Chat with us, powered by LiveChat

Construction Technology 2019 เทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

Applicad Public Company LimitedArticle - ArchiCAD Article Ci ArticlesConstruction Technology 2019 เทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

Nov

23

2018

Construction Technology 2019 เทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ในยุคดิจิทัลนี้ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกอย่าง ทั้งยังส่งแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ให้ต้องเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นเพื่อเอาตัวรอด จนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหลายวงการ แต่ทว่า หากเทียบกับในธุรกิจอื่นๆ แล้ว ธุรกิจก่อสร้างในภาพรวมทั่วโลกถือว่าเป็นธุรกิจที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อยในแง่ของการประยุกต์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในขั้นตอนการก่อสร้าง เนื่องจากยังมีงานหลายอย่างที่ยังจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์อยู่ อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพของการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในขั้นตอนการทำงานมากขึ้น และสามารถแก้โจทย์หรือลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างได้

Economic Intelligence Center (EIC) ศูนย์กลางความรู้ทางเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่ชื่อ “Construction Technology อาวุธคู่ใจ ผู้รับเหมาไทย” โดยระบุว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกยังคงประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพในการดำเนินการ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงมีอัตราการเติบโตของประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานค่อนข้างต่ำกว่าเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น

รูปที่ 1: อุตสาหกรรมก่อสร้างต้องประสบกับปัญหาการมีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าอุตสาหกรรมอื่นโดยเปรียบเทียบ อีกทั้งยังไม่ค่อยมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานมากนัก

หมายเหตุ; อัตราการเติบโตของประสิทธิภาพการผลิตคำนวณจาก 41 ประเทศที่มี GDP รวมสูงถึง 96%  ของ GDP โลก

ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ WEF  และ McKinsey

ด้านแรงงาน EIC ได้ประเมินว่าในช่วงปี 2018-2020 ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างไทยมีโอกาสที่จะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานราว 5 หมื่นคนถึง 2 แสนคนต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างภาครัฐ ในขณะที่แรงงานภาคก่อสร้างของไทยมิใช่แรงงานหลัก แต่เป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรที่ว่างเว้นจากฤดูเพาะปลูก หรือเก็บเกี่ยว หรือราคาพืชผลตกต่ำจึงหันมาทำงานก่อสร้าง แต่เมื่อราคาพืชผลเกษตรเพิ่มสูงขึ้น แรงงานเหล่านั้นจึงกลับคืนสู่ภาคเกษตร ทำให้ธุรกิจก่อสร้างประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานรุนแรงมากขึ้นทั่วประเทศ และขณะเดียวกันคาดว่าแรงงานต่างด้าวจะลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เช่น ในปี 2018 ค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นราว 5% มาอยู่ที่ 325 บาทต่อคนต่อวัน

รูปที่ 2: ปัญหาด้านแรงงาน ประกอบด้วย 2 ปัญหาหลัก คือ การขาดแคลนแรงงานและ ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น

ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ BOT, DOE และ MOL

ทั้งนี้ EIC ได้เผยถึง Construction Technology หรือเทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้าง และเป็นความหวังใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาที่จะเข้ามาของอุตสาหกรรมก่อสร้างได้ โดยสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 Software platform เช่น Building Information Modeling (BIM)
  • กลุ่มที่ 2 Equipment and system เช่น Prefabricated Building Components (Prefabs) และ Construction Robotics
  • กลุ่มที่ 3 User Interface เช่น Virtual Reality (VR)

นอกจากนี้ EIC ประเมินว่า Construction technology หรือเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้หลายกิจกรรมใน Value Chain ของอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Architecture, Engineering and Construction Industry หรือ AEC Industry) ที่ครอบคลุมตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม งานก่อสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการงานอาคาร ซึ่งขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการทำงานของเทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง โดย EIC มองว่า Building Information Modeling (BIM), Prefabricated Building Components และ Construction Robotics เป็น 3 เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างที่น่าจับตามองและมีศักยภาพสูง ซึ่งมีโอกาสเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างเมื่อพิจารณาจากความเป็นไปได้ในการนำมาประยุกต์ใช้ ระดับความครอบคลุมของฟังก์ชันการทำงานใน Value Chain และระดับความสามารถในการบรรเทาปัญหาที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องเผชิญทั้งปัญหาด้านประสิทธิภาพและด้านแรงงาน เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน ต้นทุนการก่อสร้าง และระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ

รูปที่ 3: 3 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองและมีศักยภาพสูงในการนำมาประยุกต์ใช้ในไทย ได้แก่ Building Information Modeling (BIM), Prefabricated Building Components และ Construction Robotics

หมายเหตุ: Potential level พิจารณาจาก 3 ปัจจัย ประกอบด้วย likelihood, value chain coverage และ labor & efficiency solution

ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ BCG และ WEF

3 เทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ภาพ : www.aecbytes.com

1. Building Information Modeling (BIM)

Building Information Modeling หรือ BIM เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับวงการก่อสร้าง ในการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคารในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่เริ่มตั้งแต่การออกแบบอาคารไปจนถึงการก่อสร้าง เพื่อควบคุมกระบวนการต่างๆ ให้สอดคล้องและถูกต้องมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของแนวคิดของการออกแบบ, เวลาในการทำงาน, การควบคุมคุณภาพของงาน รวมถึงการประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ใช้ BIM สามารถกำหนดและใส่ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนรายละเอียดลงไปในทุกๆ ส่วนขององค์ประกอบอาคาร เช่น ขนาดความกว้างยาว, วัสดุต่างๆ, รูปแบบในการเขียนแบบ, ราคา และอื่นๆ ทั้งยังสามารถถอดปริมาณ BOQ (Bill of Quantities) ได้อย่างแม่นยำต่างจากการเขียนแบบ CAD แบบดั้งเดิม ทำให้ทุกส่วนของการออกแบบมีความครบถ้วนทั้งในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ โดยมิใช่เป็นเพียงแค่การเขียนเส้น หรือแค่การขึ้นรูปเป็น 3 มิติเท่านั้น แต่เป็นการทำงานควบคู่กันไปทั้งกระบวนการ ซึ่งเป็นการช่วยบูรณาการการทำงานในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบอาคารไปจนถึงการก่อสร้าง ทำให้สถาปนิกได้ใช้ทักษะในด้านออกแบบได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง มากกว่าแค่การเขียนแบบธรรมดาทั่วไป ช่วยลดความซ้ำซ้อนและความขัดแย้งของงานลง ส่วนฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมทั้ง value chain นี้ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจออกแบบ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจตกแต่งภายใน

ทั้งนี้ EIC พบว่าหากผู้ประกอบการพัฒนาโครงการมูลค่า 100-1,000 ล้านบาท BIM จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1 – 8.5 เท่าของมูลค่าการลงทุนใน BIM ซึ่งหากผู้ประกอบการต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีนี้ต้องลงทุนใน 2 ด้านคือ ซอฟต์แวร์ BIM และการฝึกอบรมบุคลากร

อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จาก BIM ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการฝึกอบรมพนักงาน และต้องเปลี่ยนจากระบบการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบกระดาษมาเป็นแบบดิจิทัลซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งไปกว่านั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปรับเปลี่ยนมาใช้ BIM อีกด้วย ทั้งนี้ ทางแอพพลิแคด ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม BIM ซอฟต์แวร์แรกในทางสถาปนิกของโลกอย่าง ARCHICAD และ BIM สำหรับผู้รับเหมาไทยโดยเฉพาะอย่าง ArchiCAD Thai BIM พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพยินดีให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้คุณสามารถเริ่มต้นใช้ BIM ได้อย่างมีสิทธิภาพ

ดาวน์โหลดโปรแกรม ARCHICAD ฟรี!! ที่นี่

สัมมนาเรียนรู้เพิ่มเติม ARCHICAD ฟรี!! ที่นี่

2. Prefabs หรือ Prefabricated Building Components

Prefabs หรือ Prefabricated Building Components  หมายถึง วิธีการก่อสร้างบ้านหรืออาคารโดยผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้สำเร็จในโรงงานหรือในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ผนังสำเร็จรูป เสาสำเร็จรูป ก่อนจะนำมาประกอบกัน หรือติดตั้งเป็นอาคารที่หน้างาน โดยงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และฮ่องกง รวมถึงผู้ประกอบการไทยบางรายที่มีการใช้ Prefabs แล้วพบว่าช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ 5-20% ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและประเภทอาคาร อีกทั้งยังลดระยะเวลาก่อสร้างไปได้ราว 20% จึงช่วยลดต้นทุนในการก่อสร้างโดยรวมได้มากกว่า 10%

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถจัดหา Prefabs ได้จาก 2 ช่องทาง คือ การสั่งซื้อจากผู้ประกอบการรายอื่นและการลงทุนโรงงานผลิต ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยการสั่งซื้อ ผู้ประกอบการต้องรับความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงราคาและการขนส่ง ขณะที่หากผู้ประกอบการเลือกลงทุนสร้างโรงงานผลิตจะต้องอาศัยเงินลงทุนสูง โดยเมื่อวิเคราะห์โรงงานตัวอย่างในไทยที่มีกำลังการผลิต 3 แสนตร.ม.ต่อปี ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึงกว่า 1 พันล้านบาท จากการวิเคราะห์ของอีไอซีพบว่า หากผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนโรงงานผลิต Prefabs จะมี ROI สูงถึง 16% ซึ่งนับว่าสูงกว่าการสั่งซื้อที่อยู่ที่ราว 6% เนื่องจากต้นทุน Prefabs ที่แตกต่างกัน โดยต้นทุนของการผลิตจากโรงงานจะอยู่ที่ราว 700-780 บาทต่อตร.ม. ขณะที่ต้นทุนจากการสั่งซื้อจะสูงถึง 800-900 บาทต่อตร.ม. อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความคุ้มทุน ผู้ประกอบการต้องผลิต Prefabs ได้อย่างน้อย 60% ของกำลังการผลิตโดยรวม Prefabs ช่วยประหยัดทั้งต้นทุนและเวลาในการก่อสร้าง และหากผู้ประกอบการลงทุนผลิตเองจะคุ้มกว่าการสั่งซื้อเกือบ 3 เท่า

เนื่องจากในปัจจุบันต้นทุนในการก่อสร้างไทยมีราคาที่สูง และค่อนข้างขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ จึงส่งผลให้รูปแบบการก่อสร้างบ้านแบบระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งวิธีการแบบ Prefabs นี้เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารหรือบ้านจัดสรรค์ แทนวิธีก่อสร้างแบบเก่าที่ใช้แรงงานจำนวนมากและระยะเวลาก่อสร้างนานกว่า ด้วยวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อย่นระยะเวลา ลดต้นทุนในการก่อสร้าง และลดปัญหาการขาดแคลนฝีมือแรงงานเป็นสำคัญ


3. Construction Robotics

Construction Robotics หรือ หุ่นยนต์ที่ใช้ในการก่อสร้าง กำลังได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ โดยหุ่นยนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างที่น่าจับตามองคือ

หุ่นยนต์ผูกลวดเหล็กที่ใช้ในงานฐานราก ช่วยให้สามารถก่อสร้างได้เร็วขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ถึง 50% และหุ่นยนต์เรียงอิฐ เนื่องจากช่วยให้สามารถก่อสร้างได้เร็วขึ้นถึง 5 เท่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ถึง 30%

จากการวิเคราะห์ของ EIC พบว่า การนำหุ่นยนต์มาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยยังไม่คุ้มที่จะลงทุนในขณะนี้ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนในการลงทุนหุ่นยนต์ยังคงสูงกว่าต้นทุนการจ้างแรงงานในไทย อย่างไรก็ตาม ด้วยประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ที่สูงขึ้น ประกอบกับราคาหุ่นยนต์ที่มีแนวโน้มลดลงจะทำให้การลงทุนใน Construction Robotics คุ้มทุนในระดับค่าแรงที่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนในปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้จะตอบโจทย์ปัญหาแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะถูกนำมาใช้ในไทยมากขึ้นในอีก 10 ปี ต่อจากนี้

นอกจาก 3 เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างข้างต้น ยังมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น Internet of Things (IoT), Big Data Analytics และ 3D Printing ศึกษาเพิ่มเติม 3D Printing ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ผู้ประกอบการควรศึกษารายละเอียดของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อนำมาพัฒนาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด เพราะนั่นคือการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ทำธุรกิจได้มีคุณภาพ และเสริมอุตสาหกรรมก่อสร้างให้แข็มแข็งยั่งยืนในอนาคตได้

ขอบคุณ เนื้อหาอ้างอิง: EIC Analysis
บทความ: Wilaiphan S.

RELATED POST

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...