จะช่วยให้การตัดต่อภาพธรรมดาเป็นภาพแบบพาโนรามากลายเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น และสามารถทำได้รวดเร็วภายในพริบตาเดียว ด้วยการประยุกต์ใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า Content Aware Crop ลองมาดูกันเลยว่าเครื่องมือนี้ ช่วยเราได้ยังไง ตัวอย่างภาพจำนวน 4 ภาพที่เราต้องการนำมาต่อกันให้กลายเป็นภาพถ่ายแบบพาโนรามา ไปที่เมนู Automate > Photomerge เพื่อเลือกภาพที่ต้องการนำมาต่อกัน จะมีหน้าต่าง Photomerge ขึ้นมาให้เลือกภาพที่ต้องการ โดยคลิกที่ Browse อย่างในตัวอย่างเราจะเลือกภาพทั้งหมด 4 ภาพที่ชื่อว่า MG_1 ถึง MG_4  แล้วคลิก OK จากนั้น Photoshop จะประมวลผล โดยเครื่องมือนี้จะรวมภาพและเติมส่วนที่ขาดหายไปของภาพให้อัตโนมัติ จะเห็นว่าในภาพจะมีรอยเส้นประที่แสดงให้เห็นว่าบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่ส่วนของภาพได้ขาดหายไป ปกติหากเป็นเวอร์ชั่นเดิมเราต้องมานั่งรีทัชให้ภาพนั้นเต็มเฟรม ซึ่งการรรีทัชนั้นใช้เวลาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ แต่จากฟีเจอร์ที่อัพเดทใหม่นี้เราจะเห็นได้ว่า Photoshop ได้ทำการรีทัชภาพและเติมเต็มภาพของเราให้สมบูรณ์แบบโดยที่เราไม่ต้องมานั่งเสียเวลารีทัชเองอีกต่อไป จะเห็นได้ว่าการอัพเดทเวอร์ชั่นในครั้งนี้ Adobe ได้เพิ่มเครื่องมือที่ประโยชน์ที่จะช่วยลดเวลาการทำงานของดีไซน์เนอร์ได้อย่างมากเลยทีเดียว และนี่ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเดียวที่ Adobe ได้อัพเดทเข้ามาในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ยังมีเครื่องมืออีกหลายตัวที่จะช่วยให้งานของเรานั้นง่ายขึ้น หากใครยังไม่รู้ว่าในเวอร์ชั่นนี้อัพเดทอะไรบ้างสามารถไปเช็คกันได้ที่นี่เลย > ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ PhotoshopCC 2015.5 ที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายได้อีก สำหรับใครที่ใช้ Photoshop CC อยู่แล้วล่ะก็ ฟีเจอร์เหล่านี้จะสามารถทำประโยชน์และช่วยเหลือให้งานของคุณมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นได้อย่างมากเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่เท่านี้ Adobe ยังคงจะมีการพัฒนาและอัพเดทเครื่องมือใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง AppliCAD จะมาเล่าสู่กันฟังและแบ่งปันให้ทุกท่านได้ทราบก่อนใครอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ต้องการใช้งานเครื่องมือเด็ดๆ เหล่านี้ก็สามารถอัพเดทผ่านทาง Creative Could ที่ผูกไว้กับบัญชีของคุณได้เลย แต่ถ้าใครยังไม่มีโปรแกรม  Adobe Photoshop CC สามารถติดต่อได้ที่ 02-744-9045 หรือ https://www.applicadthai.com/adobe/cct/ สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพียงกด Subscribe วารสารออนไลน์ประจำเดือน ที่รวบรวมข่าวสาร นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ตกแต่งอาคาร ด้วยเทคโนโลยี BIM ที่พร้อมจะปลุกแรงบันดาลใจ และไอเดียแปลกใหม่ให้คุณได้ที่นี่ หรือเข้าไปชมวารสารออนไลน์ย้อนหลังได้ที่ลิงค์ด้านล่างค่ะ

ถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์สำหรับงานกราฟฟิคแล้วล่ะก็ ซอฟต์แวร์แรกที่หลายๆ คนต่างก็รู้จักกันนั่นก็คือ Adobe Photoshop และล่าสุดตอนนี้ Adobe ได้ทำการพัฒนาและ Update เวอร์ชั่นใหม่เป็น Photoshop CC 2015.5 ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ลองมาดูกันค่ะว่าฟีเจอร์ใหม่ที่อัพเดตมีอะไรบ้าง  บอกได้เลยว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้นั้นน่าสนใจและช่วยให้ชีวิตการทำงานกราฟฟิกของเราง่ายขึ้นได้แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ตัดพื้นหลังภาพง่ายๆ ด้วย Select and Mask Space สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในการใช้งาน Photoshop ก็คือการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกจากภาพ, การ Die-Cut หรืออะไรก็ตามที่ทำเพื่อลบบางส่วนหรือบางสิ่งบางอย่างออกจากภาพของเรา แน่นอนว่าสำหรับมือโปรนั้น เรื่องการทำ Selection ตัดภาพออกมาให้เนี้ยบได้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แต่ถ้าเป็นสำหรับมือใหม่แล้วละก็ เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยาก และต้องใช้เวลากับมันค่อนข้างมากเลยทีเดียว ยิ่งภาพที่มีรายละเอียดเยอะๆ (เช่น เส้นผม) ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ตอนนี้ Adobe ได้มีการพัฒนาเครื่องมือ Selection ให้ง่ายต่อการทำงานด้านนี้มากยิ่งขึ้นในเวอร์ชั่นล่าสุด บอกได้เลยว่าตัวช่วยในครั้งนี้สามารถช่วยมือใหม่หัดตัดต่อภาพได้เป็นอย่างมาก เพียงแค่ใช้ตัวช่วยจากเมนู Select and Mask Space การทำเส้น Selection ที่ยากและมีรายละเอียดมากๆ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ จะกลายเป็นเรื่องง่าย ประหยัดเวลา และได้งาน Die-Cut ขั้นเทพไม่ต่างจากมือโปรเลยทีเดียว ตัวอย่างการตัดแบล็คกราวน์ภาพโดยใช้เครื่องมือนี้ เติมพื้นที่ที่ขาดไปแบบง่ายๆ ด้วย Content Aware Crop ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ Adobe ได้เพิ่มอีกเครื่องมือหนึ่งเข้ามาใน Crop Tool โดยเมื่อเราคลิกที่  ตรง Option Bar จะมีเครื่องมือที่เรียกว่า Content-Aware เมื่อเราติ๊กที่เครื่องมือนี้ มันจะช่วยเติมส่วนของภาพที่ขาดหายไปโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเราไม่ได้เลือกติ๊กเครื่องมือนี้ก็จะเป็นการ Crop ภาพตามปกติ จากในตัวอย่างนี้ภาพตรงบริเวณพื้นหลังสีขาวจะถูกเติมเต็มโดยอัตโนมัติและได้เป็นภาพตามตัวอย่างด้านล่างนี้ นอกจากที่กล่าวมาตามด้านบนแล้ว เครื่องมือ Content Aware Crop ยังมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการทำงานร่วมกับภาพถ่ายแบบพาโนราม่า เพราะส่วนใหญ่ปัญหาที่เรามักจะกันบ่อยๆ ก็คือหลังจากที่เราทำการรวมภาพ (Marge) เรียบร้อยแล้วงานที่ได้ออกมามักจะเป็นหน้าตาแบบนี้ รูปภาพจาก : http://photoshopcafe.com/photoshop-CC-15-5-new-features-tutorial จะเห็นได้ว่าขอบของภาพตัวอย่างนั้นจะเป็นคลื่นไม่ราบเรียบและสุดท้ายเราก็ต้องมาทำการรีทัชเพิ่มเติมอีก ซึ่งสำหรับคนที่ยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญแล้วนั้น มันค่อนข้างจะเสียเวลามากเลยทีเดียว แต่ด้วยเวอร์ชั่นอัพเดทล่าสุดนี้ได้ทำให้ปัญหาที่เราต้องเจอนั้นกลายเป็นเรื่องที่ง่ายไปเลย เพียงไปที่เมนู File>Automate>Photomerge  แล้วเลือกภาพที่เราต้องการ ตั้งค่าตามที่เราต้องการ จากนั้นเพียงแค่คลิกตกลงแล้วเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยจัดการภาพของคเราให้ออกมาเป็นภาพถ่ายพาโนราม่าที่สวยงามและสมบูรณ์แบบ โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลารีทัชส่วนที่ไม่เต็มพื้นที่ในเฟรมเหล่านั้นให้ต้องยากลำบากอีกเลย  รีทัชใบหน้าให้สวยปัง แบบง่ายๆ ในเวลาไม่กี่นาทีด้วย Liquify ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ไม่เพียงแต่จะมีการอัพเดตในส่วนของ Selection เท่านั้นแต่ยังได้มีการอัพเดตเครื่องมือในส่วนของการรีทัชปรับแต่งรูปใบหน้าด้วย เพียงไปที่ Filter>Liquify ก็จะมีเมนูปรับแต่งสำเร็จรูปที่เราสามารถเลื่อนลูกศรเพื่อเพิ่มและลดขนาดของส่วนต่างๆ บนใบหน้าได้เลยไม่ว่าจะเป็นรูปหน้า ดวงตา จมูก ปาก โดยที่เราไม่ต้องไปใช้เครื่องมือขยายหรือบีบภาพทีละส่วนอีกต่อไป การปรับแต่งรูปภาพนี้ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น อยากรู้ใช่มั้ยว่าในภาพนี้ใช้อักษรอะไร ใช้ Match Font หาได้เลย ปัญหาที่ดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่ต้องพบเจออยู่บ่อยๆ ก็คือ เวลาลูกค้านำภาพมาให้พร้อมกับรีเควสตัวหนังสือแบบเดียวกับในรูปภาพหรือแบบที่ใกล้เคียงที่สุด ในอดีตสิ่งที่ทำได้ก็คือไปไล่หาตัวอักษรที่ใกล้เคียงที่สุดหรือไปหาดูว่าตัวอักษรที่ลูกค้าต้องการนั้นเป็นตัวอักษรอะไรซึ่งเป็นสิ่งที่เสียเวลาและน่าเบื่อมากเลยทีเดียว แต่ใน Photoshop CC เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ทาง Adobe ได้มีการเพิ่มเครื่องมือที่เรียกว่า Match Front ที่จะช่วยให้เราสามารถหาตัวอักษรที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เราสร้าง Selection ลงไปบนตัวอักษรที่เราต้องการแล้วเลือกเมนู Type>Match font ระบบก็จะแสดงตัวอักษรเหมือนหรือใกล้เคียงกับในภาพให้ทันที  และถึงแม้ว่าในเครื่องเราจะยังไม่มีตัวอักษรเหล่านั้นระบบก็จะมีปุ่มให้เราสามารถดาวโหลดลง เครื่องได้ทันทีผ่านบริการฟอนต์ TypeKit ของ Adobe บอกได้เลยว่าเครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือในฝันที่ดีไซเนอร์ต่างก็ตามหามานานอย่างแน่นอน!! นี่ก็คือฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ทาง Adobe ได้ทำการอัพเดตเพิ่มมาล่าสุด สำหรับใครที่ใช้ Photoshop อยู่แล้วล่ะก็ ฟีเจอร์เหล่านี้จะสามารถทำประโยชน์และช่วยเหลือให้งานของคุณมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นได้อย่างมากเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่เท่านี้ Adobe ยังคงจะมีการพัฒนาและอัพเดตเครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเดี๋ยวทาง AppliCAD จะมาเล่าสู่กันฟังและแบ่งปันให้ทุกท่านได้ทราบก่อนใครอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ต้องการใช้งานเครื่องมือเด็ดๆ เหล่านี้ก็สามารถอัพเดตผ่านทาง Creative Could ที่ผูกไว้กับบัญชีของคุณได้เลย แต่ถ้าใครยังไม่มีโปรแกรม  Adobe Photoshop CC สามารถติดต่อได้ที่ 02-744-9045 ต่อ 502 หรือ www.applicadthai.com บทความ : ชัชญา พานิช

My logo