Chat with us, powered by LiveChat

บ่นกับ BIM ภาคผู้บริหารควรเข้าใจ

Applicad Public Company LimitedArticle - ArchiCADบ่นกับ BIM ภาคผู้บริหารควรเข้าใจ

Aug

4

2017

บ่นกับ BIM ภาคผู้บริหารควรเข้าใจ

 

สำหรับเวลานี้ ในแวดวงงานก่อสร้างหลายคนคงพอจะทราบถึงเทคโนโลยีที่เรียกว่า BIM มาบ้างแล้ว บางคนก็เคยลองใช้และผมก็คิดว่าหลายคนไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งจากประสบการณ์ของผมในฉบับนี้ เราจะมาสรุป 5 ปัญหา ที่สำคัญๆ กันว่าใช้ BIM อย่างไรทำไมไม่ประสบผลสำเร็จ

1 ไม่เข้าใจรูปแบบการทำงานของระบบที่เรียกว่า BIM

สำหรับข้อนี้เป็นปัญหาสำคัญสำหรับหลายๆ บริษัทที่กำลังจะเปลี่ยนจากระบบ CAD มาเป็น BIM โดยก่อนอื่นเราจะเปรียบเทียบกราฟให้ดูก่อน

รูป 1 แสดงกระบวนการการทำงานของระบบ BIM เมื่อเทียบกับ CAD

โดยจากกราฟสีเทา คือ ระบบ CAD ที่เราทำงานอยู่ และเส้นสีแดง คือ ระบบ BIM เราจะสังเกตได้ว่า ระบบ CAD ในช่วงเริ่มต้นกราฟจะพุ่งขึ้น ซึ่งก็แน่นอนว่าการทำงานของ CAD จะเร็วกว่า หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเร็วกว่า เพราะจากที่เคยดูการสาธิต ระบบ BIM ก็ทำงานได้เร็วไม่ต่างกัน (กระบวนการนี้อาจฝังอยู่ในสมองผู้บริหารหลายๆ คนว่าหากใช้ BIM แล้วจะได้งานเร็วกว่าเดิมหลายเท่า) หากจะพูดง่ายๆ คือ ผู้สาธิตมีการเตรียม DATA ในการทำงานหลายๆ ส่วนมาแล้ว ทำให้เวลาทำงานดูราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งหากย้อนกลับมาถาม แล้วบริษัทของท่านล่ะ มีการเตรียม DATA ตรงนี้ไว้แล้วหรือยัง (* DATA คือ มาตรฐานที่บริษัทของท่านต้องมี เช่นมาตรฐานการเขียนแบบ สี วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ จะทำให้การทำงานเร็วขึ้น ซึ่งในตัวโปรแกรมจะเรียกส่วนนี้ว่า Template) แน่นอนเกือบ 100 % ว่าไม่มีแน่ๆ เพราะท่านเพิ่งจะเริ่มต้นใช้ BIM ถึงแม้จะเอา Template ของผู้อื่นมาใช้ การปรับให้เข้ากับบริษัทของท่านก็จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมมากเช่นเดียวกัน กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการขึ้นภูเขาที่สูงชัน โดยหากผ่านกระบวนการนี้ไปได้ การเปลี่ยนเป็น BIM จะง่ายขึ้นอย่างมาก

รูป 2 ไม่ควรเอาจุดเริ่มต้นมาตัดสินทั้งกระบวนการทั้งหมด

2 ไม่มีช่วงเวลาให้ผู้ทำงานได้เรียนรู้

การปรับเปลี่ยนหลายคนจะคิดว่าเรียนรู้จากงานจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งมันก็ใช่ และไม่ค่อยจะเหมาะกับการเริ่มต้นระบบ BIM สักเท่าไร เพราะจากข้อที่แล้วคุณพอจะทราบได้ว่า คุณกำลังขึ้นภูเขาที่สูงชัน แต่คุณดันเอาโปรเจกต์อันหนักอึ้งของคุณแบกขึ้นไปพร้อมๆ กัน มันทำให้คุณต้องรับภาระมากกว่าเดิม จากที่คุณเคยทำงานอยู่ และสุดท้ายคุณก็จะไปใช้ระบบเดิมในที่สุด ดังนั้นการเรียนรู้ควรมีเวลาให้กับมัน และตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนไม่ล้มเลิกกลางคัน แต่ก็ใช่ว่าการเลือกโปรเจกต์จริงมาทำไปพร้อมกับการเรียนรู้มันจะทำไม่ได้ เพียงแต่คุณต้องเลือกโปรเจกต์ให้เหมาะสม มีเวลามากพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบ ซึ่งผมก็เคยเห็นบุคคลสุดยอดเหล่านี้มาแล้ว

รูป 3 อุปสรรคช่วงเริ่มต้นใช้ BIM

3 จะทำ BIM ให้เหมือน CAD (ไปเพื่ออะไร)

สมัยที่ผมเรียน ผมเคยมีอาจารย์ที่สอนเขียนแบบด้วยมือคนหนึ่งที่เก่งมาก ทุกเส้นที่ขีดลงไปนุ่มและพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ที่สำคัญอาจารย์เขาไม่ชอบการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์เอามากๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเส้นมันดูแข็ง และไม่มีชีวิตชีวา ผมก็เห็นด้วยกับอาจารย์ทุกอย่าง แต่จุดประสงค์ของการเขียนแบบเพื่อก่อสร้างมันคือการสื่อให้ผู้ที่ร่วมทำงานกับเราเข้าใจแบบที่ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็น วิศวกร สถาปนิก ประมาณราคา ผู้รับเหมาก่อสร้างหรือทุกๆ ฝ่าย ซึ่งหากทุกฝ่ายเห็นแบบแล้วเข้าใจตรงกัน ถูกต้องชัดเจนตามที่เรานำเสนอไป มันก็น่าจะดีกว่าความพริ้วไหวของลายเส้น ซึ่งทุกวันนี้ผู้ใช้งานที่เปลี่ยนจากระบบ CAD มาเป็น BIM หลายท่านก็ยังไม่เข้าใจตรงนี้ พยายามปรับแบบทั้งหมดให้เหมือนเขียน CAD ทุกกระเบียดนิ้ว

 

โดยใช้คำว่ามาตรฐานเดิมมาเป็นตัวกั้น ทั้งๆ ที่คุณทำได้ดีกว่ามาตรฐานเดิม มีความชัดเจนกว่าเดิม ถูกต้องกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการปรับมาตรฐานให้เข้าใจง่ายขึ้น ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงสิ่งที่คุณนำเสนอออกมาได้มากกว่าเดิมนั้น น่าจะเป็นสาระสำคัญ กว่าการทำงานให้ออกมาเหมือนเดิมๆ ที่เคยทำ …ว่าไหม?

 

 

3 การพัฒนามีขั้นตอนและกระบวนการ

สิ่งที่ผู้บริหารอยากได้มักจะต้อง 100% เสมอ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูก แต่สิ่งที่จะทำควรแบ่งแยกให้เป็นสเต็ปชัดเจน เช่น กระบวนการที่ 1 จะเน้นการทำงานอะไร เช่น ทำ 3D หากเราทำ 3D ได้ตรงความต้องการแล้ว ก็ถือว่ากระบวนการนี้ทำได้ 100 % สามารถพัฒนาไปสเต็ปถัดๆ ไป ไม่ใช่ว่าเอาทุกอย่างมารวมกัน ทั้ง 2D / 3D / ถอดปริมาณ / ใส่งานระบบ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดแค่การเรียนรู้ก็ใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควรอยู่แล้ว ไม่ใช่อ้างว่าระบบ BIM ทำไม่ได้ แต่หากจะเริ่มต้นเราควรแบ่งเป็นสเต็ป เพราะเมื่อก่อนเวลาเราเรียน เขียน 2D หรือ 3D มันยังแบ่งเป็นคนละวิชากันเลย และเราก็เรียนกันเป็นเทอมเลยไม่ใช่หรือกว่าที่เราจะเก่งเท่าทุกวันนี้

 

รูป 4 กราฟแสดงการใช้งาน BIM แบบต่างๆ

จากที่เล่ามาดูเหมือน BIM ไม่น่าเปลี่ยนเลย แต่หากเราสังเกตให้ดีปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดจากการเรียนรู้ที่เรายังไม่คล่อง และข้อมูลที่ยังมีไม่พร้อม หากลองมองไปในอนาคตสำหรับช่วงงานก่อสร้าง เมื่อเราใช้งานได้คล่องแคล่วแล้ว มีข้อมูลเป็นของบริษัทและมาตรฐาน ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะหมดไป สิ่งที่เราได้เพิ่มมาคือลดปัญหาในงานก่อสร้างในอนาคตด้วย เนื่องจากการเคลียร์แบบที่มีความถูกต้องชัดเจนกว่าระบบ 2D ที่เราใช้กัน ซึ่งสิ่งนั้นทำให้เราสามารถลดงบประมาณที่บานปลาย ในขณะที่เราทำการก่อสร้างลงได้ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกหน่วยต้องการ ดังนั้นผมคงไม่ต้องบอกว่า BIM มีประโยชน์ไหม? สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ARCHICAD 21 ได้ที่ : https://www.applicadthai.com/pages/archicad21/

แต่วันนี้คุณทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาไปเป็นระบบ BIM พร้อมกับเราหรือยัง?

 

BY The Dark Lord

 

RELATED POST

บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(1 votes, average: 2.00 out of 5)
Loading...