Chat with us, powered by LiveChat

Menu

BIM คืออะไร…ใช้ BIM แล้วดียังไง

Applicad Public Company Limited.Article - ArchiCAD Article Ci ArticlesBIM คืออะไร…ใช้ BIM แล้วดียังไง

Dec

14

2018

BIM คืออะไร…ใช้ BIM แล้วดียังไง

BIM คือ Building Information Modeling เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับวงการงานสถาปัตยกรรม และการก่อสร้าง ที่เริ่มตั้งแต่การออกแบบอาคารไปจนถึงการก่อสร้าง BIM จะเป็นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์มาควบคุมกระบวนการต่างๆ ระบบจะสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคารที่แม่นยำ แบบจำลองแบบดิจิทัล อย่างการออกแบบ การเขียนแบบ การคำนวณโครงสร้าง การประมาณราคา การจัดซื้อ รวมไปถึงการวางแผนงานต่างๆ ของอาคาร

“ด้วยเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ระบบจะสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคารที่แม่นยำอย่างน้อยหนึ่งแบบจำลองแบบดิจิทัล แบบจำลองเหล่านี้รองรับการออกแบบในแต่ละขั้น ซึ่งช่วยทำให้วิเคราะห์และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการที่ทำด้วยตนเอง เมื่อเสร็จสมบูรณ์ แบบจำลองที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่แม่นยำและข้อมูลที่จำเป็นในการรองรับกิจกรรมการก่อสร้าง การแปรรูป และการจัดซื้อจัดหาเพื่อให้การก่อสร้างบรรลุผล”

ที่มา : BIM คืออะไร , (Online)

BIM คือ กระบวนการการทำงาน (Process) ไม่ใช่ชื่อของ Software ซึ่งมีหลายบริษัททางด้าน Software ที่เป็นการทำงานระบบ BIM

ที่มา : แสดงภาพSoftwareด้านการออกแบบ

เป้าหมายของการใช้งานระบบ BIM เพื่อให้สามารถทำงานเป็นขั้นตอนต่างๆ ได้ โดยเริ่มจากการออกแบบการก่อสร้างอาคารทางด้านสถาปัตยกรรม เพื่อลดความผิดพลาดและการทำงานที่ซับซ้อนกัน อันเกิดจากการทำงานที่ไม่ต่อเนื่องและขาดการตรวจสอบ BIM จึงเป็นเทคโนโลยีอีกหนึ่งขั้นที่เพิ่มศักยภาพการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น และเป็นการทำงานที่สามารถจบครบวงจร (Live Cycle)

รูปภาพ : แสดงการถอดรายละเอียดของงานออกมา ด้วยโมเดลเพียงชิ้นเดียว

ทำไมต้อง BIM

บริษัทที่ใช้ BIM เช่น Skanska และ Barton Malow ได้รายงานถึงประโยชน์สำหรับการวางกำหนดการ การประเมิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยง กระบวนการทำงานร่วมกันที่มากขึ้น และการจัดการอาคารที่ดียิ่งขึ้น BIM ยังให้โอกาสในการทดลองใช้โซลูชั่นล่วงหน้าก่อนที่จะสร้างโครงสร้างที่ไซต์งาน: คุณสามารถสร้างต้นแบบโครงสร้างเสมือนด้วยแบบจำลองที่ก่อสร้างได้จริง ฝ่ายต่างๆ ในโครงการสามารถทำความเข้าใจและตรวจทานการออกแบบได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยรับประกันความแม่นยำและความสมบูรณ์ของการออกแบบได้ รวมถึงแสดงให้เห็นเป็นภาพและประเมินทางเลือกต่างๆ ในด้านค่าใช้จ่ายและตัวแปรอื่นๆ ในโครงการ BIM ได้สั่งสมประสบการณ์เพื่อพัฒนาการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่างๆ ในโครงการและคุณภาพโดยทั่วไปให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

หลักการการทำงานของ BIM

การทำงานจะเป็นการทำงานผ่านเทคโนโลยีที่ Software ทำงานมาเพื่อรองรับระบบ BIM เน้นการทำงานแบบจำลองโมเดล โดยที่วัตถุภายระบบจะมีค่าพารามิเตอร์ (Parametric Object-Based) ซึ่งจะเก็บข้อมูล (Data) ต่างๆ ในรูปแบบของ 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งการทำงานจะสามารถประมวลผลได้ทั้ง ผังพื้น รูปด้าน รูปตัด ทัศนียภาพ รวมถึงการถอดข้อมูลด้านการก่อสร้าง (BOQ) เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ระบบต่างๆ จะปรับเปลี่ยนให้อัตโนมัติ

BIM Organization & Competency Map องค์ประกอบ และการประเมินความสามารถ
  • BIM Cloud: การทำงานผ่านระบบ Internet หรือเก็บข้อมูลไว้เป็น Cloud ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องทำงานในสำนักงาน แต่สามารถทำงานผ่านระบบ Internet ด้วยการเชื่อมต่อกัน

ที่มา : การแสดงรูปแบบ BIMcloud Teamwork for Architects

  • BIM Coordinator: ตรวจสอบข้อมูลใน BIM และประสานงานในงานแต่ละระบบ (ARC, STR, MEP)
  • BIM Modeler/BIM Operator: สร้างแบบจำลองโมเดล
  • Component Object: สร้างแบบจำลองโมเดลส่วนประกอบของอาคาร ซึ่งสามารถ Download อุปกรณ์ต่างๆ (Object) ได้จากแหล่งเว็บไซต์ต่างๆ ของ BIM Object แหล่งรวบรวม Object

 

ที่มา : https://bimcomponents.com/      ที่มา : https://www.bimobject.com/en-us/product

  • Layout Drawing/Annotator/Sheet Creator: สร้างแบบ Worksheet
  • Schedule: ทำรายการประกอบแบบต่างๆ และถอดปริมาณวัสดุจากโมเดล

ที่มา: What is BIM, คุณนพพล อ่อนจาปี

ที่มา : แสดงรูปแบบการสร้าง Schedule ArchiCAD

BIM Cycle คือ การทำงานที่สามารถส่งผ่านจากฐานข้อมูล Information ภายในวัตถุไปยังการทำงานประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภายใน Software เดียว หรือส่งต่อไปยัง Software อื่นๆ ที่เป็นการทำงานระบบ BIM ซึ่งกระบวนการสามารถทำงานผ่านไฟล์กลางที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ IFC File ได้เหมือนกัน

ที่มา : แสดงรูปแบบการทำงานที่ส่งผ่านได้ด้วยระบบ BIM

ประโยชน์และจุดเด่นของเทคโนโลยี BIM

ปัจจุบันเทคโนโลยี BIM เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการออกแบบก่อสร้างมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก แทนที่การทำงานแบบเดิมที่เป็น 2 มิติ เข้าสู่การทำงานที่มากกว่า 3 มิติ ซึ่งมีจุดเด่น และข้อดีที่เป็นประโยชน์ต่อสถาปนิก, บริษัทออกแบบ, เจ้าของโครงการ, วิศวกร หรือผู้รับเหมามากมาย ได้แก่

  1. เป็นเทคโนโลยีเพื่อใช้สำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นสำหรับสถาปนิก และนักออกแบบ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์ในลักษณะเดิมที่เน้นการเขียนแบบ และนำเสนอเพียงอย่างเดียว ทำให้ทั้งผู้ออกแบบ ผู้ร่วมงานตลอดจนลูกค้าสามารถสื่อสารได้เข้าใจกันง่ายขึ้นเพราะเห็นเป็น 3 มิติ แบบชัดเจน
  2. เน้นลักษณะการสร้างชิ้นงานในแบบ 3 มิติ เป็นหลัก มีกลไกในการควบคุมขนาดและสัดส่วนต่างๆ ของวัตถุด้วยระบบพารามิเตอร์ โดยควบคุมการทำงานผ่านมุมมองต่างๆ ทั้งมุมมองที่เป็น 2 มิติ และ 3 มิติ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของวัตถุ ก็จะส่งผลถึงมุมมองอื่นๆ ทั้งหมด
  3. สามารถนำส่งข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อลดการขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ลดข้อขัดแย้งของปัญหาแบบก่อสร้างไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดพลาดในงานก่อสร้างได้ จึงช่วยให้สามารถลดระยะเวลาในการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการก่อสร้างผิดแบบได้
  4. สามารถใช้เทคโนโลยี BIM เข้าร่วมกับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานด้านการออกแบบ โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากการประมวลผลข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่น การถอดแบบวัตถุ 3 มิติ ที่สร้างขึ้นเพื่อการประมาณราคา (Cost Estimate) ลำดับขั้นตอนต่างๆ ในงานก่อสร้าง (Phasing) เพื่อช่วยลดขั้นตอน และระยะเวลาในการทำงานให้สั้นลง
  5. ลดการใช้ทรัพยากรบุคคล และค่าใช้จ่ายในการทำงานให้น้อยลง โดยนำความสามารถของคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการประมวลผลข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นให้มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของการทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  6. ความสามารถในด้านการทำแบบก่อสร้าง รวมถึงแบบขยาย และรายละเอียดของส่วนต่างๆ ของอาคาร ความสามารถในการทำแบบก่อสร้างตามขั้นตอนของงานก่อสร้าง และความสามารถในการทำแบบก่อสร้างในรูปแบบของงานปรับปรุงอาคาร ลดเวลาในส่วนของการเขียนแบบไปได้อย่างน้อย 30% ทำให้โครงการก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าเดิม
  7. ทำงานได้มากขึ้น เร็วขึ้นด้วยทีมงานเท่าเดิมสร้างผลประกอบการที่ดี
  8. ส่งเสริมการทำงานในรูปแบบของทีมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปในลักษณะการทำงานในแบบร่วมมือกัน และประสานความร่วมมือกันในการควบคุมงานสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นร่วมกันผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้บริหารโครงการสามารถทำการกำหนดสมาชิกในทีม เพื่อเลือกกำหนดสิทธิและสัดส่วนความรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ของอาคาร ชิ้นงานให้แก่ลูกทีมแต่ละคนได้ รวมถึงความสามารถในการรองรับโครงการออกแบบที่มีขนาดใหญ่ ที่มักมีหลายๆ อาคารก็สามารถทำการเชื่อมโยงไฟล์งานของชิ้นงานต่างๆ เข้าด้วยกันได้
  9. การนำระบบ BIM มาใช้ในการจัดทำแบบรูปการก่อสร้าง (As-built Drawing) เป็นแบบที่แสดงรายละเอียดของงานที่ได้ทำการก่อสร้างจริง ภายหลังการส่งมอบงานให้กับเจ้าของโครงการจะได้รับโมเดล 3มิติ ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการจัดการ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้จัดการผู้ดูแลสิ่งก่อสร้างนั้นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบ Facility Management (FM) ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นคู่มือในการบำรุงรักษาอาคาร หรือต่อเติมอาคาร (Renovate) ในอนาคต ตลอดจนใช้ในการบริหารจัดการ (Management) สิ่งก่อสร้างตลอดอายุการใช้งานของสิ่งก่อสร้าง

แชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้เทคโนโลยี BIM

ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เช่น โครงสร้างอาคารต่างๆ และงานวิศวกรรมโยธา รวมถึงขยายบริการออกแบบวิศวกรรมงานระบบ (ระบบไฟฟ้า ปะปา ปรับอากาศ) เรียกได้ว่า ให้บริการออกแบบทางวิศวกรรมอย่างครบวงจร ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนระบบการทำงานมาใช้ BIM อย่างเต็มรูปแบบ

หลังจากที่ได้มีโอกาสใช้ ArchiCAD BIM ก็พบว่า BIM ได้เข้ามาช่วยให้การทำงานทั้งกระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยแบบครบวงจรด้านงานก่อสร้าง ทั้งงานแบบ งานโครงสร้าง และงานระบบ เพื่อช่วยให้การออกแบบ ถอดแบบ ถอดปริมาณ (BOQ) การประมาณการงบประมาณเป็นเรื่องง่ายและถูกต้อง การปรับเปลี่ยนแก้ไขในแต่ละจุดสามารถอัพเดตข้อมูลไปยังทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงาน และลดต้นทุนการดำเนินงาน

ผู้ที่จะใช้ BIM ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ BIM เสียก่อน มากกว่าที่จะเรียนรู้ว่าโปรแกรม BIM ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งถ้าเราเข้าใจว่า BIM คืออะไร การเรียนรู้โปรแกรม BIM ก็จะใช้เวลาน้อยลง

ในการทำงานที่เกี่ยวกับ  BIM นั้น ให้เราลืม CAD ไปได้เลย แต่ต้องมองทุกอย่างเป็น 3 มิติ เพราะทุกครั้งที่เราแก้ไขงาน เช่น หน้าต่าง เราแก้ไขหน้าต่างจริงๆ ไม่ได้แก้ไขเส้น

BIM ไม่ใช่แค่โปรแกรมเขียนงาน 3 มิติ ยกตัวอย่างเช่น ขวดน้ำ ถ้าคุณอยากได้แค่เสนองานขวดน้ำ 3 มิติ คุณแค่ขึ้นโมเดล แต่สำหรับ BIM ใช่เพียงเท่านั้น สิ่งที่คุณจะได้ คือ “ข้อมูล” ของขวดน้ำ เช่น วัสดุอะไร ผลิตจากที่ไหน ตารางมิลละเท่าไร ฝาจากที่ไหน น้ำคุณภาพอะไร เพราะข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะต้องมีการส่งต่อออกไปเพื่อทำงานร่วมกับส่วนอื่น เป็นต้น

BIM ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้ออกแบบง่าย และรวดเร็วขึ้น ยังช่วยในด้านงานก่อสร้าง ทั้งงานแบบ งานโครงสร้าง งานระบบ สามารถถอดแบบ ถอดปริมาณ (BOQ) การประมาณราคาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ เพื่อให้คุณมีความพร้อมที่จะแข่งขันในปัจจุบัน

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ : ArchiCAD BIM

เรียบเรียงโดย นางสาว สุดารัตน์ ทิพย์ทวีชัย

BIM Architect 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.applicadthai.comwww.tekla.commiobim.blogspot.com

ที่มา : https://www.applicadthai.com/articles/article-ci/article-archicad/bim-คืออะไร-ทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์แล้วคุณจะเข้าใจ-bim/

บทความเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับ Thai BIM 
รีวิวซอฟต์แวร์ถอดปริมาณ เคลียร์แบบถูกต้อง ทำ Shopdrawing รวดเร็ว Thai BIM V.2
เทคนิคใส่เหล็กเสริมคานพร้อมถอดปริมาณด้วย ArchiCAD Thai BIM
เหล็กเสริมคอนกรีตแบบง่ายๆ ฉบับ Thai BIM พร้อม BOQ ผูกกับกรมบัญชีกลาง
ออกแบบ เคลียร์แบบ ถอดแบบประเมินราคาได้ง่าย และถูกต้อง ArchiCAD Thai BIM ประโยชน์สำหรับผู้ออกแบบและผู้รับเหมาไทย
  • 2K
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(1 votes, average: 4.00 out of 5)
Loading...

Menu