Chat with us, powered by LiveChat

ลดเวลาเหลือ 1 ใน 6 จากคอนเซ็ปต์ สู่โปรโตไทป์ และก้าวสู่การเป็นมหาชนด้วยตัวช่วย SOLIDWORKS Solutions

Applicad Public Company LimitedCase Study Case Study-Miลดเวลาเหลือ 1 ใน 6 จากคอนเซ็ปต์ สู่โปรโตไทป์ และก้าวสู่การเป็นมหาชนด้วยตัวช่วย SOLIDWORKS Solutions

Oct

25

2018

ลดเวลาเหลือ 1 ใน 6 จากคอนเซ็ปต์ สู่โปรโตไทป์ และก้าวสู่การเป็นมหาชนด้วยตัวช่วย SOLIDWORKS Solutions

3D Platform เป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษที่ได้มีการแยกตัวมาจากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เชิงกลที่เคลื่อนที่แนวตรง (Mechatronics linear motion) และได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2014

Jonathan Schroeder เคยเป็นหัวหน้าวิศวกรในบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เชิงกลที่เคลื่อนที่แนวตรง ซึ่งตอนนั้น Joe Binka ก็ทำงานที่เดียวกันแต่ทำตำแหน่งวิศวกรพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2013 ที่นำไปสู่การเริ่มเปิดตัวครั้งแรกของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ Schroeder และ Binka ได้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นก็คือ หัวฉีด Actuator ที่เคลื่อนที่แนวตรงที่มีขนาดเล็ก (Compact linear actuator) ซึ่งถูกออกแบบให้สนับสนุนการเคลื่อนที่แบบพิกัด x-y-z หรือ x-y-z-coordinate motion ซึ่งเหมาะสมมากกับการทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

Schroeder และ Binka ได้มีแนวความคิดที่จะสร้างกลไกของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่จะเป็นลูกเล่นในงานการแสดงสินค้าเหมือนกับชุดการเล่นหมากรุกแบบ Pick n’ Play ที่พวกเขาได้มีการพัฒนามาก่อนหน้านี้ หลังจากนั้น Binka ก็มีความคิดที่ว่า “ถ้าเราจะผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สักเครื่อง เราต้องผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วในการพิมพ์” Schroeder เห็นด้วยกับความคิดของ Binka และได้พูดว่า “งั้นเราก็มาสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีขนาดใหญ่โดยใช้ Actuator แบบใหม่กัน แล้วนำไปเปิดตัวในงานการแสดงสินค้าเพื่อเป็นการเปิดตัว”

จากจุดเริ่มต้นในการออกแบบเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในปี 2013 ก็ทำให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เครื่องนั้นเป็นเครื่องต้นแบบของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่บริษัท 3D Platform ทำการผลิตในทุกวันนี้ เนื่องจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่นำไปแสดงในงานแสดงสินค้าในปี 2013 ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งมากกว่าตัว Actuator และตั้งแต่ที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่แนวตรง (Linear motion manufacturer) ได้ทำการนับลูกค้าที่เป็นของบริษัทชั้นนำในการผลิตเครื่องพิมพ์ 3มิติ ว่าเป็นลูกค้าของตัวเอง ทางฝ่ายบริหารจึงได้ทำการตัดสินใจที่จะทำการแยก 3D Platform ออกมาตั้งเป็นอีกบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งชิงลูกค้ากันเอง

ปัจจุบัน Schroeder ได้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท 3D Platform และ Binka ได้เป็น Additive Manufacturing Engineer ให้กับ 3D Platform ซึ่งในตอนแรกที่มีการออกแบบและพัฒนาชิ้นงานต้นแบบแรกของ 3D Platform Binka ได้เลือกใช้ SolidWorks เป็นตัวช่วยในการทำงาน และตั้งแต่ที่ได้มีการแยกตัวออกมาตั้งเป็นอีกบริษัทในปี 2014 ซึ่งบริษัทมีสิทธิเด็ดขาดในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ซอฟต์แวร์ตัวไหนเป็นตัวช่วยในการทำงานของพวกเขา Schroeder กล่าวว่า “พวกเราได้มองหาซอฟต์แวร์ตัวอื่นที่นอกเหนือจาก SolidWorks เพื่อมาช่วยในการทำงาน แต่เมื่อมีการเปรียบเทียบแล้วพวกเราก็สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเลยว่าเราจะเลือกใช้ SolidWorks ต่อไป เนื่องจากลูกค้าโดยส่วนใหญ่ของพวกเราก็วางใจที่จะเลือกใช้ SolidWorks และพวกเรายังเชื่อมั่นอีกว่า SolidWorks จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดความรวดเร็วและความคล่องตัวให้กับพวกเราที่ต้องการสร้างผลประโยชน์จากโอกาสของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษที่พวกเรามองเห็นจากธุรกิจการพิมพ์แบบ 3 มิติ”

3D Platform ได้เลือกใช้ SolidWorks Solutions ในการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น SolidWorks Standard, SolidWorks Professional, SolidWorks Premium, SolidWorks Electrical 3D Design, SolidWorks Electrical Schematics Design และ SolidWorks PDM Professional เนื่องจาก SolidWorks Solutions ใช้งานได้ง่าย ซึ่งรวมไปถึงความสามารถในการกำหนดค่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยอัตโนมัติ สามารถกำหนดการเข้าถึงและมีการอบรมการใช้งานอีกด้วย

ความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการออกแบบแบบ Top-Down

ในการพัฒนาสายการผลิตเครื่องธุรกิจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ บริษัท 3D Platform ได้ใช้การประกอบแบบ Top-Down, In-Context และเทคนิค Parametric Design ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีความยืดหยุ่นและความรวดเร็วในการพัฒนาที่มากขึ้นด้วย แทนที่จะต้องมาเริ่มต้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบบร่าง แต่วิศวกรสามารถใช้ SolidWorks ทำการดัดแปลงและพัฒนาจากแบบเดิมที่มีอยู่ได้ Binka อธิบายว่า “เพราะว่าการออกแบบการประกอบทั้งหมดเป็นแบบ Top-Down และ In-Context ซึ่งพวกเรารู้ว่าจุดไหน คือ จุดยึด และกระบวนการนี้ทำให้พวกเราสามารถที่จะเริ่มจากตัวควบคุมได้ และสามารถทำการปรับเปลี่ยนแบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ปริมาณของการพิมพ์” Binka กล่าวต่ออีกว่า    “ตั้งแต่ที่เรามีการใช้ SolidWorks Solutions เราสามารถที่จะนำแนวความคิด (Concept) สร้างให้ออกมาเป็นชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ในเวลาประมาณ 70 วัน ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 1 ใน 6 จากกระบวนการเดิม และด้วยความสามารถนี้ทำให้เราสามารถที่จะสร้างเครื่องพิมพ์ที่มีขนาด 1 X 1 เมตรได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เครื่องแรกที่มีขนาดใหญ่ออกสู่ตลาดเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้ และจากนั้นไม่นานเราก็ได้พัฒนาเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีขนาด 4 X 8 ฟุต และขนาดต่างๆ อีกมากมาย”

 

เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่มีความยาวเท่าสนามฟุตบอล

3D Platform ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการจำลองแบบของ SolidWorks Premium เพื่อใช้เพิ่มศักยภาพในการทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และ 3D Platform ไม่เพียงทำการสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถทำการพิมพ์ในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งรวมไปถึงเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีขนาด 16 X 300 ฟุต ซึ่งมีความยาวเท่ากับสนามฟุตบอล แต่พวกเขายังได้ทำการพัฒนาความเร็วในการพิมพ์ให้มีความเร็วที่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เร็วขึ้นอีกด้วย เครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยทั่วไปมีอัตราการใช้วัสดุสูงสุดอยู่ที่ 2 กิโลกรัม ใน 1 วัน แต่เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของ 3D Platform ถ้าเป็นแบบ Spool-fed Extruder นั้นมีอัตราการใช้วัสดุมากกว่า 1 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง เท่านั้น แต่ถ้าเป็นแบบ Pellet-fed Extruder จะมีอัตราการใช้วัสดุอยู่ที่มากกว่า 50 กิโลกรัม ภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง Schroeder กล่าวไว้ว่า “ส่วนสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาของเราก็คือ Extruder ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากที่ทำให้พวกเราสามารถทำการพิมพ์ชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น และด้วย SolidWorks Premium พวกเราสามารถที่จะตรวจสอบระยะเบียงเบนได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเรามีการพัฒนาเครื่องพิมพ์ที่มีขนาดแตกต่างกันไป ดังนั้นพวกเรายังคงรักษามาตรฐานที่อยู่ในเกณฑ์ที่สูงได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีการพัฒนาเครื่องพิมพ์ใหม่ๆ ตลอด”

ง่ายในการประสานงาน และดึงดูดคนที่มีความสามารถ

ตั้งแต่ที่มีการใช้ SolidWorks บริษัท 3D Platform ก็สามารถที่จะติดต่อประสานงานทั้งกับภายในและภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถดึงดูดคนที่มีทักษะพิเศษ มีความสามารถในการออกแบบ รวมไปถึงความสามารถทางด้านวิศวกรรมมาร่วมงานกับเราได้อีกด้วย Schroeder กล่าวไว้ว่า “วิธีที่ผมชื่นชอบในการติดต่อประสานงานไม่ว่าจะเป็นกับลูกค้า หรือทีมวิศวกรของผมเอง ผมเชื่อมั่น SolidWorks eDrawings® ในแท็บเล็ตบนระบบปฏิบัติการ Microsoft® Surface® Pro 3 ซึ่ง eDrawing คืออีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีมากที่สามารถใส่หมายเหตุ หรือรายละเอียดต่างๆ แล้วทำการส่งข้อมูลเหล่านั้นมาให้กับทีมวิศวกรของผม และที่สำคัญที่ทำให้ผมชอบ eDrawing ก็คือ เวลาที่ผมได้ส่งข้อมูลไปให้กับทางลูกค้า หรือทางผู้ผลิต ผมไม่ได้ให้ไป IP ใดๆ ไปด้วย” และ Binka ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เราต้องขอขอบคุณผู้ใช้งานที่ได้รับการอบรม SolidWorks รวมไปถึงโปรแกรมการรับรองจากทาง SolidWorks ที่ทำให้เราสามารถหาคนใช้เพื่อมาร่วมงาน และยังทำให้รู้ว่าพวกเขามีทักษะอยู่ในระดับไหน แล้วถ้าดูจากจำนวน ณ ปัจจุบันแล้ว จำนวนของนักออกแบบและวิศวกรที่ถูกรับรองจาก SolidWorks มีมากกว่าจำนวนที่ถูกรับรองจากโปรแกรม CAD ตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ง่ายในการตัดสินใจที่จะเพิ่มบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาในทีม”

ความท้าทาย

สามารถพัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์จากโอกาสทางการตลาดที่มีอยู่

วิธีแก้ไขปัญหา

ได้เลือกใช้ SolidWorks Solutions ในการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

ผลลัพธ์ที่ได้
  • ลดวงจรในการออกแบบได้มากกว่า 80%
  • เป็นการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ขนาดใหญ่เครื่องแรก
  • ขยายการเข้าถึงบุคคลที่มีความสามารถทางวิศวกรรม
  • ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

อ้างอิง: 3D PLATFORM
แปล: Sorawat Nakmanee
เรียบเรียง: Wilaiphan S.

RELATED POST

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...