Chat with us, powered by LiveChat

สถาปนิกประสบการณ์ของผู้ใช้

Applicad Public Company Limited.Editor Talksสถาปนิกประสบการณ์ของผู้ใช้

Feb

8

2016

สถาปนิกประสบการณ์ของผู้ใช้

      

       สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวกันแล้ว ลมเย็นๆ เริ่มพัดเข้ามา หลายๆ ท่านคงมีการวางแผนไปเที่ยวและหยุดพักผ่อนในช่วงหยุดยาวกันบ้างแล้ว ก่อนที่จะใกล้หมดปี 2015 ผู้เขียนเองก็อยากจะขอแชร์เรื่องราวของ User Experience Architect มุมมอง แนวคิด ของนักออกแบบจะเป็นแบบใด ติดตามกันได้เลยค่ะ

สำหรับนักออกแบบ งานสถาปนิกสำหรับท่านคืออะไร ใช่แบบเดียวกันหรือไม่ บทความนี้ขอกล่าวถึงในแง่มุมของงานสถาปนิกคือการออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร สถาปนิกจะเป็นผู้ออกแบบ ต้องทำงานตามขั้นตอนและกำหนดเวลาชิ้นผลงานต่างๆ ร่วมกับวิศวกรก่อสร้างและนักเขียนแบบ ซึ่งงานทุกงานที่ได้รับมีความท้าทายและโจทย์ที่ต้องแก้ไขแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่างานนั้นจะเป็นอะไร เป้าหมายคือทำงานชิ้นนั้นให้สำเร็จลุล่วงตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้ายที่เรารับผิดชอบ

ต้องทำงานทั้งในสำนักงาน การออกพื้นที่จริงเพื่อสำรวจสถานที่ทั้งก่อนก่อสร้างและขณะกำลังก่อสร้าง การทำงานอาจทำเป็นช่วงในตลอด 24 ชั่วโมง เมื่องานการก่อสร้างต้องเร่งระยะการทำงานอาจยาวนานแล้วแต่ขนาดของอาคาร สถานที่ เป็นอาชีพที่ไม่มีผลัดการทำงานเพราะสถาปนิกผู้ออกแบบนั้นจะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบร่วมกับวิศวกรผู้ทำงานร่วมกัน อาชีพสถาปนิกเป็นอาชีพที่สามารถใช้ความสามารถเฉพาะตัว ในการประกอบอาชีพได้ ทำให้สามารถทำงานส่วนตัว หรือทำงานในสำนักงานออกแบบ โดยบัณฑิตส่วนใหญ่ที่มีจุดมุ่งหมาย ในการเป็นนักออกแบบมักนิยมเข้าทำงานในสำนักงานออกแบบเพื่อเรียนรู้ระบบการทำงาน และมีความก้าวหน้าตามประสบการณ์

สถาปนิกประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience Architect) วิชาชีพแขนงนี้เริ่มต้นจากความต้องการ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจกระบวนความคิดของมนุษย์ให้เป็นผู้ที่ออกแบบระบบสาระสนเทศ ซอฟต์แวร์หรือเว็บไซต์ เพื่อจะทำให้สิ่งที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้ง่ายและก่อประโยชน์สูงสุดตามความต้องการ และสอดคล้องกับกระบวนแบบคิดของผู้ใช้ ถ้าให้พูดเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือถ้าซอฟต์แวร์หรือสิ่งที่พัฒนานั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นแล้ว ผู้ใช้ไม่สามารถนำไปใช้ได้ ความผิดไม่ได้ตกอยู่ที่ผู้ใช้ แต่ตกอยู่ที่ผู้ที่ออกแบบหรือพัฒนาที่ไม่ได้พัฒนาตามความต้องการและกระบวนแบบคิดของผู้ใช้นั้นๆ ซึ่งทำให้สิ่งที่พัฒนาขึ้นนั้นๆ ใช้ได้ยากหรือใช้ไม่ได้เลย

อยากขอฝากข้อคิดเล็กๆ ไว้สำหรับ นักออกแบบหลายๆ ท่านนะคะ ใกล้จะหมดปี 2015 กันแล้ว สำหรับปี 2016 ท่านมีแนวทางและมีแผนในการดำเนินงานของท่านไว้อย่างไรกันบ้าง แล้วพบกันในฉบับถัดไปนะคะ

ขอบคุณข้อมูล: marketing-mob, gotoknow, a-chieve

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...