AppliCAD Co., Ltd.Article - ArchiCADBIM ทำอะไรได้มากกว่าเเค่ 3D โมเดล

May

29

2017

BIM ทำอะไรได้มากกว่าเเค่ 3D โมเดล

 

เทคโนโลยี BIM หรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการออกแบบก่อสร้างที่เป็น BIM นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างโมเดลที่เป็น 3 มิติเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโมเดลที่ประกอบไปด้วยข้อมูลในทุกๆ รายละเอียดที่ผู้ออกแบบสร้างขึ้น ซึ่งข้อมูลนี้สามารถแชร์ไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา หรือเเม้กระทั้งฝ่าย Facility Management ความสำคัญของ BIM คือ Data ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็น Information บรรจุอยู่ใน Model โดยมนุษย์ ข้อมูลเหล่านี้จะส่งต่อไปยังหน้าที่ต่างๆ ให้ทำงานร่วมกัน การจัดการข้อมูล Object ต่างๆ จะต้องถูกกำหนดว่ามันคืออะไร?, ใช้ทำงานอย่างไร?, จะติดตั้งอย่างไร?, แสดงผลแบบไหน?, สามารถกำหนดการซ่อมแซมอย่างไร? นอกจากจะรายงานผลออกมาทางคณิตศาสตร์ที่บอก ความกว้าง-ยาว-สูงแล้ว ยังสามารถบอกค่า Physical เพื่อนำไปวิเคราะห์อีกหลายๆ ด้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้ BIM สามารถต่อยอดการทำงานได้อย่างไม่สิ้นสุด โดยเริ่มจาก

3D: Model

โครงการที่เป็น BIM และแบบ 2 มิติ การนำเสนอ และสรุปปริมาณด้วยโมเดลเดียวกันที่สถาปนิกและวิศวกร สามารถร่วมทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

 

2D: Drawings

ในส่วนนี้ คือ เราจะได้แบบ  2D Drawings โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะทำการแก้ไขเพียงจุดใดจุดหนึ่งของข้อมูล ส่วนที่เหลือจะถูกปรับให้อัตโนมัติโดยทันที

 

4D: Project Management

เป็นการสร้างแบบจำลองการก่อสร้าง นั่นหมายถึง เราจะสามารถดูไทม์ไลน์ และเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นกับโครงการของเราได้ก่อนที่จะขึ้นโครงการจริง รวมถึงการสร้างภาพเคลื่อนไหวเพื่อนำเสนอโครงการอีกด้วย

 

5D: Quantity Surveying

การทำงานด้านราคาเกี่ยวข้องกับปริมาณที่ถอดออกจาก Model จากข้อมูลหลักของการบรรจุไว้ตั้งแต่ต้นของการทำงานที่ตกลงกันถึงรายละเอียดของเนื้องาน การทำปริมาณวัสดุในงานก่อสร้างที่ผู้รับเหมาสามารถถอดวัสดุอุปกรณ์ตามแบบที่ได้สร้างขึ้นไว้ด้วยความรวดเร็วและง่ายต่อการปรับเปลี่ยน

สามารถทำการปรับเปลี่ยนปริมาณงานในการแก้ไขแบบเพื่อการวิเคราะห์ การทำประมาณการอาคาร และทรัพย์สิน รวมทั้งมูลค่าที่ดินตลอดอายุโครงการ

 

6D: Facilities Management

การทำงานด้านบริหารอาคาร บริหารทรัพย์สิน Facility Management ต้องอาศัยข้อมูลสุดท้ายของการก่อสร้างที่บรรจุลงใน As-built Model โดยนำข้อมูลไปใช้งานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการการใช้งานพื้นที่ในอาคารด้วยข้อมูลของ BIM ทั้งนี้ด้วยข้อมูลที่บรรจุใน BIM ทำให้สามารถนำไปจัดการวางแผนการซ่อมแซมอุปกรณ์ตามกำหนดเวลาอายุของอุปกรณ์นั้นๆ นำข้อมูลไปวางแผนการใช้พลังงานในอาคารตามพื้นที่การใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้วยการรับรู้ข้อมูลอาคารเดิม ซึ่งรายละเอียดของอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้สามารถประเมินการทำงาน ปรับปรุง ซ่อมแซมได้อย่างดี สามารถนำข้อมูลมาวางแผนการลงทุนอาคารในระยะยาวได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ตามอายุการทำงานหรือการสร้างมูลค่าอาคารให้สามารถรองรับกับอนาคต

 

7&8D: Energy and Sustainability

ในอนาคต BIM จะสามารถคำนวณในส่วนของพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากอาคาร ว่ามีมากมายเพียงใด กระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างไร และเท่าไร เป็นต้น

แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่า BIM เป็นเครื่องมือที่มาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น รวดเร็วมากขึ้น แต่ในส่วนของข้อมูลทุกอย่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคนที่ออกแบบในแต่ละส่วนที่จะต้องช่วยกันนำใส่เข้าไป เพื่อไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน และดึงประสิทธิภาพของ BIM มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่ความสามารถของโปรแกรมจะทำได้

ท่านใดที่สนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับ BIM เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือดาวน์โหลดโปรแกรม ArchiCAD BIM ไปทดลองใช้ได้ฟรี!! ที่  https://www.applicadthai.com/archicad/

หรือสามารถไปพบกับ ArchiCAD BIM ได้ที่งาน ArchiCAD BIM Conference 2017 ที่ไบเทคบางนา รายละเอียด คลิก https://www.applicadthai.com/archicad-bim-conference-2017/?ref=Articles

 

REGISTER (ลงทะเบียน) 

 

ข้อมูลและรูปภาพอ้างอิง: http://professionalacademy.southwales.ac.uk/news/en/2016/sep/30/what-is-a-bim-model/

RELATED POST

ปิดโหมดสีเทา