Chat with us, powered by LiveChat

Menu

Stratasys ครองอันดับ 1 Top Five 3D Printer Manufacturers

Applicad Public Company Limited.Article - 3DPrinter Mi Article Mi ArticlesStratasys ครองอันดับ 1 Top Five 3D Printer Manufacturers

Mar

25

2019

Stratasys ครองอันดับ 1 Top Five 3D Printer Manufacturers

จากบทความ  The Best Industrial 3D Printers Of 2019 ของเว็บไซต์ business.com ได้กล่าวถึงอันดับของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) สำหรับไตรมาสแรกของปี 2018 ซึ่งมีการจัดลำดับจากสัดส่วนจำนวนยอดขายสำหรับตลาดเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เชิงอุตสาหกรรม (Industrial 3D Printers)

ซึ่งด้วยความสามารถอันหลากหลายของ 3D Printer ที่ทำให้การผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้โดยตรงจากไฟล์คอมพิวเตอร์ กำลังเข้ามาแทนที่เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิม เช่น การฉีดขึ้นรูป (Injection molding), การหล่อ (Casting) และการกลึง (Lathing) ทำให้สามารถสร้างทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสร้างชิ้นส่วนเครื่องจักรต้นแบบไปจนถึงเคสโทรศัพท์มือถือแบบทำเอง

3D Printer เชิงอุตสาหกรรมสามารถก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ ที่น่าประทับใจ พวกเขาสามารถใช้งานได้ทุกวันเพื่อสร้างแบบจำลองทางสถาปัตยกรรม, หุ่นยนต์, เครื่องประดับ และแว่นตา ซึ่งข้อดีของ 3D Printer นี้คือ สามารถผลิตสินค้าที่ต้องการปริมาณไม่มากได้ สามารถผลิตสินค้าที่มีรูปทรงซับซ้อน มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง และเส้นขอบที่ชัดเจน หรือต้องอาศัยการประกอบของชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้น ด้วยความถูกต้อง แม่นยำ ตามขนาดที่ต้องการได้

ด้วยการดีไซน์จาก CAD และ 3D Printer คุณสามารถจะทำอะไรก็ได้  นักออกแบบสร้าง 3D โมเดล ด้วยโปรแกรม CAD ที่ซับซ้อน จากนั้นโมเดลจะเปลี่ยนเป็นคำสั่งเครื่องสำหรับการสร้างวัตถุ ในเวลาเดียวกัน 3D Printer จะค่อยๆ สร้างวัตถุเป็นเลเยอร์บางๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ  ส่วนมากพร้อมใช้งานได้เลย กล่าวได้ว่า เมื่อเริ่มเปิดสวิทซ์ ไม่เพียงแต่คุณกำลังเดินเครื่อง 3D Printer เท่านั้น แต่คุณกำลังเดินเครื่องความคิด และความสร้างสรรค์ของคุณให้เร็วขึ้นด้วย

เทรนด์ที่ควรติดตามในปี 2019
  • 3D Printer จะมีวัสดุให้เลือกใช้ในการผลิตมากมาย รวมถึงการพัฒนาวัสดุที่เข้ากันได้ทางชีวภาพด้วย นอกจากนี้ปี 2019 จะเป็นปีที่โลหะเข้ามามีบทบาทในแวดวงการพิมพ์ 3 มิติ ด้วยวัสดุตั้งแต่ที่เป็นอลูมิเนียม ทังสเตนคาร์ไบด์ ไปจนถึงวัสดุแม่เหล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถพิมพ์ได้ในราคาที่ถูกและเร็วกว่าเมื่อก่อน
  • ตลาดโพรซูเมอร์ (Prosumer) สำหรับ 3D Printer กำลังร้อนแรง และเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ใช้ในอุตสาหกรรม นั่นเป็นเพราะจะมี High-end home 3D Printer ให้เลือกใช้ในราคาถูก ทั้งนี้ยังมีกำลังเพียงพอในการสร้างสรรค์ชิ้นงานพิเศษให้ออกไปสู่การวางขายในร้านได้
  • ตอนนี้มีของเสียจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ 3 มิติ แต่นั่นจะเปลี่ยนไปเมื่อตัวเครื่องเริ่มพัฒนามากขึ้นและซอฟต์แวร์ฉลาดขึ้น จะมีส่วนเหลือใช้ที่จะทิ้งน้อยลง และที่มากกว่านั้นระบบการพิมพ์ 3 มิติ ยังจะช่วยให้สามารถรีไซเคิลขยะได้อีกด้วย โดยรวมแล้วเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการใช้งานด้วยราคาที่ย่อมเยา
  • ในที่สุดเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ในปี 2019 จะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ อย่างกว้างขวางจะสามารถสร้างยุคของการผลิตตามความต้องการเฉพาะแบบจำนวนมากได้ ที่ซึ่งรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าสกีจะสามารถสร้างได้ตามความต้องการ และมีขนาดที่พอดีกับตัวคุณ
Industry Solutions: ทำไมต้องซื้อ 3D Printer?

การใช้ 3D Printer สามารถช่วยเหลือด้านธุรกิจได้หลายวิธี เริ่มต้นที่ เครื่องสามารถผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นพิเศษได้ เอาเป็นว่า ถ้าคุณสามารถเห็นแบบบนหน้าจอ 3D Printer ก็สามารถสร้างให้มันเกิดขึ้นได้ตามนั้น

เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ไม่สนใจเทคนิคที่ต้องใช้เวลาอย่าง การหล่อ การขึ้นรูป การกัด และกระบวนการผลิตแบบเดิมๆ ที่เรียกว่า Subtractive Manufacturing ที่เป็นการสกัดเนื้อวัสดุออกจนได้เป็นรูปร่างของวัตถุที่ต้องการผลิต ในทางตรงกันข้าม 3D Printer  สร้างวัตถุโดยตรงจากไฟล์ CAD เทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการเติมเนื้อวัสดุ (Additive manufacturing technology) ซึ่งชิ้นส่วนนั้นถูกสร้างขึ้นเป็นชั้นๆ ในแต่ละครั้ง

เพราะเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ก้าวข้ามกระบวนการขึ้นรูปหรือการหล่อไปแล้ว จึงสามารถสร้างทางลัดขนาดใหญ่ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototypes) และการพัฒนาสินค้าของทุกอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันนี้ได้ 3D Printer ช่วยลดวงจรของการออกแบบและพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสื่อสารและการประสานงานที่สมบูรณ์ ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการออกแบบ และกระบวนการผลิตแบบปกติได้อีกด้วย

ตลาด 3D Printer เติบโตขึ้น 14% ในไตรมาส 4 ปี 2017 ตามช่วงเวลาล่าสุดที่มีการเปิดเผยตัวเลข เป็นครั้งแรกที่ยอดขายเครื่องรวมสูงกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยการสำรวจของ Context บริษัทวิเคราะห์ตลาดในกรุงลอนดอน เจาะลึกลงไป ตัวเลขแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนไปในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมมากขึ้น ในขณะที่ระบบที่เน้นงานส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเพียง 10 % ในปี 2016 ทั้งนี้ระดับอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึง 39 %

Top Five 3D Printer Manufacturers

จากจำนวนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 แสดงให้เห็นถึง “5 ยักษ์ใหญ่ (Big Five)” ของตลาด 3D Printer ที่มีสัดส่วนอยู่ 2 ใน 3 ของตลาด ดังนี้

  • Stratasys: 20 percent
  • EOS: 12 percent
  • GE Additive: 10 percent
  • 3D Systems: 10 percent
  • HP:  8 percent

 

เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงกระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น ช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนวัตถุดิบสิ้นเปลืองระหว่างการผลิต ช่วยลด Lead time และยังเปิดโอกาสให้นักออกแบบเห็นโมเดล 3 มิติ ที่ตนออกแบบ ปรับแก้ได้เอง ไม่ต้องว่าจ้างผู้ผลิตที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องมีจำนวนการสั่งซื้อ จึงนิยมนำไปใช้ในธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะด้านการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการพัฒนาสินค้า จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตโดยสิ้นเชิง และด้วยผลสำรวจของ Context ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า Stratasys คือ 3D Printer ที่ดีที่สุดที่จะรองรับทุกความต้องการในอุตสาหกรรมการผลิตที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของคุณ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และโปรโมชั่น

 

อ้างอิง: www.business.com

บทความโดย: Wilaiphan S.

  • 38
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...

Menu