Chat with us, powered by LiveChat

5 เหตุผลทำไมต้องเปลี่ยนจาก 2D CAD มาเป็น SOLIDWORKS

Applicad Public Company Limited.Article - SolidWorks Article Mi Articles5 เหตุผลทำไมต้องเปลี่ยนจาก 2D CAD มาเป็น SOLIDWORKS

May

30

2018

5 เหตุผลทำไมต้องเปลี่ยนจาก 2D CAD มาเป็น SOLIDWORKS

ปัจจุบันเทคโนโลยีการออกแบบ 3D มีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักร ซึ่ง ณ ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ยุค 4.0 การผลิตที่เปลี่ยนจาก Mass Production เป็น Mass Customization การผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายในเวลาที่สั้นที่สุด จึงส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัว ด้วยการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประหยัดเวลา ใช้แรงงานคนน้อยลง ใช้เครื่องจักรมากขึ้น กระบวนการผลิตต้องมีความแม่นยำ อย่างที่เห็นได้ชัดในสายการผลิตด้วยระบบออโตเมชั่น ที่ผู้ผลิตเริ่มหันมาประยุกต์ใช้ระบบหุ่นยนต์ (Robotics) ให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วงการออกแบบ เขียนแบบจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันกับยุคสมัยใหม่นี้เช่นกัน

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้งานออกแบบด้าน 3D เริ่มเข้ามาแทนที่ 2D มากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของโลกยุคใหม่ได้ งานออกแบบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ 3D เพื่อเพิ่มความสามารถในการสื่อสารระหว่างลูกค้าให้เข้าใจมากขึ้น เพราะไม่ว่าคุณจะทำงานด้านไหน 3D ก็จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์การทำงานของคุณ อาทิ

  • การสร้าง Tool Path ในโปรแกรม CAM เพื่อจำลองการทำงานของเครื่อง CNC ได้เลย
  • การสร้าง Mesh ในโปรแกรม CAE เพื่อทดสอบความแข็งแรงชิ้นงานต้นแบบก่อนนำไปผลิตจริง
  • การทำ Animation เพื่อจำลองการเคลื่อนที่ของชิ้นงานต้นแบบจากจอคอมพิวเตอร์
  • การนำไฟล์ 3D ไปเข้าเครื่อง Rapid Prototyping (3D Printer) เพื่อพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบก่อนนำไปผลิตแม่พิมพ์จริง

เห็นได้ชัดว่าโปรแกรม 3D สามารถตอบโจทย์ทุกการทำงานด้านการออกแบบอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุม

 

แล้วทำไมจึงควรเปลี่ยนจากโปรแกรม 2D CAD มาเป็นโปรแกรมออกแบบ

3D ชั้นนำอย่าง SOLIDWORKS ???

 

 

1. SOLIDWORKS ช่วยลดข้อผิดพลาด

1.1 SOLIDWORKS ช่วยลดข้อผิดพลาดเมื่อมีการแก้ไขแบบ

กรณีที่ใช้โปรแกรม 2D ในการออกแบบจะต้องทำการอัพเดท Drawing เองในทุกๆ วิว ที่มีการเปลี่ยนแปลงของชิ้นงาน และในหนึ่งชิ้นงานจะต้องแก้ไขแบบอย่างน้อย 3 วิว พร้อมทั้งแก้ในแบบประกอบทุก Drawing อีกด้วย ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญรูปแบบ 2D จะมองไม่เห็นมิติที่ทับซ้อนกัน เมื่อมีแก้ไขแบบก็จะไม่สามารถมองเห็นแบบในมิติที่ทับซ้อนกันได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังเมื่อไปสู่ขั้นตอนของการผลิตจะไม่สามารถประกอบได้ ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขแบบซ้ำอีก ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของผู้ออกแบบ

แต่ถ้าเราเลือกใช้โปรแกรม 3D อย่าง SOLIDWORKS นอกจากเราจะเห็นชิ้นงานในรูปแบบ 3D เสมือนจริงแล้ว เมื่อเราแก้ไขชิ้นงาน โปรแกรมก็จะอัพเดท Drawing ให้ทุกวิว และทุกไฟล์ชิ้นงานแบบประกอบ ที่สำคัญเราจะทราบถึงผลกระทบที่เปลี่ยนไปหลังจากที่แก้ไขชิ้นงาน อาทิ การปรับขนาดใหม่ การติดขัด หรือการกินเนื้อกันของชิ้นงาน ทำให้สามารถรู้ถึงข้อผิดพลาดต่างๆ ก่อนนำไปผลิตจริง สามารถทำงานได้ไวขึ้น และยังลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย

รูปแสดงตัวอย่าง Resemin Bolter ใช้ SOLIDWORKS ช่วยในการออกแบบ และเช็คหาจุดที่ซ้อนทับหรือชนกัน ในงานประกอบที่มีชิ้นงาน 500 – 4,000 ชิ้น ได้อย่างรวดเร็วในการตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปผลิตจริง

 

รูปแสดงตัวอย่าง 2D Drawing ที่สร้างจากการฉายภาพ 3D อัตโนมัติ และรวมไปถึงการอัพเดทชิ้นงานมีการเปลี่ยนไปของขนาด

 

1.2 SOLIDWORKS ช่วยลดข้อผิดพลาดในการประกอบและการชนกัน

ในแบบ 2D เป็นเรื่องยากที่จะหาส่วนที่ประกอบไม่ลง ยิ่งถ้าเป็นงานใหญ่ และซับซ้อนอาจจะข้อผิดพลาดได้ง่าย ใช้เวลาในการตาม แก้ไข และเช็คความถูกต้อง ดังนั้นคนใช้โปรแกรม 2D มักจะใช้ทางลัด คือ แก้ไขขนาดหลอกเฉพาะตัวเลข ไม่ได้แก้ไขชิ้นงานให้ได้ตามขนาดจริงที่เปลี่ยนไป แต่ถ้าใช้ SOLIDWORKS เราจะกำจัดจุดที่มีการซ้อนทับได้อย่างง่ายดาย สามารถหาจุดซ้อนทับของทุกชิ้นงานที่ประกอบกันได้อย่างรวดเร็ว หรือสามารถตรวจสอบรูเจาะที่เยื้องกันก็ได้ด้วย ส่วนการชนกันของชิ้นงานที่มีการเคลื่อนที่ ถ้าเป็น 2D เราไม่สามารถที่จะจำลองการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนได้เลย การเช็คการติดชนเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการออกแบบเครื่องจักร เพราะเครื่องจักรจะมีการเคลื่อนไหวของชิ้นงานที่หลากหลายแบบ การเคลื่อนไหวจึงไม่ควรมีการติดขัด

ถ้าใช้ SOLIDWORKS จะสามารถจำลองการเคลื่อนที่พร้อมเช็คการชน หรือเช็คการติดขัดของกลไกที่ออกแบบสามารถเห็นภาพขณะออกแบบได้อย่างชัดเจนด้วยสี และเสียงเมื่อมีการชนกันของชิ้นงาน หากต้องการเช็คพิกัดความเผื่อของงานประกอบก็สามารถประเมินค่าที่ต่ำสุดและสูงสุดได้ เมื่อไปสู่ขั้นตอนของการประกอบสามารถใช้ฟีเจอร์ TolAnalys ในการตรวจสอบช่วยกำหนดค่าเผื่อให้เหมาะสมกับชิ้นงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการกำหนดค่าเผื่อที่ละเอียดมากเกินจำเป็น

รูปแสดงตัวอย่าง SOLIDWORKS ช่วยในการตรวจสอบการเยื้อของรูเจาะได้อย่างอัตโนมัติ

 

2. ลดการออกแบบที่ซ้ำซ้อน

เนื่องจาก SOLIDWORKS มีลักษณะการทำงานแบบ Parametric ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนขนาดต่างๆ ของชิ้นงานได้ โดยดับเบิ้ลคลิกส่วนที่ต้องการแก้ไขก็จะขึ้นขนาดของชิ้นงานขึ้นมา เพียงกดแก้ไขขนาดโปรแกรมก็จะทำการอัพเดทขนาดให้เองอัตโนมัติ ไม่ว่าชิ้นงานนี้จะอยู่ที่ใดทั้ง Drawing และงานประกอบ จากนั้นเราสามารถเซฟงานชิ้นส่วนที่เป็นมาตรฐานเก็บไว้ใช้เองได้อีกด้วย หรือจะใช้ฟีเจอร์ Design Table ที่สามารถปรับขนาดชิ้นงานด้วย Excel โปรแกรมจะสร้างเป็นคอนฟิกให้เราเลือกใช้งานได้แบบง่ายๆ หรือจะเลือกสร้างชิ้นงาน งานประกอบ และ Drawing จากเงื่อนไขที่กำหนดเขียนขึ้นมาเป็นรูปแบบให้ผู้ใช้เลือกขนาด เลือกรูปแบบได้เอง โดยการใช้ DriveWorksXpress ก็สามารถทำได้รวมไปถึงชิ้นส่วนมาตรฐานจากผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ สามารถที่จะเข้าไปโหลดชิ้นงานสำเร็จรูปจาก www.3DContentCentral.com หรือใน 3D Experience Marketplace มาประกอบกัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้งานของเราทำได้อย่างงายดายและรวดเร็ว แถมมีชิ้นงานให้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็น กระบอกลม มอเตอร์ เกียร์ แบริ่ง และอื่นๆ อีกมากมาย

รูปแสดงตัวอย่าง DriveWorksXpress.และ Experience Marketplace
เครื่องมือช่วยสร้างงานใหม่ๆ ที่เหมือนหรือคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ขนาดและรูปแบบ

 

รูปแสดงตัวอย่าง เว็ป www.3DContentCentral.com ที่รวมไฟล์มาตรฐานให้ใช้ง่ายได้ฟรี

 

3. SOLIDWORKS ช่วยให้ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำได้อย่างรวดเร็ว

ช่วยให้การทำงานด้านการออกแบบผสานกับการทดสอบในหน้าต่างเดียวกัน สามารถทดสอบความแข็งแรง และลดขนาดที่เกินความจำเป็นให้เหมาะสมกับแรงที่กระทำได้ นอกจากการหาแรงที่กระทำกับชิ้นงานแล้ว เรายังสามารถที่จะจำลองการเคลื่อนไหว เพื่อหาขนาดมอเตอร์ที่เหมาะสม หาความเร็ว ความเร่ง หาค่าสปริง ค่าแรงเสียดทาน ค่าแรงโน้มถ่วง และค่าทางด้านฟิสิกส์ทางกายภาพต่างๆ ของงานออกแบบได้ ดังนั้น SOLIDWORKS จะสามารถคำนวณความแข็งแรง การเสียรูป ความล้า ค่าความปลอดภัย การถ่ายเทความร้อน การสั่นสะเทือน และการวิเคราะห์การไหล นอกจากนั้น SOLIDWORKS ยังจะช่วยกำหนดขนาดชิ้นงานได้ว่าหน้าตาชิ้นงานจะเป็นอย่างไร ถ้าชิ้นงานมีแรงที่มากระทำหรือตามเงื่อนไขที่เรากำหนด

รูปแสดงตัวอย่าง SOLIDWORKS Simulation ช่วยในการวิเคราะห์และหาค่าที่เหมาะสม
จากการคำนวณแรงที่เกิดขึ้นเช่น Stress, การเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน, การไหล และอุณหภูมิ

 

รูปแสดงตัวอย่างในโปรแกรม SOLIDWORKS Simulation
ที่ใช้ฟังก์ชัน Topology ช่วยหารูปร่างชิ้นงานให้เราแบบอัตโนมัติ

 

4. SOLIDWORKS เป็นซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีการผลิต

ปัจจุบันนี้การใช้ไฟล์ 3D CAD เป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ใช้งานนำไปต่อยอดกับงานด้านต่างๆ ได้เลย อาทิ การทำ NC โปรแกรม, การสร้างต้นแบบด้วยเครื่อง RP (Rapid Prototype), การสร้างแม่พิมพ์ และงานโลหะแผ่น ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์งาน 3D เพื่อเป็นตัวอ้างอิงในการสร้าง Toolpath สำหรับ CNC, RP FDM, งานโลหะแผ่นที่มีค่าเผื่อการยืด, งาน RP ต้องการไฟล์ STL จาก 3D เพื่อไปพิมพ์เป็นงานต้นแบบ และ SOLIDWORKS ยังมี DFMXpress ที่ช่วยในการตรวจสอบความเป็นไปได้ในการผลิตชิ้นงานได้ด้วย เราสามารถรู้เลยก่อนเลยว่าจุดไหนมีความเสี่ยงในการผลิตบ้าง

รูปแสดงตัวอย่างในโปรแกรม SOLIDWORKS CAM ที่จะช่วยสร้าง G-Code
เพื่อสั่งให้เครื่องจักร CNC ทำงานตามแบบที่เราต้องการ

 

5. SOLIDWORKS ใช้เป็นเครื่องมือในการนำเสนองาน

ทีม Sales และ Marketing สามารถใช้ประโยชน์จาก SOLIDWORKS ในการนำเสนองานด้วยการสร้างรูปเสมือนจริง สร้างภาพเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดความน่าสนใจและเพิ่มความเข้าใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ เนื่องจากลูกค้าจะมองภาพ 3D ได้เข้าใจมากกว่าการดูแบบ 2D นอกจากจะใช้ในการนำเสนองานแล้ว ยังสามารถนำไฟล์ 3D ทั้งในรูปแบบของภาพเสมือนจริง หรือวิดีโอแสดงการทำงานของเครื่องจักร ไปใส่ในเว็ปไซต์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ก็ช่วยเสริมในเรื่องของภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ท่านยังสามารถนำไฟล์ 3D ไปต่อยอดสร้างชิ้นงานต้นแบบด้วยการใช้ 3D Printer เพื่อนำเสนองานให้ลูกค้าสามารถมองเห็นชิ้นงานเสมือนจริง และยังสามารถจับต้องชิ้นงานได้ เพิ่มความมั่นใจและการตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นก่อนนำไปผลิตชิ้นงานจริง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายการสร้างโมเดล และหากลูกค้าต้องการปรับหรือแก้ไขแบบ ก็สามารถปรับแบบได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

รูปแสดงตัวอย่างในโปรแกรม SOLIDWORKS Composer ที่ช่วยสร้างเอกสารเพื่องานการตลาด งานคู่มือ

 

เรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างรวดเร็ว ยุคที่คู่แข่งมีโอกาสแซงหน้าได้ตลอดเวลา การมีตัวช่วยในการออกแบบด้วยโปรแกรม 3D อย่าง SOLIDWORKS เครื่องมือที่สามารถช่วยให้การทำงานง่ายและรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสื่อสารระหว่างผู้ออกแบบและผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะการสื่อสารด้วยรูปภาพ 3D หรือภาพเคลื่อนไหวจะทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าการดูแบบ 2D

รูปแสดงตัวอย่างกรณีที่เปลี่ยนจากการใช้งาน 2D CAD มาเป็นออกแบบ SOLIDWORKS

ช่วยในการสื่อสารภายในและภายนอกและแสดงให้เห็นนวัตกรรมองค์การได้เป็นอย่างดี

 

รูปแสดงตัวอย่าง AppMenu ที่เป็นตัวช่วยในการเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมกับ SOLIDWORKS

สำหรับท่านที่ยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูล 2D อยู่ หากต้องการจะเปลี่ยนจาก 2D มาเป็น  3D แต่ยังมีความกังวลว่าจะเกิดปัญหากับไฟล์งานเก่า อันที่จริงปัญหาในการปรับเปลี่ยนนั้นจะไม่เกิดขึ้น เพราะโปรแกรม SOLIDWORKS สามารถรองรับไฟล์ 2D อย่าง  AutoCAD, DWG, DXF ได้ แล้วจึงนำไฟล์ดังกล่าวไปแปลงเป็นไฟล์ 3D ตลอดจนยังสามารถส่งออกไฟล์ 3D Drawing ไปยังผู้ใช้ 2D ด้วยไฟล์มาตรฐาน อาทิ DWG, DXF ได้ด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าท่านยังกังวล และไม่มั่นใจอยู่ หรือยังมีคำถามในเรื่องของการปรับจากการใช้งาน 2D มาเป็น 3D และยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ทางแอพพลิแคด เรามีทีมที่ปรึกษา มีศูนย์ฝึกอบรมได้รับมาตรฐานระดับประเทศ  อีกทั้งยังมี AppMenu Application บนหน้าต่างโปรแกรม SOLIDWORKS ที่รวบรวมวิดีโอสอนการใช้งาน ในชุดคำสั่งพื้นฐานให้อย่างครบถ้วน พร้อมทั่งรวบรวมเทคนิคการใช้งานต่างๆ ที่สามารถเรียนรู้ได้เอง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานจริงได้ อีกทั้งยังมีบริการหลังการขายที่คอยให้คำแนะนำและสอนการใช้งาน รับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนผ่านการใช้งานโปรแกรม 2D มาเป็นการใช้งาน 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้งานโปรแกรม SOLIDWORKS ได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.applicadthai.com/solidworks/

  • 260
    Shares
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่
(1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...