Menu

นิราศ อเมริกา ภาค1

Applicad Public Company Limited.Prapas Talksนิราศ อเมริกา ภาค1

เม.ย.

1

2016

นิราศ อเมริกา ภาค1

ไปอเมริกางานนี้ ขึ้นเครื่องประมาณ10 เที่ยวบิน พัก 5โรงแรม เช่ารถ3คัน ทั้งหมดจองเองและจ่ายผ่าน Website เป็นอันสงสัยว่าต่อไปพวกเอเย่นต์ตั๋วต่างๆ รวมทั้งบริษัท ทัวร์จะอยู่กันอย่างไร

ผมไป Boston เมืองแรก โดยไปพักที่ Sanfran ก่อนคืนนหนึ่ง พักโรงแรมใกล้ๆสนามบินนะแหละ คือไม่อยากเดินทางรวดเดียว เพราะถ้าจะไป Boston ต่อเลยก็จะต้องบินอีก 4-5ชม. รอเครื่องอีก2-3ชม. แล้วไปถึงที่หมายดึกอีกตะหาก ก็เลยยอมเสียค่าโรงแรมคืนนึงนอนก่อน

วันแรก ก็ไม่มีอะไรมาก นั่งtaxi จากโรงแรม ไป ห้างหาข้าวกิน โดนไป$40 ไปกลับ$80 เท่ากับประมาณ3000บาท ค่าเครื่องไปกลับเชียงใหม่เลยนะเนี่ย กินข้าวไป $8 อาหารจีนที่ศูนย์อาหาร รวมค่ารถแล้วเปนกับข้าวมื้อแพงมากก3300บาท ด้วยความเสียดายค่ารถก็เลยเข้า ไปนั่งในบาร์ กินเบียร์สดไปแก้วนึง แก้วเขาใหญ่ ประมาณครึ่งลิตร ตอนนั้นประมาณ6โมงเย็นของที่โน่น ไม่รู้ว่าเบียร์เขาแรงหรือไงไม่ทราบ กินได้ครึ่งแก้ว ลืมตาแทบไม่ขึ้น นั่งที่บาร์ไม่มีพนักพิง แทบวูบตกเก้าอี้ เกิดมาไม่เคยเสียฟอร์มขนาดนี้ หรือเพราะมันไม่มีอะไรดูก็ไม่รู้ ผู้หญิงแบบในหนัง Hollywood ไม่ยักกะเห็นซักคน

ที่ Boston วันแรกฝนตก ไม่ได้ออกไปไหน พักโรงแรมหรู5ดาว อยู่ตรงที่เขาเรียกว่า Harvard square

ทาง SolidWorks เขาเลี้ยงเบียร์ ลืมบอกไปว่ามาประชุม SolidWorks 3วัน วันนี้ก็ยังเข้าอีหรอบเดิม สองทุ่มแทบหลับทั้งยืน กินเบียร์ไปแค่2ป๋องเอง นี่อาการ Jetlack นี่มันมีผลเยอะเหมือนกันนะนี่

ประชุมผ่านไป3วัน ยังไม่รู้จัก Harvard เช้าวันที่ 4 เลยเดินเล่น กะจะไปหาโจ๊กกินซะหน่อย เดินตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงเกือบ10โมง หาโจ๊กไม่มี มีแต่ร้านกาแฟ StarBuck มั่ง Au Pon Pan มั่ง ร้านอาหารจีนก็เปิดเที่ยง

สุดท้ายเลยไปลงร้านอาหารที่ดีที่สุดในอเมริกา “Mc Donald” เป็นร้านเดียวที่ขายอาหารร้อนๆตอนเช้า คือผมเข้าใจว่า ฝรั่งเขากินกาแฟร้อนแทนซุบหรือข้าวต้ม กินมัฟฟินแทนซาลาเปา เพียงแต่มันไม่ร้อน เขาก็ได้สะดวก ไม่เลอะเทอะ ยุ่งยาก แต่เป็นเหตุให้ ไข้หวัด2009 ที่อเมริกา ติดกันงอมแงม เพราะเขาทำตามแบบรัฐบาลไทยสอน ไม่ได้ คือ “กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ รอต่อยเพื่อนบ้าน..

สุดท้ายเดินไป3ชม.ยังหา Harvard ไม่เจอ หาป้ายจะถ่ายรูปด้วยก็ไม่มี ก็เลยไม่รู้ว่าตรงไหนมัน Harvard มีแต่ป้ายเล็กๆแถวโรงแรมที่ถ่ายรูปมา Harvard University (ดูภาพประกอบ)  ไป Harvard ต้องไปถ่ายรูปที่ไหน ใครบอกที

คืนก่อน วันสุดท้ายที่ Boston ไป China town (ทุกเมืองมันต้องมีไชน่าทาวน์) ไปหาข้าวกินกับอาม่า เจ้าของบริษัท IME ที่เป็นตัวแทนSolidWorks ที่ มาเลเซีย ที่เรียกอาม่า เพราะเขาอายุ65แล้ว

ท่าทาง แต่งตัวเหมือนอาม่าผมในความทรงจำ เพียงแต่ยังแข็งแรง กระฉับกระเฉง มีไฟทำงาน นี่ แกไปอเมริกาคนเดียวนะนี่ เป็นพ่อแม่เรา 65 นี่ไม่ปล่อยให้ไปไหนคนเดียวนะนี่ ไปนั่งกินอาหารจีนที่มีต้มยำกุ้ง เพราะเจ้าของเป็นมาเลเซีย ชาติเดียวกะอาม่า พอกินเสร็จ ตามธรรมเนียมคนจีน จะแย่งกันจ่าย ผมก็ฝึกวิทธยายุทธมาพอสมควรคือรอจังหวะแกเข้าห้องน้ำแล้วเด๋วเราเรียกเช็ค บิลเลย แต่อย่างว่าเรายังอ่อนนัก แกลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่โทษที เดินไปจ่ายที่ counter ก่อนเลย เราเลยต้องยอม แต่ตามมารยาทก็ต้องให้ผู้อาวุโสจ่ายอยู่แล้ว

พอออกมาเดินยังไม่พ้นร้าน บ๋อยวิ่งมาตาม คุยภาษาจีนช้งเช้งกัน จับความได้ว่ายังไม่จ่ายติ๊ป โอ้ อาม่าผมโกรธมั่ก คือไม่ยอมรวมเลยตอนเข็คบิล แกจะไม่ยอมจ่ายด้วยซ้ำ ถือว่าทำให้ขายหน้า พอผมจะตัดปัญหา ควักตังค์จ่าย โดนอาม่าตีมือซะอีก แนะ สุดท้ายก็จ่ายไป ไอ้บ๋อยมันก็คว้าเอาอย่างแรงแล้วก็เดินสะบัดตูด ปล่อยให้อาม่าโกรธหน้าแดง ผมเลยต้องชวนคุยเรื่องอื่น ทำเป็นลืมๆไป

อย่างว่าที่นี่เขาซีเรียสเรื่องติ๊ปมาก เวลาเช็คบิลที่หางบิลเขาจะคำนวนไว้ไห้เลยนะครับ 15% เท่าไร 18% เท่าไร 20% เท่าไร ให้เราเขียนเพิ่มไปในบัตรเครดิตสลิปเลย ทุกอย่าง ติ๊ปหมดครับ ร้านอาหาร แท๊กซี่ เด็กเปิดประตู คนแจกไพ่ในคาสิโน คิดดูไปเล่นโดนมันกินยังต้องติ๊ปมัน เมืองแห่งติ๊บ

เพราะอย่างงี้คนไทยถึงอยากไปอยู่อเมริกา เพราะ แค่เสริฟเอาติ๊บ เดือนนึงต้องมี$3000 ประมาณแสนบาท นี่มันเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงในเมืองไทยเลยนะเนี่ย ทำแล้วเก็บก็หาเปีเป็นล้าน แต่น้อยคนที่จะทำได้ครับ เพราะส่วนมากจะใช้จ่ายหมด เพราะทุกอย่างแพงหมด ยกเว้น รถยนตร์กับ เบียร์ แล้วเราก็ควรจะภาคภูมิใจว่ากระทิงแดงที่โน่นแพงกว่าเบียร์ ไชโยๆๆ

สงสัยต้องมีภาคต่อแล้วครับ แล้วเด๋วจะเล่าต่อวันหลังครับ เหลืออีก3เมือง

บุญรักษาครับพี่น้อง
ประภาส ตั้ง
……………………

แก็กน้องแชร์

ลูกสาวอายุ4ขวบ

ปะป๊า: น้องแชร์ มะละกอเรียกว่าอะไร

แชร์: บักหุ่งคะ

ปะป๊า: ฝรั่งล่ะ

แชร์: บักสีดาค่า

ปะป๊า: แล้วฟักทองล่ะ

แชร์: บักอึ ..หึๆ

ปะป๊า: กล้วยละลูก

แชร์: อืม..

บักนาน่า ค่า….

ปะป๊า: ……………

Issue : 11 / 2009

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

Menu