AppliCAD Co., Ltd.Article - ArchiCADBIM อนาคตวงการออกแบบก่อสร้าง

Apr

25

2017

BIM อนาคตวงการออกแบบก่อสร้าง

นักออกแบบส่วนใหญ่คงอาจคุ้นเคยกับการเขียนแบบ 2 มิติ ด้วยโปรแกรม 2D CAD ที่มีให้เลือกใช้หลากหลาย รวมไปถึงการสร้าง Model 3 มิติ เพื่อการศึกษาแบบ หรือการนําเสนองาน ซึ่งทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นการสร้างเรขาคณิตของเส้นหรือระนาบ แต่เนื่องจากงานในลักษณะ 2 มิติ ยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ นอกจากกลุ่มคนที่อยู่ในกลุ่มช่าง วิศวกร หรือสถาปนิกเท่านั้น ทำให้การสื่อความเข้าใจและการถ่ายทอด หรือส่งต่อข้อมูลจึงมักจะขาดหายไป ไม่ครบถ้วน หรือมีความไม่สอดคล้องกัน ทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน หรือมีความผิดพลาดในบางเรื่อง ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับแก้แบบ และจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมในระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลใหเ้กิดความล่าช้าในการก่อสร้าง มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่างบประมาณที่กำหนดไว้ ทำให้งานเสร็จไม่ตามกำหนดเวลา ทำให้เทคโนโลยี BIM ซึ่งย่อมาจาก Building Information Modeling จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

คุณลักษณะพื้นฐานของระบบ BIM

การทํางานในแบบ 3 มิติ พร้อมทั้งเครื่องมือช่วยในการขึ้นองค์ประกอบอาคาร มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารประกอบอยู่ มีลําดับความสําคัญของข้อมูลแต่ละชนิด พร้อมเครื่องมือช่วยในการจัดการ Model  มีความสามารถในการผลิตแบบ 2 มิติ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมประเภท BIM ยี่ห้อใดก็ตาม มักจะมีคุณลักษณ์ข้างต้นเสมอ มีกระบวนการทํางานที่เหมือนกัน อาจแตกต่าง กันที่ขั้นตอน ชุดคําสั่งที่ใช้ในการสั่งงาน โปรแกรมที่อยู่ในแนวคิดของ BIM ก็มีอยู่หลายตัว เช่น ArchiCAD ของ Graphisoft, Revit ของ Autodesk, Vectorworks และ Allplan ของ Nemetschek, Bentley Building Design ของ Bentley เป็นต้น ด้วยความที่โปรแกรมประเภท BIM มีข้อมูลจําเพาะขององค์ประกอบอาคารประกอบลงไปใน Model อยู่แล้ว การดึงข้อมูลต่างๆ ออกไป จึงเป็นเรื่องง่ายมากสําหรับโปรแกรมประเภทนี้ ซึ่งทําให้การนําโปรแกรมไปใช้ในการประมาณราคา ตรวจสอบข้อมูล ติดตามความก้าวหน้าของงาน ทําได้ง่ายกว่าการใช้แอปพลิเคชันอื่นมาก อย่างไรก็ตามเราต้องเข้าใจว่าโปรแกรมประเภทนี้เตรียมที่เก็บข้อมูลให้เรา แต่ใช่ว่าจะมีข้อมูลครบถ้วนทุกเรื่องแล้ว นั่นหมายความว่า ผู้ใช้เองจําเป็นต้องป้อนข้อมูลที่จําเป็นทั้งหลายเข้าไปด้วย เราจึงจะได้ข้อมูลพร้อมที่จะไปทํางานในเชิงข้อมูลต่างๆ ต่อไปได้

โปรแกรมทางด้านงานออกแบบก่อสร้างคงมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน คือ รองรับแนวคิดของระบบ BIM โปรแกรมทางด้าน 3 มิติ หลายๆ ตัว ก็เริ่มมีการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือ เพื่อรองรับแนวคิดด้าน BIM มากขึ้น มีการเพิ่มขีดความสามารถในการอ่าน เขียนข้อมูลในระบบ BIM โดยเฉพาะในรูปแบบของ IFC ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางในการส่งผ่านข้อมูลในระบบนี้ การศึกษาหาความรู้คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในภาวะปัจจุบันอาจอยู่ในช่วงรอยต่อหลายหน่วยงานอาจมีศักยภาพและกําลังพอที่จะปรับใช้ระบบ ในขณะเดียวอีกหลายหน่วยงานอาจจะยังไม่มีกําลังพอ โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการใช้ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใช้ระบบ BIM มากขึ้น อาจส่งผลให้ต้นทุนการใช้งานลดลง Hardware ที่เก่งขึ้น ทําให้ทํางานกับข้อมูลขนาดใหญ่รวดเร็วขึ้น Software ที่เก่งขึ้น ทําให้การใช้งานง่ายขึ้นกว่าเป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าการพัฒนาการจะเป็นเช่นไร เรื่องมาตรฐานข้อมูล และกระบวนการทํางานจะยังคงเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จในการพัฒนาใช้ระบบ BIM อยู่เสมอ

ในปัจจุบันผู้ที่มีความต้องการที่จะนำเทคโนโลยี BIM ไปใช้ส่วนใหญ่จะเกิดจากผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของโครงการ จึงทำให้หลายๆ หน่วยงานเริ่มต้องมีการปรับตัวและศึกษามองหาโปรแกรม BIM เข้ามาใช้ เพื่อโอกาสในการทำงาน และการได้งานขององค์กรเองด้วย แต่ปัญหาหรือข้อจำกัดในการเริ่มต้นใช้เทคโนโลยี BIM ก็มี เพราะในกระบวนการทำงานของ BIM จะต้องมีข้อมูล (Information) และมีเทคโนโลยี (Technology) ที่เป็นส่วนประกอบที่ต้องผสมผสานตามสัดส่วนอย่างถูกต้อง เพื่อให้บุคลากร (People) ดำเนินงานบนกระบวนการได้ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดที่บุคลากรที่ไม่สามารถปรับเข้าหาการทำงานได้ ไม่ว่าจะเกิดจากแรงต่อต้าน ทัศนะคติ ของคนในองค์กร บางท่านที่ยังคงไม่อยากจะเพิ่มความยุ่งยากหรือต้องมาเริ่มเรียนรู้ใหม่ แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีได้ก้าวกระโดดไปเร็วมาก อยู่ที่เราพร้อมที่จะเปลี่ยนตามเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับเราเมื่อไร ช้าหรือเร็ว อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีจะต้องถูกกำหนดให้ใช้กับวงการออกแบบก่อสร้างบ้านเร็วๆ นี้แน่นอน ทางผู้เขียนและคนในวงการนี้เองก็คงมีความเชื่อเช่นนี้ แล้วทำไมคุณจะไม่ทำความรู้จักกับ BIM หรือปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีหละ ArchiCAD จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรม BIM ที่อยากจะแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะใช้งานง่าย โดยไม่ยุ่งยากสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือดาวน์โหลดโปรแกรมไปทดลองใช้ฟรี!! ได้ที่ https://www.applicadthai.com/archicad/

ข้อมูลอ้างอิงจาก : BIM กับการควบคุมต้นทุน เอกสารประกอบการสัมมนา งานวิศวกรรมแห่งชาติ 2559 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559

RELATED POST