Chat with us, powered by LiveChat

Menu

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

Applicad Public Company Limited.Article - Creative Design ArticlesUX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

Apr

6

2016

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

ในสภาวะที่สินค้าหรือบริการแบบเดียวกันเกิดในตลาดมากขึ้น ผู้ผลิตจึงเริ่มตั้งคำถามกันเองว่า “ทำอย่างไรเราถึงจะโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดได้?” และ “เราต้องทำอะไรอีกไหมเพื่อให้ลูกค้าถูกใจเรามากยิ่งขึ้น?” ผู้ผลิตทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ต่างคิดค้นวิธีที่จะเอาชนะคู่แข่ง และทำให้ตนเองสามารถแข่งขันในท้องตลาดได้ กลยุทธ์ด้านการออกแบบ (Design Strategy) จึงได้ก้าวเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจ โดยให้ความใส่ใจกับการดำเนินงานในลักษณะที่เป็นการบริหารการออกแบบ (Design Management) ซึ่งต้องมีความเชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในและภายนอกองค์กร เริ่มตั้งแต่ให้ความสำคัญกับการศึกษาประสบการณ์ของผู้บริโภค (UX: User Experience) ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเน้นที่ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (UCD: User-Centered Design) หรือการให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Consumer Co-Creation) เพราะนั่นจะเหมือนกระจกสะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานเอง การออกแบบที่มีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางจะต้องศึกษาข้อมูล UX ให้มากที่สุดก่อนออกแบบผลิตภัณฑ์ ควรรู้ถึงกลุ่มผู้ใช้ เป้าหมายของผู้ใช้ เพื่อนำมาเป็นแปลนในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความรู้สึกของลูกค้า และสร้างความประทับใจในสินค้าเสียจนลูกค้ารู้สึกว่า “สิ่งนี้เกิดมาเพื่อเราจริงๆ” ซึ่งนั่นเปรียบเสมือนสิ่งเดียวที่เป็นกุญแจในการสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ที่จะลอกเลียนแบบกันไม่ได้

UX: User Experience เป็นกระบวนการออกแบบสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่ดึงเอาผู้ใช้ (กลุ่มเป้าหมาย) เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มออกแบบสินค้า หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก” นำความต้องการของผู้ใช้ และความต้องการของธุรกิจมารวมกันและสร้างสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ฝ่าย

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

       ส่วนกระบวนการของ UX ไม่ได้กำหนดไว้แบบตายตัว แต่สามารถแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ ค้นหา พัฒนา และทดสอบ ในการศึกษาและเก็บข้อมูล UX สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์และการสังเกตการณ์ขณะใช้งาน, การสร้าง “ผู้ใช้ในจินตนาการ” หรือ “บุคคลสมมติ”(Persona), การสร้างสถานการณ์และเรื่องราวการใช้, การทดสอบความสามารถในการใช้ผลิตภัณฑ์ (Usability Testing), การลองใช้จากต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Experience Prototyping) ฯลฯ ข้อมูลที่ได้มาจะเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจนต่อไป จากนั้นจึงดำเนินการผลิต นำเสนอสินค้าออกสู่ตลาด สื่อสารถ่ายทอดภาพลักษณ์ของสินค้าและองค์กรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวส่งถึงมือลูกค้าอย่างมีประสิทธิผล

       ถึงแม้องค์รวมของงานออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นประกอบไปด้วย รูปทรง สี วัสดุ และโครงสร้าง แต่การที่ผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งจะตอบสนองต่อผู้ใช้ได้อย่างสูงสุดนั้น นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี จะต้องไม่มองแค่เพียงว่า ความสวยเป็นอย่างไร ใช้งานง่ายหรือไม่ แต่ต้องใส่เรื่องของ UX เข้าไปด้วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น นักออกแบบจึงควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ใช้อย่างลึกซึ้งเสียก่อน โดยต้องเริ่มจากคำถามใหญ่ๆ 4 ข้อก็คือ

1) ใครใช้? 2) ใช้ทำอะไร? 3) ใช้อย่างไร? 4) ใช้ในสภาพแวดล้อมอะไรบ้าง?

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

และยังต้องคำนึงถึงหลักการออกแบบที่เป็นมาตรฐาน โดยการจัดส่วนของการออกแบบให้มีความเหมาะสมจากหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ 7 ประการ ได้แก่

• การคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยของตัวผลิตภัณฑ์ (Functions)

• ความงามในผลิตภัณฑ์ (Aesthetic)

• ความถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomics)

• ความปลอดภัยในการใช้งาน (Safety)

• ราคาหรือต้นทุนในการผลิตกับการจำหน่าย (Cost)

• ความแข็งแรงทนทานในตัวผลิตภัณฑ์ หรือความแข็งแรงของโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Durable)

• การดูแลและบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์จากการใช้งาน (Maintenance)

หลักการทั้ง 7 ข้อถือเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผู้ออกแบบนำมาประยุกต์เข้ากับความต้องการ และสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานของผู้ใช้กับตัวผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากนั้นแล้วผู้ออกแบบยังต้องคำนึงถึงวัฒนธรรม และอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ด้วย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น และนิสัยของ UX Designer ที่ควรมีเพื่อที่จะประสบผลสำเร็จในอาชีพได้นั้น ต้องอาศัยการมี 3 ส่วนสำคัญ คือ ความอยากรู้ ความเอาใจใส่ และแรงบันดาลใจ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

แล้วทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ UX

       เพราะกระบวนการออกแบบของ UX นั้นจะช่วยให้นักพัฒนา และนักออกแบบสามารถค้นหาความต้องการ (Requirement) ที่แท้จริงของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) กับผู้ใช้งาน (User) และนำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นสินค้า และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ฝ่าย หลีกเลี่ยงการแก้ไขโปรเจคที่นักพัฒนาส่วนใหญ่ ต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขผลิตภัณฑ์ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นของเวลาทั้งหมด และประหยัดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ หลังจากพัฒนาผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับการแก้ไขก่อนการพัฒนานั้นมากกว่าหลายเท่านัก

อย่างไรก็ตามผู้ออกแบบควรระลึกไว้อยู่เสมอว่า การออกแบบโดยใช้หลัก UX ไม่ได้มองเฉพาะแค่เพียงผู้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นส่วนผสมตรงกลาง ระหว่างความต้องการของเจ้าของผลิตภัณฑ์ และความต้องการของผู้ใช้ด้วย ทั้งนี้ การที่เราจะทำให้ผลิตภัณฑ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งฉีกรูปแบบออกไปจากสิ่งที่เคยเป็น ย่อมต้องผ่าน “กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์” (Design Thinking) ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถ “คิดนอกกรอบ” แต่ยังคงเดินหน้าสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้แต่แรกได้

ตัวอย่าง สินค้า และผลิตภัณฑ์ที่นำหลักของ UX มาออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

UX: User Experience ต่อยอดสู่ประสิทธิภาพการออกแบบ

บทความ: วิไลพรรณ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

  • 40
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...

Menu