CAD/CAM for Sheet Metal Fabrication
มาเริ่มต้นรู้จักโปรแกรม Fabri WIN กัน
โปรแกรม Fabri WIN เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบชิ้นงานที่ผลิตด้วยโลหะแผ่น ซึ่งในขั้นตอนการทำงานเราสามารถเริ่มต้นการออกแบบรูปจากภาพ 3 มิติ และคลี่แบบของชิ้นงาน ออกเป็น2 มิติ หรือสามารถออกแบบจากโปรแกรม 3D Software ในส่วนของงานโลหะแผ่นแล้ว สามารถส่งแผ่นคลี่จาก 3D Software มาสู่โปรแกรม Fabri WIN ได้เลย จากนั้นทำการจัดวางเครื่องมือ (แม่พิมพ์/ลำแสงเลเซอร์) สำหรับการทำงานของเครื่องเจาะ (Punching) หรือ เครื่องเลเซอร์(Laser) ด้วยความสามารถในการทำงานดังที่กล่าวมา จึงเรียกได้ว่า โปรแกรม Fabri WIN เป็นทั้งโปรแกรม 3D และ 2D CAD/CAMนอกจากนี้ โปรแกรม Fabri WIN ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยในการจัดวางชิ้นงานรูปแบบเดียว หรือหลายๆรูปแบบลงบนแผ่นโลหะขนาดใหญ่เพื่อประโยชน์ในการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า ตลอดจนคำสั่ง ในการสร้างโค้ดแบบอัตโนมัติ (G-code) ที่เป็นคำสั่งในการทำงานของเครื่องจักร |

รูปตัวอย่างการ Link ข้อมูลระหว่าง Solidworks กับ Fabri WIN |
| ก่อนอื่นก็ขอแนะนำให้ได้รู้จักกับหน้าต่างการทำงานต่างๆที่มีในโปรแกรม Fabri WIN เริ่มจาก หน้าต่าง Fabri WIN (Fabri WIN Window) ซึ่งเป็นหน้าต่างแรกในการเรียกใช้โปรแกรม Fabri WIN ในหน้าต่างนี้ เราสามารถเปิดหน้าต่าง 3D Model สำหรับออกแบบภาพ 3 มิติ และหน้าต่าง Part Drawing สำหรับออกแบบชิ้นงาน 2 มิติ รวมทั้งหน้าต่าง Nesting ซึ่งเป็นหน้าต่างสำหรับการวางชิ้นงานหลาย ๆ รูปแบบเราสามารถเปิดหน้าต่างการทำงานได้หลายๆหน้าต่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าต่าง 3D Model, หน้าต่าง Part Drawing, หน้าต่าง Auto Nesting และอื่น ๆ ได้ในหน้าต่าง Fabri WIN สามารถจัดวางหน้าต่างการทำงานเหล่านี้ในตำแหน่งที่ต้องการบนหน้าต่าง Fabri WIN โดยจะย่อหรือขยายหน้าต่างการทำงานตามต้องการได้ |
หน้าต่างการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ (3D Model Window)

รูปตัวอย่างหน้าต่างการทำงาน 3D |
| ในส่วนการทำงาน 3มิติ เมื่อทำการสร้างชิ้นงานได้แล้ว สามารถทำการคลี่ชิ้นงานได้เลย ในส่วนการคลี่จะต้องกำหนดค่าการยืดตัวของวัสดุให้ถูกต้องเพื่อที่จะได้รูปแผ่นคลี่ที่มีขนาดที่ถูกต้อง |
หน้าต่างการออกแบบชิ้นงาน 2 มิติ (Part Window)
รูปตัวอย่างหน้าต่างการทำงานในส่วน Part
คำสั่งในการทำงาน(Tool bar) –สามารถจะจัดวางให้อยู่ที่ไหนก็ได้เพื่อให้สะดวกกับการใช้งาน ถ้าทำการเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปวางไว้บนคำสั่ง และรอสักครู่จะเกิดคำอธิบายสั้นๆ สำหรับคำสั่งนั้นๆ
พื้นที่การทำงาน (Work Area) -เป็นพื้นที่ในการสร้างรูป ซึ่งสามารถใช้คำสั่งซูม (Zoom) แพน (Pan) ฯลฯ ช่วยในการแสดงภาพของชิ้นงานในส่วนที่ต้องการ หรือแสดงภาพทั้งหมดได้
การกำหนดขนาดของรูปที่จะสร้าง (Input bar) - ในขั้นตอนการออกแบบชิ้นงาน นอกจากเราจะใช้เมาส์ในการกำหนดตำแหน่งแล้ว เรายังสามารถกำหนดตำแหน่ง หรือค่าความยาว, ขนาด, มุม ได้โดยการพิมพ์ค่าที่ถูกต้องลงไป
ในหน้าต่างการออกแบบภาพ 2 มิตินี้ เราสามารถสลับการทำงานระหว่าง การออกแบบภาพ และการลง Tooling เครื่องมือสำหรับการออกแบบรูปภาพ ในหน้าต่าง Part จะมีคำสั่งการทำงานเหมือนกัน ไม่ว่าโปรแกรมจะสนับสนุนการทำงาน ของเครื่องเจาะ(Punching) หรือเครื่องเลเซอร์ (Laser)
เครื่องมือสำหรับการวางรูปแบบการตัดให้กับเครื่องเลเซอร์ (Laser)จะมีคำสั่งในการวางแนวการตัดของลำแสงเลเซอร์ ทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดแนวการตัดด้วยตัวเอง, สามารถจัดลำดับการทำงาน ของแนวลำแสงเลเซอร์ทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดเอง, สามารถประมาณเวลาในการทำงาน และมีคำสั่งในการสร้างโค้ด (G-code) แบบอัตโนมัติ
เครื่องมือสำหรับการวางรูปแบบการตัด ให้กับเครื่องเจาะ (Punch-ing) ซึ่งมีคำสั่งช่วยในการวางแม่พิมพ์ และการจัดลำดับทิศทางการทำงานทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดแม่พิมพ์เอง ตลอดจนสามารถประมาณเวลาในการทำงาน และแสดงจำนวนครั้งในการตอกของแม่พิมพ์จากรูปชิ้นงานที่ถูกวางแนวการตัดแล้ว รวมถึงคำสั่งในการสร้างโค้ด (G-code) แบบอัตโนมัติ
|
|
เครื่องมือสำหรับการวางเส้นบอกขนาด ซึ่งสามารถใช้ในการบอกขนาดสำหรับรูปของชิ้นงาน โดยเลือกใช้คำสั่งการวางเส้นบอกขนาด(Dimension) เราสามารถเลือกใช้คำสั่งในการวางเส้นบอกขนาดทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดเอง ซึ่งสามารถกำหนดรูปแบบของหัวลูกศร, ชนิดตัวอักษร, ตำแหน่งการวาง และกำหนดตำแหน่งหลังจุดทศนิยมที่ต้องการให้แสดง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้เลือกรูปแบบการวางได้ ว่าจะเป็นการวางแบบธรรมดา (Ordinate),วางแบบต่อเนื่อง (Baseline), วางแบบลูกโซ่ (Chain) หรือวางบอกตำแหน่ง X,Y ซึ่งสามารถเลือกใช้คำสั่งดังกล่าวได้ตามความต้องการ
|

รูปตัวอย่างการวางเครื่องมือให้กับชิ้นงาน
หน้าต่างการจัดวางชิ้นงานลงบนแผ่นโลหะขนาดใหญ่โดยกำหนดเอง (Sheet Window)
เป็นหน้าต่างการทำงานที่มีลักษณะโครงสร้างคล้ายคลึงกับหน้าต่างการออกแบบภาพ 2 มิติ (Part Window)ในหน้าต่างนี้สามารถสลับการทำงานระหว่างหน้าต่าง Part (Part Window) กับหน้าต่าง Sheet (Sheet Window)
เมื่อทำการวางเครื่องมือในส่วนของ Part แล้วในส่วนของ Sheet เรามีหน้าที่จัดวางชิ้นงานในรูปแบบต่างๆโดยใช้เครื่องมือสำหรับการหมุน, การเคลื่อนย้าย, การเพิ่ม, การลบ ตลอดจนการแก้ไขชิ้นงานต่างๆ ที่ถูกจัดวางไว้ โดยสามารถออกแบบการจัดวางตามต้องการ
เมื่อจัดวางเสร็จหน้าที่ต่อไปคือการจัดลำดับการตัด เราสามารถจัดลำดับแบบอัตโนมัติหรือแบบกำหนดเองก็ได้ สำหรับส่วนนี้จะแบ่งเป็น
1) Laser Tooling ซึ่งสนับสนุนการทำงานของเครื่องเลเซอร์ จะมีเครื่องมือที่ช่วยในการจัดลำดับ,ทิศทางของการเดินลำแสงเลเซอร์, การทำ Reposition , การหาเวลาประมาณในการทำงาน และการสร้าง G-code สำหรับเครื่องจักร
2) Punch Tooling สำหรับเครื่อง Punching จะมีเครื่องมือสำหรับการจัดลำดับการทำงานของแม่พิมพ์,การจัดทิศทางการทำงานของแม่พิมพ์ภายใน Pattern, การเพิ่ม Reposition ทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดเอง, การหาเวลาประมาณในการทำงาน และการสร้าง G-code สำหรับเครื่องจักร |
| |
|
|
|
|