Chat with us, powered by LiveChat

Menu

คุยเฟื่องเรื่อง ROBOT

Applicad Public Company Limited.Article - Creative Designคุยเฟื่องเรื่อง ROBOT

Oct

3

2016

คุยเฟื่องเรื่อง ROBOT

robot

ปัจจุบันไม่ว่าจะหันซ้ายแลขวาไปทางไหน เราก็จะเห็นแต่หุ่นยนต์ครองเมืองไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์ หรือโฆษณาซึ่งสร้างจากจินตนาการ และออกจากจินตนาการมาสู่โลกของความเป็นจริงในแขนงต่างๆ ซึ่งเมื่อได้ยินคำว่า “หุ่นยนต์” หรือ “โรบอต” หลายคนคงจะนึกไปถึงหุ่นที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกคล้ายกระป๋อง อย่างเจ้า R2D2 ในภาพยนตร์เรื่อง สตาร์วอร์ หรือไม่ก็นึกไปถึงหุ่นเหล็กในภาพยนตร์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหุ่นยนต์มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ มากมายกว่าที่หลายคนรู้จัก

หุ่นยนต์ หรือ โรบอต (ROBOT) ตามความหมายของ สถาบันหุ่นยนต์อเมริกา  (The Robotics Institute of America) ได้นิยามไว้ว่าคือ เครื่องจักรกลใช้งานแทนมนุษย์ชนิดนึงที่มีลักษณะโครงสร้างและรูปร่างแตกต่างกัน ออกแบบให้สามารถตั้งลำดับการทำงาน การใช้งานได้หลากหลายหน้าที่ ใช้เคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์ ส่วนประกอบต่างๆ เครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษ ตลอดจนการเคลื่อนที่ได้หลากหลาย ตามที่ตั้งลำดับการทำงาน เพื่อสำหรับใช้ในงานหลากหลายประเภท โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะรู้จักหุ่นยนต์ในลักษณะของเครื่องจักรกลที่สร้างให้มีรูปร่างคล้ายสิ่งมีชิวิต เช่น คน หรือสัตว์ต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วหุ่นยนต์มีรูปร่างหลายลักษณะมากมาย บางประเภทอาจจะมีแค่ก้านโยงประกอบกันเป็นแขนกลเพื่อใช้ในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ หรือในบางประเภทอาจจะอยู่ในรูปแบบของยานพาหนะเช่น รถ หรือเครื่องบินก็ได้เช่นกัน มีหน้าที่การทำงานในด้านที่ต่างๆ กัน เพื่อตอบสนองรับใช้ตามความต้องการของมนุษย์ ตามรากศัพย์ที่มาจากภาษาเช็ก Robot หรือคำว่า Robota มีความหมายว่า “ทาสผู้รับใช้” ซึ่งคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อนี้เป็นตัวแบ่งแยกหุ่นยนต์ออกจากเครื่องจักรชนิดอื่นๆ  คือ

  1. รับรู้ได้ (Perception) หมายถึง สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมได้
  2. การตีความ(Cognition)
  3. มีความสามารถในการเคลื่อนไหว (Mobility)

โดยคุณสมบัติ 3 อย่างนี้เกิดจากอุปกรณ์ที่มาประกอบกันเป็นหุ่นยนต์ อาทิ เซ็นเซอร์ (Sensor) ทำหน้าที่รับความรู้สึกร้อนเย็น ตรวจสิ่งกีดขวางถือเป็น “Perception Module”  ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมวิเคราะห์สิ่งที่รับรู้ โดยนำข้อมูลนั้นมาตัดสินใจว่าทำงานต่อไปอย่างไรถือเป็น “Cognition Module”  สุดท้ายคือ มอเตอร์สายพานองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวไปยังจุดต่างๆ ส่วนนี้คือ “Mobility Module”

หุ่นยนต์แบ่งเป็นหลายประเภท หลายระดับ หลายความสามารถที่มีตั้งแต่จากต่ำไปสูง และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเดิมทีนั้นหุ่นยนต์จะทำงานได้อย่างจำกัด ภายใต้คำสั่งและการควบคุมของมนุษย์ (Manual-handling device หรือ Tele-Robot) ถูกโปรแกรมทำงานล่วงหน้าโดยไม่สามารถเปลี่ยนแผนได้ (Fixed-sequence Robot) ถูกโปรแกรมทำงานแต่ปรับเปลี่ยนแผนงานได้ (Variable-sequence Robot)  ผู้ควบคุมสอนหุ่นยนต์และหุ่นยนต์ทำตามสิ่งที่ผู้ควบคุมสอน (Playback Robot)  ผู้ควบคุมบันทึกข้อมูลเชิงตัวเลขการเคลื่อนที่ให้หุ่นยนต์หุ่นยนต์จะทำงานเองโดยไม่ต้องสอนงาน (Numerical Control Robot)  แต่ในปัจจุบันนี้วิทยาการได้ก้าวหน้าไปมาก หุ่นยนต์เริ่มที่จะมีความคิดตัดสินใจเองได้ จากฐานความรู้ที่มีอยู่เดิม เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมได้ และทำงานได้ด้วยตัวเอง (Intelligent Robot) มีกำลังที่จะทำงานมากขึ้นในขณะที่อุปกรณ์เล็กลง ทั้งนี้เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถคำนวณในสิ่งที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในอนาคตนั้นหุ่นยนต์จะก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างแน่นอน

การแบ่งประเภทตามลักษณะการใช้งาน แต่หากจะแบ่งหุ่นยนต์ออกตามลักษณะการใช้งาน สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท

  1. หุ่นยนต์ชนิดที่ติดตั้งอยู่กับที่ (Fixed Robot) เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ด้วยตัวเอง มีลักษณะเป็นแขนกล สามารถขยับและเคลื่อนไหวได้เฉพาะแต่ละข้อต่อ ภายในตัวเองเท่านั้น มักนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานประกอบรถยนต์
  2. หุ่นยนต์ชนิดที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Robot) หุ่นยนต์ประเภท นี้จะแตกต่างจากหุ่นยนต์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ เพราะสามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้ล้อหรือการใช้ขา ซึ่งหุ่นยนต์ประเภทนี้ปัจจุบันยังคงมีการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาออกมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ

หุ่นยนต์ยังสามารถแยกได้อีกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. หุ่นยนต์ใช้ในบ้าน (Domestic Robot) สามารถฟังคำสั่งที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งให้ทำอะไร เช่น ใช้ทำงานดูดฝุ่น ทำความสะอาดบ้าน เปิดประตูต้อนรับแขก และยกอาหารจากครัวมายังโต๊ะอาหาร เป็นต้น
  2. หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industrial Robot) เป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้น เพื่อเลียนแบบการทำงานของอวัยวะส่วนบนของมนุษย์ แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเป็นแขนเดียวที่สามารถเคลื่อนไหวและหยิบจับอะไรได้ หุ่นยนต์บางตัวอาจจะมีประสาทรู้สึก เช่น  มีกล้องโทรทัศน์ติดเอาไว้ทำให้มองเห็นได้ เป็นต้น ประกอบด้วยระบบที่สำคัญ 2 ระบบ คือ ระบบทางกลของหุ่นยนต์ (Mechanism System) และระบบควบคุมหุ่นยนต์ (Control System)
    • ระบบทางกลของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Mechanism System) ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ใช้จับ หยิบเคลื่อนย้ายและหมุนได้อย่างอิสระใน 2 มิติ หรือ 3 มิติ ควรมีความมั่นคงและมีน้ำหนักน้อย เพื่อประหยัดพลังงานในการเคลื่อนไหว
    • ระบบควบคุมหุ่นยนต์ (Control System) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมซึ่งควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์โดยอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์นับเป็นส่วนสำคัญที่สุดของหุ่นยนต์ ระบบควบคุมนี้ทำหน้าที่เป็นสมองเก็บข้อมูล สั่งหุ่นยนต์ให้ทำงานตรวจสอบและควบคุมรายละเอียดของการทำงานให้ถูกต้อง

มนุษย์ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์อุตสาหกรรมขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานประเภทต่างๆ ที่สำคัญต่อไปนี้

  • งานที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • งานที่ต้องการความละเอียด ถูกต้อง และรวดเร็ว
  • งานที่ต้องทำซ้ำๆ และน่าเบื่อหน่าย
  • มีความต้องการเพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุน

การแบ่งประเภทตามลักษณะรูปร่างภายนอก

โดยทั่วไปหุ่นยนต์ยังถูกจำแนกตามลักษณะรูปลักษณ์ภายนอก และมีคำศัพท์เฉพาะเรียกต่างๆ กันไป ได้แก่

  1. หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) เป็นลักษณหุ่นยนต์ที่เหมือนกับมนุษย์
  2. แอนดรอยด์ (Android) เป็นการเรียกหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่สามารถแสดงออกเหมือนมนุษย์ แม้ว่ารากศัพท์ภาษากรีกของคำนี้หมายถึงเพศชาย แต่การใช้ในบริบทภาษาอังกฤษมักไม่ได้มีความหมายเจาะจงว่าเป็นเพศใด
  3. จีนอยด์ (Gynoid) เป็นการเรียกหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เพศหญิง
  4. แอ็คทรอยด์ (Actriod) เป็นหุ่นยนต์ที่เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ เช่น กระพริบตา หายใจ เริ่มพัฒนาโดย มหาวิทยาลัยโอซาก้าและบริษัทโคโคโระ
  5. ไซบอร์ก (Cyborg) เป็นหุ่นยนต์ที่เชื่อมต่อกับสิ่งมีชีวิต หรือ ครื่งคนครึ่งหุ่น เริ่มปรากฏครั้งแรกในเรื่องแต่งปี 1960
  6. นาโนโรบอท (Nanorobot) เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กมาก ขนาดประมาณ 5-3 ไมครอน

ตัวอย่างหุ่นยนต์แบบต่างๆ

curiosity

คิวริออสซิตี้ (CURIOSITY) หุ่นยนต์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สำรวจดาวอังคาร ขององค์การนาซ่า

หุ่นยนต์ “คิวริออสซิตี้” ออกแบบและสร้างโดยคณะนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ของโครงการความร่วมมือทางอวกาศระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลฝรั่งเศส มีขนาดเทียบเท่ารถยนต์ขนาด 4 ที่นั่ง น้ำหนักประมาณ 898 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน และใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 75,000 ล้านบาท) ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ของหุ่นยนต์ ได้แก่ แขนจักรกลสำหรับเก็บตัวอย่างก้อนหิน ดิน และแร่ตัวอย่างบนพื้นดาวอังคาร เพื่อนำมาวิจัยสภาพแวดล้อมทั้งในอดีตและปัจจุบัน พร้อมสว่านขุดเจาะหินและของแข็ง เครื่องยิงเลเซอร์วัดระดับรังสีในชั้นบรรยากาศ ระบบปฏิบัติการจำแนกชนิดของแร่ธาตุซึ่งทำงานร่วมกับระบบตรวจจับวัตถุรอบทิศทาง กล้องวีดิโอที่สามารถบันทึกภาพสีได้เหมือนจริง เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศดาวอังคารกลับมายังสถานีบนโลก รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ อีกประมาณ 10 ชนิด

asimo

อาซิโม (ASIMO) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ ของฮอนด้า

หุ่นยนต์ “อาซิโม” คือ การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของทีมวิศวกรจากบริษัทฮอนด้า ให้มีขีดความสามารถในการเดิน วิ่ง หรือเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ หุ่นยนต์อาซิโมจึงถือกำเนิดขึ้นและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำการศึกษาวิจัยโครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆ ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างละเอียด เพื่อให้อาซิโมและมนุษย์สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ โดยเริ่มทำการศึกษาและพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถเดินได้ด้วยขาทั้ง 2 ข้าง ให้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ได้เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชนเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 มีส่วนสูง 120 เซนติเมตร น้ำหนัก 52 กิโลกรัม และถ้านำเอาอาซิโมมาเปรียบเทียบกับหุ่นยนต์ต้นแบบ P3 หุ่นยนต์ต้นแบบและหุ่นยนต์ทดลองตัวอื่น ๆ แล้ว จะเห็นว่าอาซิโมมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่ามาก ทั้งยังเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องแคล่ว มีการทรงตัวที่ดี โครงสร้างภายนอกสวยงาม ทั้งหมดแสดงถึงการออกแบบอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ ความสามารถล่าสุดของอาซิโม คือ การประมวลผลการทำงานต่างๆ ด้วยระบบสมองกลอัจฉริยะ สามารถเข้าใจ รับรู้ลักษณะกิริยาท่าทางของมนุษย์ และตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ความสามารถของอาซิโมในด้านปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ทำให้อาซิโมสามารถทักทายบุคคลที่กำลังเดินเข้ามาหา เดินตามไปในทิศทางที่ได้รับการชี้แนะ หรือแม้กระทั่งจดจำใบหน้าและเรียกชื่อของบุคคลเหล่านั้นได้ด้วย

namo

นะ-โม (NAMO) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สายพันธ์ไทยจาก FIBO

หุ่นยนต์ “นะโม” (NAMO : Novel Articulated MObile platform) ได้รับการออกแบบโดยสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (Institute of Field Robotics / FIBO) เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหว และท่าทาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมถวายการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคารเรียนและวิจัยทางวิศวกรรมศาสตร์ นิทรรศการรัชกาลที่ 9 และนิทรรศการ 50 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี “นะโม” เป็นหุ่นยนต์ที่ท่อนบนมีลักษณะเป็น Humanoid หรือหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นล้อล้อเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสถียรภาพในการเคลื่อนที่ มีความสามารถในการต้อนรับ และนำเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งต่อไปอาจปรับเปลี่ยนไปใช้ในการแสดงสินค้า นำชมสถานที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ เป็นต้น “นะโม” ได้รับการออกแบบด้านกายภาพให้มีความสูงประมาณ 130 cm ประกอบด้วยมอเตอร์ที่ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายท่อนบน 16 ตัว ด้วยกัน และท่อนล่างเป็นฐานสามล้อที่สามารถเคลื่อนที่ได้ทุกทิศทาง (Three-wheeled omnidirectional mobile base) สามารถทำท่าทางต่างๆ จากการใช้เทคนิคการรู้จำท่าทาง สามารถหันศีรษะติดตามวัตถุที่สนใจได้โดยอัตโนมัติ โดยอาศัยเทคนิคการประมวลผลภาพจากกล้องที่ติดอยู่ภายในศีรษะ นอกจากนั้นนะโมยังสามารถพูดประโยคง่ายๆ ในภาษาไทยได้อีกด้วย

dinsow

ดินสอ (DINSOW) หุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ตัวแรกของประเทศไทย CTAsia Robotics

หุ่นยนต์ “ดินสอ” เป็นหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ตัวแรกของประเทศไทย ผลิตโดย บริษัท ซีทีเอเซีย โรโบติกส์ จำกัด (CTAsia Robotics Co.,Ltd) หุ่นยนต์ตัวนี้สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ซีทีเอเซีย โรโบติกส์ กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำหน้าที่ให้บริการมนุษย์ สามารถสื่อสารโต้ตอบกับมนุษย์ได้ โดยใช้เทคโนโลยีทางด้าน COMPUTATIONAL INTELLIGENCE ให้หุ่นยนต์จดจำภาษามือที่เป็นภาพเคลื่อนไหว สำหรับใช้สื่อสารกับผู้พิการทางการได้ยิน โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เปิดตัวแก่สาธารณชนในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552

หุ่นยนต์ดินสอ รุ่น 2 ถูกพัฒนามาจากหุ่นยนต์ดินสอ รุ่น 1 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์บริการตัวแรกของประเทศไทย ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้มีประโยชน์ใช้สอยในการดูแลผู้สูงอายุ มีความสามารถดังนี้

  • แขนกลที่ออกแบบให้เลียนแบบกล้ามเนื้อแขนของมนุษย์ด้วยการใช้เส้นสลิงก์ในการควบคุมการเคลื่อนที่ซึ่งสามารถพับงอหมุนได้ 7 จุดต่อ 1 แขน สามารถทำการเสริฟอาหาร, หยิบสิ่งของ รวมถึงไหว้และโบกมือ
  • สามารถทำการโทรออกไปยัง ผู้ที่ต้องการติดต่อได้พร้อมทั้งสามารถบันทึกรายชื่อผู้ที่ต้องการติดต่อไว้ในระบบฐานข้อมูลของหุ่นยนต์ดินสอรุ่น 2 ได้
  • มีการติดตั้งนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อ DinsowSpond ซึ่งเป็นระบบเรียกให้โทรกลับถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเรียกให้แพทย์หรือลูกหลาน ติดต่อกลับหาผู้สูงอายุได้อย่างรวดเร็ว

และยังได้มีการสร้าง หุ่นยนต์ดินสอมินิ (Dinsaw Mini) ด้วยวัสดุพลาสติกแข็ง โครงสร้างภายในเป็นเหล็กยึด ออกแบบขึ้นสำหรับดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง และมีความสามารถในการแจ้งแพทย์ฉุกเฉินได้ ซึ่งในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 ได้มีการทดสอบตัวอย่างที่โรงพยาบาลโอวากิ ประเทศญี่ปุ่น และที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ประเทศไทยด้วย

mio

มิโอะ (Mio) หุ่นยนต์สุนัขสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางสายตาจาก Sega Toys

หุ่นยนต์ “มิโอะ” หุ่นยนต์สุนัขมากด้วยความสามารถสั่งตรงจากเกาะญี่ปุ่น โดยผู้ผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่ “เซก้าทอยส์” (Sega Toys) โชว์ตัวครั้งแรกในงาน Tokyo Toy Show ซึ่งเป็นงานแสดงของเล่นประจำปี ที่กรุงโตเกียว นอกจากจะสามารถเดิน กระดิกหู กระดิกหาง เป็นความสามารถพื้นฐานเหมือนหุ่นตัวอื่นๆ แต่ที่พิเศษโดดเด่นแตกต่างไม่เหมือนใครก็คือ ตาแบบ LCD ที่สามารถแสดงความรู้สึกได้ด้วย สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของมันในตอนนั้นได้ ดีใจก็อีกแบบ เสียใจก็อีกแบบ หงุดหงิดก็อีกแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย ทุกอย่างแสดงออกมาทางแววตา  มาพร้อมกระดูกเทียมเข้าชุดสำหรับให้เจ้าตูบไฮเทคคาบเล่นน่าเอ็นดู ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีลักษณะเป็นสัตว์เลี้ยง อย่างเช่น สุนัข ออกมาเรื่อยๆ เพื่อให้มาเป็นเพื่อนเล่นกับมนุษย์

kuka

KUKA รุ่น KR AGILUS เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโลกแห่งหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรม

หุ่นยนต์ “KUKA” หุ่นยนต์ที่ทุกส่วนถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับงานอุตสาหกรรมมากมายและเป็นเอกลักษณ์ โดยครอบคลุมงานด้านการโหลดและประเภทของหุ่นยนต์แทบทั้งหมด โดยมีระบบควบคุมที่สามารถใช้งานร่วมกันได้และชุดซอฟแวร์สำหรับแอปพลิเคชันที่หลากหลายรองรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ KUKA ให้บริการร่วมกับเครือข่ายคู่ค้าระบบที่มีการปรับแต่งโซลูชันระบบอัตโนมัติรองรับทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถตระหนักถึงศักยภาพเต็มรูปแบบของผลิตภัณฑ์ KUKA ได้

unibot_

 

UNIBOT หุ่นยนต์สัญชาติไทย ออกแบบเพื่อทดแทนแรงงานจาก Unical & Pasho

SME Robot UNIBOT หุ่นยนต์สัญชาติไทย เป็นแขนหุ่นยนต์ 6 องศาอิสระ แบกน้ำหนัก (Payload) ได้ 3 กิโลกรัม ระยะยืดสูงสุด (Maximum reach) ประมาณ 60 เซนติเมตร มีความแม่นยำ (Repeatability) 0.05 มิลลิเมตร ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานด้านการหยิบจับชิ้นงาน (Pick and place) และการทำงานร่วมกับเครื่องจักร (Machine tending) พัฒนาและออกแบบโดยบริษัท ยูนิคัล เวิร์คส์ จำกัด และ บริษัท พาโช่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อทดแทนแรงงานคนในเครื่อง CNC จับชิ้นงานเข้าเครื่อง เมื่อเครื่องขึ้นรูปชิ้นงานเสร็จก็นำชิ้นงานออก ช่วยลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการผลิต โดยมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาให้สามารถช่วยตอบโจทย์งานให้กับลูกค้าแต่ละเจ้าที่มีความแตกต่างกันได้ หรือที่มี Application บาง Application ที่เฉพาะหรือมีความ Unique

3316435_orig

ดราก้อน รันเนอร์ (DAGON RUNNER) หุ่นยนต์กู้ระเบิด พระเอกในสนามรบ ของกองพลาธิการทหารบกอังกฤษ

“ดราก้อน รันเนอร์” หุ่นยนต์บังคับด้วยวิทยุเพื่อปลดชนวนระเบิดของกองพลาธิการทหารบกอังกฤษ มีขนาดกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 23 เซนติเมตร หนา 7.5 เซนติเมตร น้ำหนักเบาประมาณ 6 กิโลกรัม จึงพกพาใส่เป้สนามไปทุกที่ได้ และมันยังสามารถเข้าถึงทุกสภาพพื้นที่โดยใช้ความเร็วต่ำสำหรับภารกิจที่ต้องใช้ความละมุนละม่อม และเร่งความเร็วได้สูงสุดราว 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับภารกิจเร่งด่วน ตัวเครื่องดราก้อน รันเนอร์ ติดตั้งกล้อง 4 ตัว เพื่อแสดงภาพส่งกลับมายังเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งมีแขนกลทรงพลังสำหรับไว้ขุด จับ ตัด เจาะ ต่อ ยกของหนักสูงสุดได้ถึง 4.5 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถเปิดประตูขึ้นบันไดได้ด้วย หุ่นยนต์ปลดชนวนระเบิดนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการทำสงคราม ทำหน้าที่เป็นตัวตายตัวแทนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับมันหากเกิดผิดพลาดระเบิดขึ้นมา ลดเสี่ยงตาย เป็นพระเอกในสนามรบจริงๆ

baxter-robot

แบ็กเตอร์ (Baxter) หุ่นยนต์ที่จะมาช่วยคนทำงานในอุตสาหกรรมจาก Rethink Robotics

หุ่นยนต์ “Baxter” เป็นหุ่นยนต์ 2 แขน แต่ละแขนมี 7 องศาอิสระ (เท่ามนุษย์) ประมวลผลด้วน Intel Quad-core processor ต่อสาย USB, Ethernet ได้ มีระบบรองรับการอัพเดทซอฟต์แวร์ในอนาคต สามารถทำงานได้หลายแบบที่จำเจซ้ำๆ ซากๆ เช่น งานการผลิต การบรรจุสินค้าในกล่อง หรือการวางของบนสายพาน เป็นต้น หุ่นยนต์ Baxter ใช้งานง่าย  การสอนให้ทำงานนั้นก็ง่าย คนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็ทำได้ เพียงแค่ทำเป็นตัวอย่างให้ดู เช่น จับแขน Baxter ไปเหนือวัตถุที่จะหยิบ บิบมือหุ่นยนต์ให้หยิบของ ย้ายของไปที่ปลายทางแล้วปล่อย Baxter จะเรียนรู้กระบวนการเหล่านี้โดยใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก ได้แก่ กล้อง 5 ตัว ที่หัว 1 ตัว ลำตัว 2 ตัว มือข้างละ 1 ตัว Infrared sensor ที่มือ ข้างละ 1 ตัว และเซนเซอร์วัดแรงที่ข้อต่อทุกข้อ และก็สามารถเปลี่ยนงานที่ทำได้ง่ายๆ การฝึกฝนหุ่นยนต์ให้ทำงานใหม่ ก็เพียงแค่การย้ายมือหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวในท่าใหม่เท่านั้นเอง การทำงานก็ปลอดภัย สามารถทำงานเคียงข้างมนุษยได้ เพราะ Baxter ใช้ต้นกำลังแบบ Series elastic actuator (SEA) ทำให้ข้อต่อมีความอ่อนตัวแบบควบคุมได้ ทำให้ควบคุมแรงได้ดี จึงปลอดภัยที่จะทำงานใกล้ๆ นอกจากนี้ Baxter ยังติด Ultrasonic sensor รอบตัว สำหรับตรวจสอบว่ามีคนเข้าใกล้รึเปล่า เพื่อลดความเร็วในการทำงานลง

ในสถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องรู้จักนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความคุ้มค่ากับการลงทุน ผลักดันให้เกิดการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อไปสู่ยุค Industry 4.0 อีกทั้งยังต้องเร่งพัฒนาภูมิปัญญาไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี ในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มผลิตภาพอุตสาหกรรมให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้จริงในตลาดโลก ถึงแม้นประเทศไทยจะไม่ใช่ต้นกำเนิดของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ แต่การนำหุ่นยนต์เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ย่อมจะนำไปสู่ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่สนับสนุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และภาคการศึกษาย่อมส่งผลอันดีในการพัฒนาประเทศสืบไป

By: White Tofu

สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพียงกด Subscribe วารสารออนไลน์ประจำเดือน ที่รวบรวมข่าวสาร ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี 3D ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และออกแบบอุตสาหกรรมได้ที่นี่ หรือเข้าไปชมวารสารออนไลน์ย้อนหลังได้ที่ลิงค์ด้านล่างค่ะ

header-mi

mi_hh_16_12

  • 37
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(No Ratings Yet)
Loading...

Menu