Project : SENA Apartment แบบจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับประเทศไทย

AppliCAD Co., Ltd.Success - ArchiCADProject : SENA Apartment แบบจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับประเทศไทย

Oct

25

2016

Project : SENA Apartment แบบจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับประเทศไทย

case-study_tadah_00

case-study_tadah_01

case-study_tadah_02 case-study_tadah_03 case-study_tadah_04

รายละเอียดการใช้โปรแกรมในการออกแบบ

แนวทางแบบเดิมของผู้ออกแบบจะคิด Concept ก่อนโดยใช้โปรแกรมสเก็ตอัพ แล้วจึงปรับเป็น Document ด้วยโปรแกรม CAD ปัญหาที่พบคือ ขั้นตอนที่จะปรับจาก โปรแกรมสเก็ตอัพมาเป็น CAD จะต้องทำงานสองรอบ ทำให้เสียเวลาในการทำงาน จึงหาแนวทางในการแก้ไข แล้วก็พบว่ามีเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้คือ BIM ปัจจุบันผู้ออกแบบใช้โปรแกรม ArchiCAD ตั้งแต่ขึ้นแบบ Concept Design ตอนแรก จนถึงขั้นตอน Construction Documents ซึ่งโปรแกรมสามารถตอบโจทย์ได้ทุกกระบวนการ ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อก่อนขั้นตอนดีไซน์ เมื่อวาง Lay out เราจะใช้เวลาในการดีไซน์ประมาณ 2 เดือน แล้วจึงปรับแบบมาถึงขั้นตอนการทำ Document ซึ่งเหมือนมาเริ่มต้นกระบวนการใหม่อีกครั้ง ทำให้ค่อนข้างเสียเวลาในการทำงานและทำงานซ้ำซ้อนกับงานเดิมที่เคยคิดไว้

case-study_tadah_05 case-study_tadah_06 case-study_tadah_07

ข้อดีของการใช้โปรแกรม ArchiCAD ในการออกแบบ

เนื่องจากเมื่อก่อนเราใช้โปรแกรม AutoCAD ในการแบบ 2 มิติ เช่น วาด plan วาด section และอื่นๆ พออัพเดท จุดนึง แต่จุดอื่นๆ ไม่อัพเดทตาม ทำให้ต้องมาไล่แก้ทุกจุด แต่เมื่อปรับมาเป็น BIM การทำงานจะมีความแม่นยำกว่าเดิม (เพราะระบบ work ในโมเดล 3มิติ เมื่อมีการปรับแก้ในกระบวนการ Document จะถูกปรับแก้ทั้ง Plan และ Section จะถูกปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติทั้งหมด ) การแก้ไขต่างๆ จะทำได้ง่ายยิ่งขึ้น และจากการศึกษาตัวอย่างจากงานที่สิงค์โปรคือ หาก

การใช้ระบบ BIM จะทำให้วิศวกรสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น นั่นหมายถึงว่าวิศวกรสามารถเอา Model ที่สร้างจากงานสถาปัตย์ ไปทำงานต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ท่อและงานระบบต่างๆ การกำหนดโครงสร้างจากโมเดล BIM ของงานสถาปัตย์เลย และการแชร์งานกันเพื่อเคลียแบบทั้งหมดและลดปัญหาหน้างานได้ ซึ่งหากเรายังใช้รูปแบบเดิมอยู่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของตำแหน่ง ขนาด และอื่นๆ การเคลียแบบจะแก้ไขที่หน้างาน เนื่องจากงานวิศวะและงานสถาปัตย์ที่ใช้คนละโมเดลทำให้งานที่ได้ไม่ค่อยตรงกัน ซึ่งคาดว่าหากทั้งวิศวกรและสถาปนิกผู้ออกแบบในทุกส่วนใช้ระบบ BIM งานต่างๆ จะมีความถูกต้องมากขึ้น ลดปัญหากการชนกันของงานพร้อมทั้งปัญหาหน้างานก็จะลดน้อยลงได้เช่นกัน

สรุปกรณีศึกษา

Construction Document

Hardware Source

IMAC 2.7GHz Intel Core i5, RAM 8GB 1600MHz DDR3, NVIDIA GeForce GT640 512MB, OSX 10.8

People ware กี่คน ตำแหน่งอะไร

1 Design Partner 1 Architectural Designer

Software

ArchiCAD 16

Software อื่นๆ

ArchiCAD 16เป็นหลัก แต่เวลาส่งให้ consultants ใช้การ export เป็น Auto-CAD

ผลลัพธ์ที่ได้

เวลา – 10 เดือน

คุณภาพงานที่ได้ – มีคุณภาพและรายละเอียดที่ดี

ปริมาณงานที่ได้ – จำนวน 181 แผ่น

Process ที่ใช้

Concept Design

สำหรับ ช่วงแรกจะใช้ SkechUP เพื่อศึกษา Massing หลังจากได้ Mass แล้ว จึงนำมาพัฒนาแบบต่อใน ArchiCAD (โปรเจ็คหลังๆ ทางทีมได้พัฒนามาใช้ รูปแบบ BIM ตั้งแต่ต้น )

สรุปกรณีศึกษา

Design Development

ขั้นตอนนี้ได้นำไฟล์จากช่วง Conceptual มาทำงานต่อซึ่งเมื่อมีการปรับแก้ไข แบบก็ยังสามารถใช้งานรวดเร็ว

Construction Documents

การเขียนงานในช่วง Construction เพื่อความรวดเร็ว สามารถแชร์งานแบบ Teamwork เพื่อช่วยกันทำงานได้

สรุปการใช้ BIM เทียบกับ LOD Process

อยู่ในระดับ Construction Documents

RELATED POST