Chat with us, powered by LiveChat

Menu

ฝัน..

Apr

1

2016

ฝัน..

คนเรามีฝันกันทุกคน แบ่งเป็นฝันตอนลืมตา กับฝันตอนหลับตา

ฝันตอนหลับตาผมว่าเป็นฝันที่สนุกกว่า มันเป็นเรื่องเป็นราว มีรายละเอียด สามารถทำได้ทุกอย่าง จะเป็นใคร จะมีอิทธิฤทธิ ปาร์ฏิหารย์อย่างไรก็เชิญตามสะดวก โดยเฉพาะฝันในสมัยวัยรุ่น นมเพิ่งแตกพาน เนี่ยผมจะชอบมั่กๆ (มันทั้งสนุกทั้งเสียว) เพียงแต่เราควบคุมมันไม่ได้ จะฝันดี ฝันร้าย ก็อยู่เหนือความควบคุม ไม่เหมือนกับฝันตอนลืมตา

ฝัน ตอนลืมตาคือฝันดีเสมอ คงไม่มีใครฝันอยากจะ เรียนไม่จบ อกหัก รักคุด เมียตบ พ่อตี ไม่มีตังค์ ถังแตก มีแต่ฝันดีๆ อยากจะ หล่อ อยากสวย อยากจะรวย อยากถูกรางวัลที่หนึ่ง อยากขี่ เบนซ์ ขี่บีเอ็ม อยากได้แฟนสวยๆ อยากได้สามีฝรั่ง ล้วนแล้วแต่สร้างความสุข และสร้างพลังในการดำรงชีวิตอยู่

คนที่ประสพความสำเร็จโดยส่วนใหญ่ก็มีฝันเหมือนกับท่านๆ เพียงแต่เขาแปลงความฝันให้เป็นเป้าหมาย

ความฝันต่างกับเป้าหมายอย่างไร?

ความฝัน มันล่องลอยอยู่ ไม่มีบันไดให้ปีน มันไม่มีวิธีการ ส่วนเป้าหมายจะต้องมาพร้อมกันวิธีการ และแผนการที่จะดำเนินไปถึงเป้านั้นๆ เป็นขั้นเป็นตอน ผมเคยได้ฟังคนสิงคโปร์คนหนึ่งมาบรรยายให้ฟัง เรื่องการปีนเขา Everest เขาเป็นคนสิงคโปร์คนแรก และคนเดียวที่สามารถพิชิต ยอดเขา เอเวอร์เรสได้

คิด ดูครับคนสิงคโปร์ ที่ทั้งประเทศ มีเนินเขาที่สูงที่สุด เตี้ยกว่าภูเขาทองบ้านเรา ริอ่านจะไปปีนเขา Everest ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก บ้าไม๊ครับ.. แต่เขาฝันที่จะทำ แล้วแปลงฝันให้เป็นเป้าหมาย แล้วก็คิดแผนการ โดยย่อยความคิดลงมาจากเป้าหมายว่า จะพิชิต เอเวอร์เรสต้องมีอะไรบ้าง หนึ่งต้องมีเงิน สอง ต้องมีทีม สาม ต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อม สี่ ต้องมีประสบการณ์

ดังนั้นเขาจึงเริ่มจาก ประกาศหาทีมงานในหน้าหนังสือพิมพ์ หาคนร่วมอุดมการณ์ โดยโฆษณา ว่า “งานนี้ไม่มีค่าจ้าง ไม่ได้เงิน มีความยากลำบาก และอาจตายได้” ใครสนใจ เชิญ เชื่อไม๊ครับมีคนสมัครมา20กว่าคน ซึ่งเกินเป้า8คนที่ต้องการ พอได้ทีมงานก็เริ่มแผนหาทุน ซึ่งสิงคโปร์ไม่มีเบียร์สิงห์ ไม่งั้นก็สบายไปแล้ว แต่นี่เขาต้องไปหาทุนกันเอง โดยมีแผน ไม่ใช่เดินดุ่ยๆไปขอความกรุณาช่วยบริจาค ช่วยเติมฝันให้ผมหน่อยคร้าบ..

แต่ เขามีความคิด มีข้อเสนอทางธุรกิจให้ คือเขาประดิฐเครื่องส่งสัญญาณที่จะสามารถส่งสัญญาณจากยอดเขา เอเวอร์เรส ผ่านดาวเทียม ให้ถ่ายมายังสถานีโทรทัศน์ได้ เกือบจะ Real time แล้วก็เข้าไป present เพื่อขอ sponsor เห็นไม๊ครับว่าเขาไม่ได้ขอ แต่เป็นการขายของ แลกเปลี่ยนเชิงธุรกิจ แล้วพอได้เงิน เขาก็ไม่ได้มุ่งหน้าไป เอเวอร์เรส แต่เขาเริ่มจากปีนเขาเตี้ยๆก่อน ไปประเทศนั้นประเทศนี้ ค่อยๆเพิ่มความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในแต่ละครั้งที่ปีนก็พยายามบันทึก ข้อผิดพลาด และอุปสรรค ต่างๆนาที่อาจจะเกิดขึ้น จนทั้งเขาและทีม มีความพร้อม ถึงไปปีน เอเวอร์เรสกัน การปีนเอเวร์เรส ไม่ใช่วันเดียวถึงนะครับ เขาปีนกันเป็นอาทิตย์ ต้องพักระหว่างทาง ตั้งแค๊มป์ หลายท่อนหลายที อีกทั้งต้องรอ ฟ้าฝนเป็นใจอีก ก็ต้องเตรียมการวางแผนเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเรื่องเสบียง อุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ มีคนต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่เอเวอร์เรสเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้น ไม่ใฃ่เรื่องล้อเล่นครับ

สุดท้ายเขาก็ไปถึงเป้าหมายของเขา ฝัน ของเขา

อีก เรื่องใกล้ตัวหน่อย อันนี้เพื่อนเล่าให้ฟัง เพื่อนเป็นเจ้าของสวนอาหาร วันหนึ่งมีผู้หญิงหน้าตาดีมาขอสมัครงาน บอกขอทำทุกอย่าง เงินเดือนไม่เกี่ยง ทำตั้งแต่ เก็บกวาด เข้าครัวเป็นลูกมือ ล้างแก้วล้างชาม เพื่อนก็กะว่าเดี๋ยวรวบหัวรวบหางให้ดูแลร้านเลย ปรากฏว่า ทำได้สองเดือนพอดี วันสุดท้ายขี่เบ๊นซ์มา ขอขอบคุณ และลาออก ทราบได้ว่าเธอกำลังจะเปิดร้านอาหารในฝันของเธอ และนี่คือสิ่งที่เธอต้องทำ นี่คือบันไดที่เธอต้องปีน

แล้วพวกเราล่ะครับ ดูแลเอาใจใส่ความฝันของเราหรือยัง

ทุก คนมีความฝัน แต่ฝัน จะตกตะกอนเป็นเป้าหมายเมื่อคุณสร้างบันไดหรือแผน แล้วคุณจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จ เมื่อคุณลงมือ”ปีน”บันได อันนั้น..

บุญรักษาครับ
ประภาส ตั้ง

Issue : 05/2010

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...

Menu