Chat with us, powered by LiveChat

Menu

รัชกาลที่ ๙ จอมปราชญ์แห่งการพัฒนา พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก

Applicad Public Company Limited.Article - Creative Designรัชกาลที่ ๙ จอมปราชญ์แห่งการพัฒนา พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก

Nov

2

2016

รัชกาลที่ ๙ จอมปราชญ์แห่งการพัฒนา พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก

rama9

ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงทุ่มเททั้งพระวรกายและพระปรีชาสามารถ เพื่อพัฒนาให้พสกนิกรของพระองค์ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น พระอัจฉริยภาพด้านการกีฬา, ด้านดนตรี, ด้านการถ่ายภาพ, ด้านจิตรกรรม, ด้านพระราชนิพนธ์, ด้านงานช่าง  รวมไปถึงพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก” และทรงนำพระอัจฉริยภาพเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศตลอดมา

งานด้านศิลปะและการออกแบบนับเป็นพระราชกรณียกิจอีกด้านหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความสนพระราชหฤทัยยิ่ง ผลงานด้านศิลปะและการออกแบบ ตลอดจนงานช่างฝีพระหัตถ์มีหลากหลายรูปแบบและมีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ผลงานและฝีพระหัตถ์แสดงให้เห็นทั้งพระอัจฉริยภาพในการริเริ่มสร้างสรรค์และการประสานความงามกับประโยชน์ของสิ่งประดิษฐ์ให้เข้ากันอย่างดี ทรงสร้างมอเตอร์ไฟฟ้าใช้เอง ทรงสร้างเครื่องรับวิทยุร่วมกับพระเชษฐาธิราช โดยซื้ออุปกรณ์ราคาถูกมาประกอบเอง ทรงจำลองสิ่งของต่างๆ ได้หลายอย่าง ทรงประดิษฐ์เครื่องร่อนที่บินร่อนได้จริง ทรงจำลองเรือรบหลวงของไทยชื่อ “ศรีอยุธยา” ซึ่งยาวเพียงสองฟุต มีทั้งสายเคเบิ้ล และปืนเรือครบครัน ทรงเป็นวิศวกรนักพัฒนาแห่งแผ่นดิน และทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมในด้านการช่างทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นช่างไม้ ช่างโลหะ และช่างกล ซึ่งเป็นงานพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ และอุตสาหกรรม

ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปี 2489 พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพด้านดังกล่าวได้ประจักษ์ชัดขึ้น งานประดิษฐ์ฝีพระหัตถ์ก็เน้นประโยชน์มากขึ้น ตลอดจนทรงสร้างนวัตกรรมขึ้นมากมาย ยังประโยชน์สุขและสร้างคุณูปการแก่พสกนิกรชาวไทยนานัปการ และองค์การต่างๆ ทั่วโลกต่างก็ยกย่องในพระปรีชาสามารถ ดังจะเห็นได้จากสิ่งประดิษฐ์เพื่อพัฒนาคุณภาพของแหล่งน้ำ เช่น กังหันชัยพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่แสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถในการวางแผนและการออกแบบสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นทั้งงานด้านสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม ผังเมือง และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ พระราชดำริต่างๆ นับตั้งแต่เมื่อทรงริเริ่มโครงการ ตลอดจนเมื่อพระราชทานคำแนะนำแก่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานล้วนเป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่วัฒนธรรมและความรู้สึกนึกคิดของประชาชนชาวไทย

boat

เรือใบฝีพระหัตถ์

เมื่อพ.ศ.2507 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเริ่มต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง โดยศึกษาแบบแปลนและข้อบังคับของเรือแต่ละประเภทจากตำราทั่วโลกอย่างถี่ถ้วน และทรงทดลองแล่นเรือในสระภายในสวนจิตรลดา เรือใบฝีพระหัตถ์มี 4 ประเภท ได้แก่

  • เรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class) ชื่อ “เรือราชปะแตน” ซึ่งเป็นลำแรกที่ทรงต่อเองเมื่อปี พ.ศ. 2507 และลำต่อมาชื่อ “เรือเอจี”
  • เรือใบประเภทโอเค (International OK Class) ลำแรกในประเทศไทย ชื่อ “เรือนวฤกษ์” และทรงต่อเรือใบประเภทโอเคอีก 3 ลำ ชื่อ เวคา1, เวคา2, เวคา3
  • เรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) 3 แบบ ได้แก่ เรือใบมด, เรือใบซุปเปอร์มด, เรือใบไมโครมด
  • เรือใบลำสุดท้าย คือ “เรือโม้ก” (Moke) เป็นเรือที่ทรงทดลองสร้างโดยทรงออกแบบให้มีลักษณะผสมระหว่างเรือโอเค และเรือซุปเปอร์มด

ในการสร้างเรือใบทรงร่างแบบ คิดคำนวณ เลื่อยไม้ ไสไม้ และทรงประกอบด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน ทรงใช้วิธีการที่ง่ายและประหยัด ทรงใช้วัสดุที่หาได้ในประเทศ ทรงประดิษฐ์คิดค้นให้เรือใบที่ทรงสร้างมีสมรรถนะสูง พระองค์ทรงแข่งขันแล่นเรือใบหลายครั้งทั้งในและนอกประเทศ เช่น ในปีพ.ศ. 2508 ทรงใช้เรือราชปะแตนแข่งขันกับ ดยุค ออฟ เอดินเบอระ (The Duke of Edinburgh) พระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ โดยใช้เส้นทางไปกลับ พัทยา – เกาะล้าน และทรงนำเรือ “มด” ไปจดลิขสิทธิ์เป็น สากลประเภท International Moth Class ที่ประเทศอังกฤษ เรือใบ ซุปเปอร์มดเคยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ.2541 มาแล้ว

robot

หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน

ใน พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ทรงเปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และมีพระราชประสงค์ที่จะสร้าง “หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน” จึงโปรดเกล้าฯ ให้ อาจารย์สนั่น  สุมิตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ) อาจารย์สวัสดิ์  หงส์พร้อมญาติ และคณาจารย์ของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการสร้าง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 20,000 บาท เมื่อหุ่นยนต์คุณหมอพระราชทานสร้างเสร็จแล้วทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้นำไปจัดแสดงในงานกาชาด ที่สถานเสาวภา

หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกที่มีรูปร่างคล้ายคน ขนาดเท่าคนจริง และแต่งกายแบบหมอ ส่วนอุปกรณ์หลักๆ เช่น เครื่องรับส่งและเครื่องบังคับวิทยุจะอยู่ที่ท้องของหุ่นยนต์ ส่วนแบตเตอรี่และสายพานที่เท้า ทำให้หุ่นยนต์สามารถเดินได้ ยกมือไหว้ พูด ฟัง และโต้ตอบได้ อีกทั้งทำงานหลายอย่างได้เป็นอย่างดีโดยการบังคับจากภายนอก ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานหุ่นยนต์คุณหมอนี้ ให้แก่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน นับว่าพระราชดำริเรื่อง หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งในประวัติศาสตร์ของหุ่นยนต์ไทย

 oil

 พระวิสัยทัศน์ด้านพลังงานทดแทน

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนผ่านโครงการส่วนพระองค์ ทรงตระหนักดีว่าในอนาคตประเทศไทยจะประสบกับปัญหาวิกฤตด้านพลังงานน้ำมันซึ่งเป็นทรัพยากรที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาอาจสูงขึ้นได้ในอนาคต ทรงพระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาและทดลองใช้เชื้อเพลิงเหลว ซึ่งสกัดจากพืช โดยจัดทำโครงการผลิตเอทานอลเพื่อนำมาผสมกับน้ำมันเบนซิน เป็น แก๊สโซฮอล์ มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2529 ซึ่งในเวลานั้นน้ำมันมีราคาถูก และถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อย่างมาก เพราะมีการคาดการณ์กันว่าอย่างไรก็ตามน้ำมันน่าจะมีราคาถูกกว่าการผลิตเอทานอลจากผลิตผลทางการเกษตร ได้แก่ อ้อยและมันสำปะหลัง แล้วมาผสมกับน้ำมันอีกที จนกระทั่ง 20 ปีต่อมา น้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดโลกรวมทั้งประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น แก๊สโซฮอล์จึงกลายเป็นน้ำมันที่ได้รับความนิยม สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ชาวไทยโดยทั่วไป

ส่วนของพระราชดำริด้านการพัฒนาน้ำมันปาล์มเพื่อใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลนั้น การพัฒนาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มในชื่อ “การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล” ได้จดสิทธิบัตรที่กระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2544 อีกทั้งในปี 2546 ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลจาก “โครงการน้ำมันไบโอดีเซลสูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม” ในงาน “บรัสเซลส์ ยูเรกา” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทั้งนี้ปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูกสูง อีกทั้งเกษตรกรสามารถผลิตใช้เองได้ภายในประเทศ การแปรผลิตผลจากภาคการเกษตรให้เป็นพลังงานทดแทนนั้น สามารถใช้ทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินตราของประเทศจากการนำเข้า พร้อมกับแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรในขณะเดียวกันด้วย

dam

ทั่วไทยสว่างไสว ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำและเขื่อน

เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านวิศวกรรม และสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในการผลิตไฟฟ้าด้วย โดยทรงมีพระราชดำริให้ กฟผ. ทำการสำรวจและศึกษาพื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ขนาดเล็กผลิตกระแสไฟฟ้าให้ราษฎรในชนบท อาทิ โรงไฟฟ้า บ้านขุนกลาง จ.เชียงใหม่, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ คลองช่องกล่ำ จ.สระแก้ว, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านสันติ จ.ยะลา, เขื่อนพรมธารา จ.ชัยภูมิ ตลอดจนเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ด้วยทรงคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า และพระวิสัยทัศน์รอบด้านเกี่ยวกับการใช้พลังงานน้ำ ดังนั้น การสร้างเขื่อนแต่ละเขื่อนจึงไม่ใช่เพียงการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่การพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลยังเอื้อประโยชน์ถึงเกษตรกร ชาวนา หรือเพื่อการป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตราษฎรให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

rain

“ฝนหลวง” โครงการโปรยน้ำฟ้ามาสู่ดิน

โครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง”(Artificial rain) เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร 15 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี พ.ศ. 2498 ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ให้กับ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ไปดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้เกิดเป็นโครงการ ค้นคว้า ทดลอง ปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงขึ้น ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้วยความสำเร็จของ โครงการ จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกา ก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไป นับเป็นนิมิตหมายบ่งชี้ให้เห็นว่า “การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้”

chaipattana

“กังหันน้ำชัยพัฒนา” จากน้ำเสียสู่น้ำใส นวัตกรรมเหรียญทองระดับโลก

กังหันน้ำชัยพัฒนา ชื่อทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมว่า “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย”  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแนวพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบไทยทำ ไทยใช้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2531โดยให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณศึกษาวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้ร่วมกับกรมชลประทาน เนื่องจากทรงห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชน หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพน้ำเสียในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด

กังหันน้ำชัยพัฒนา ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก สภาวิจัยแห่งชาติจึงได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลที่ 1 ผลงานคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประจำปี พ.ศ.2536 นอกจากนี้ยังได้รับ รางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor องค์การทางด้านนวัตกรรมอันเก่าแก่ของเบลเยี่ยม ภายในงาน Brussels Eureka 2000 ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์โลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม โดยได้ยื่นขอรับสิทธิบัตร และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร เลขที่3127 ในพระปรมาภิไธยชื่อว่า Chaipattana Low Speed Surface Aerator, Model RX-2  เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2536 จึงนับว่าเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และครั้งแรกของโลก ทางราชการจึงถือว่าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

จะเห็นได้ว่าพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชล้วนแล้วแต่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยไม่โปรดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงเพื่อให้ผ่านพ้นไป เพราะพระองค์ท่านทรงเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหา และทรงแก้ไขด้วยพระราชวินิจฉัยบนพื้นฐานของความจริง โดยใช้หลักวิชาการที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่วัฒนธรรม เหมาะสมกับสภาวการณ์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

พระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจยิ่งของประชาชนไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินที่พระมหากษัตริย์ทรงให้ความสำคัญกับการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรของพระองค์ รวมถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในทุกภูมิภาคของประเทศ ผลงานด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่ไม่เพียงแต่จะยังประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎร์ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารเท่านั้น  แต่ยังนำมาซึ่งชื่อเสียงที่บรรดาอารยประเทศต่างแซ่ซร้องสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งพระมหากษัตริย์ไทยผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้

ข้อมูลอ้างอิง :

www3.navy.mi.th, www.chaipat.or.th, www.royalrain.go.th, www.egat.co.th
www.eppo.go.th, www.tpa.or.th, kanchanapisek.or.th

เรียบเรียง : วิไลพรรณ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

  • 43
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (2 votes, average: 1.50 out of 5)
Loading...

Menu