Articles

SolidWorks File Structure

Thu, 03/25/2010 - 16:12

ในยุคนี้ หากจะถามถึงคนที่ยังไม่รู้จักซอร์ฟแวร์ SolidWorks คงจะมีคนยกมือน้อยมาก ด้วยความที่เป็นซอร์ฟแวร์ใช้งานง่าย ไม่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เยอะจนเกินเหตุ และอีกอย่างที่จำเป็นมากๆ ก็คือ “ใครๆเขาก็ใช้กัน” ทำให้นักออกแบบเลือกใช้ซอร์ฟแวร์ SolidWorks ในการออกแบบกันมากยิ่งขึ้น
                แต่หากจะพูดถึงการจัดการไฟล์งานที่นักออกแบบได้สร้าง ได้คิดออกมาเยอะแยะนั้น แต่ละคนมีการจัดการไฟล์อย่างไร มีความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของไฟล์ SolidWorks กี่มากน้อย อาจจะต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับโครงสร้างของไฟล์ ความสัมพันธ์ของไฟล์เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                โครงสร้างของไฟล์
                ไฟล์งานที่สร้างจาก SolidWorks นั้น เป็นลักษณะที่เรียกว่า Single point Database หมายถึง แต่ละส่วนของข้อมูลจะถูกบันทึกอยู่ในแต่ละไฟล์ ถ้าไฟล์อื่นๆต้องการส่วนหนึ่งส่วนใดของของมูลในไฟล์จะต้องมีการเชื่อมโยงไปยังตำแหน่งที่เก็บข้อมูลนั้นๆ มิได้ทำการสำเนาข้อมูลไปยังไฟล์ดังกล่าว ดังนั้น การทำงานแบบนี้จะต้องมีการสร้างในส่วนที่เรียกว่า External References
          External References?
                External References เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเอกสารหนึ่งถึงเอกสารหนึ่ง เป็นลักษณะตัวชี้ตำแหน่งไปยังตำแหน่งของข้อมูลในไฟล์นั้นๆ และเป็นลักษณะการเชื่อมโยงตำแหน่งแบบสมบูรณ์ เช่น
D: Myfile bracket.sldprt
                การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเอกสารใน SolidWorks นั้นเป็นลักษณะการเชื่อมโยงแบบทางเดียว เช่น ไฟล์ Assembly จะมีการเชื่อมโยงไปยัง part ที่ประกอบอยู่ใน Assembly นั้นๆ โดย part ดังกล่าวจะไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกลับมายังไฟล์ Assembly หรือกล่าวได้ว่า part นั้นๆ จะไม่สามารถทราบได้ว่าถูกนำไปใช้ใน Assembly ใดบ้าง
                ข้อดีของการใช้ External references เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในส่วนของขนาดใน part ทุกๆไฟล์ที่นำชิ้นส่วนนี้ไปใช้งาน จะมีการอัพเดทด้วย ดังนั้น การเชื่อมโยงระหว่างเอกสารจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
            SolidWorks File
                การที่จะเข้าใจการเชื่อมโยงระหว่างไฟล์ SolidWorks นั้น จะต้องมีความเข้าใจโครงสร้างหลักของไฟล์ SolidWorks ที่ทำการสร้างไฟล์ทุกๆไฟล์ในแต่ละครั้ง โดยการสร้างไฟล์แต่ละครั้งนั้นจะต้องไปกอบไปด้วยข้อมูลสี่ส่วนด้วยกัน คือ Header, Instruction Set, Database และ Visualization Data

 

รายละเอียด
1. Header หรือส่วนหัวของไฟล์ โดยไฟล์ทุกชนิดที่ทำงานบนระบบวินโดว์ จะต้องมีการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ โดยค่าที่ถูกบันทึกไว้ในส่วนนี้คือ รูปแบบ,ชื่อไฟล์,ชนิดของไฟล์,ขนาดของไฟล์และคุณสมบัติของไฟล์ ดังนั้น ส่วนนี้ก็จะมีการเก็บข้อมูลในส่วนของจุดเชื่อมโยงหรือ Reference pointers ด้วย
2. Instruction Set จะเป็นตำแหน่งที่เก็บข้อมูลของไฟล์ในส่วนของฟีทเจอร์ โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ใน FeatureManager และเก็บรวบรวมอยู่ในรูปไบนารี่ โดยข้อมูลส่วนนี้จะถูกส่งไปยัง Modeling Kernel เพื่อทำการสร้างรูปร่างของโมเดล
3. Database คือ ผลลัพธ์จาก Modeling Kernel ซึ่งก็คือฐานข้อมูลที่ประกอบด้วยคำจำกัดความทางคณิตศาสตร์ กล่าวง่ายๆก็คือ รูปร่างหน้าตาที่เห็นอยู่บนจอนั่นเอง โดยข้อมูลส่วนนี้คือผลลัพธ์จาก Instruction Set นั่นเอง
4. Visualization Data คือตำแหน่งของข้อมูลที่เก็บบันทึกในส่วนรายละเอียดของ Configuration และรูปร่างหน้าตาของโมเดล เช่น ตอนเปิดไฟล์ จะมีภาพแสดงลักษณะหน้าตาของโมเดลนั้นๆ ก่อนทำการเปิดไฟล

การลดขนาดของไฟล์
การที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของไฟล์ SolidWorks นั้น ทำให้สามารถที่จะช่วยลดขนาดของไฟล์ลงได้ระดับหนึ่งทีเดียว โดยถ้าไฟล์นั้นๆ มีความจำเป็นจะต้องส่งไปยังผู้รับปลายทางผ่านอีเมล์ จะต้องลดขนาดไฟล์ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ อยู่สองวิธี คือ Block Method และ Suppress Base Feature Method

• Block Method เป็นวิธีการสร้างบล็อคสี่เหลี่ยมมาครอบชิ้นงานนั้นๆ ซึ่งจะเป็นวิธีการลดข้อมูลในส่วนของ Database และ Visualization data ซึ่งโมเดลนั้นๆอาจจะมีจำนวนพื้นผิว (Surface) ขอบ (Edge) หรือจุดร่วมขอบงาน (Vertices)  เป็นจำนวนมาก สามารถลดการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ลงได้มาก


ตัวอย่าง

จากไฟล์ตัวอย่าง ไฟล์งานถูกสร้างจาก SolidWorks เวอร์ชั่นเก่า ถ้าหากทำการเปิดไฟล์ด้วย SolidWorks เวอร์ชั่นใหม่กว่า แนะนำให้ทำการ save ไฟล์นั้นๆอีกรอบ โปรแกรมจะทำการแก้ไข และปรับปรุงข้อมูลของไฟล์นั้นๆเป็นเวอร์ชั่นใหม่ โดยขนาดไฟล์จะมีขนาดเล็กลง ดังนั้นไฟล์ที่สร้างจากเวอร์ชั่นเก่าควรจะทำการแปลงให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ โดยใช้โปรแกรม SolidWorks Task Scheduler *
* ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรทำการสำรองข้อมูลไว้เสมอ

หลังจากนั้นทำการสร้างสเก็ตซ์ โดยเลือก Rectangle และทำการ Extrude เพื่อสร้าง solid body มาครอบชิ้นงานเดิม โดยปกติจะเลือกออฟชั่น Merge result ให้โดยอัตโนมัติ สังเกตง่ายๆ Solid body จะมีเพียงก้อนเดียว

ทำการ Save และทำการเช็คขนาดของไฟล์อีกที จะเห็นได้ว่าขนาดของไฟล์ลดลงมา ทั้งนี้เกิดจากการลดข้อมูลในส่วนของ Database และ Visualization data นั่นเอง

Suppress Base Feature Method

จากภาพ เป็นฟีทเจอร์ของโมเดลตัวอย่าง ผู้ใช้งานสามารถเลือกฟีทเจอร์ Base-Extrude และทำการ Suppress ผลลัพธ์จะได้ดังภาพ หลังจากนั้นทำการ save
ไฟล์งานจะมีขนาดเล็กลงอีก ทั้งนี้เกิดจากการลดข้อมูลในส่วนของ Database, Visualization Data และ Instruction

File Reference
          ซอร์ฟแวร์ SolidWorks ทำการเอกสารต่างๆ โดยมีการเชื่อมโยงไปยังเอกสารอื่นๆ โดยใช้ลักษณะการเชื่อมโยง (Linking) ไม่ใช่การคัดลอกไปยังหลายๆไฟล์ ซึ่งการเชื่อมโยงนั้นไม่จำเป็นจะต้องบันทึกหรือจัดเก็บอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเอกสารที่เรียกใช้ ซึ่งโดยปกติแล้วเอกสารจะถูกจัดเก็บไว้ในหลากหลายตำแหน่งบนระบบเน็ตเวิร์ค ซึ่งซอร์ฟแวร์ SolidWorks ได้ให้เครื่องมือสำหรับการเชื่อมโยงเอกสารไว้หลายชนิดด้วยกัน

Object Linking and Embedding (OLE)
          ซึ่งโดยปกติแล้ว การเชื่อมโยงเอกสารลักษณะนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือ Linking และ Embedding ซึ่งการ Linking จะเป็นลักษณะการเชื่อมโยงเอกสารต้นฉบับไปยังเอกสารปลายทาง และยังมีการเชื่อมต่อกันตลอด หากเอกสารต้นฉบับมีการแก้ไข จะทำข้อมูลที่เชื่อมต่ออยู่กับเอกสารปลายทางมีการอัพเดทด้วย ส่วนการเชื่อมโยงแบบ embedding นั้นเหมือนกับการคัดลอกเอกสารที่ต้องการไปยังเอกสารปลายทาง และข้อมูลที่เอกสารปลายทางจะมีมีการอัพเดทใดๆ แม้มีการแก้ไขเอกสารต้นฉบับ



รูปแบบการเชื่อมโยงไฟล์ (File Reference example)
                โดยปกติแล้ว ผู้ใช้งานสามารถที่จะค้นหาการเชื่อมโยงระหว่างเอกสารได้ โดยเข้าไปที่เมนู File>Find References


File Reference

                ซอร์ฟแวร์ SolidWorks เป็นซอร์ฟแวร์ที่เรียกว่า RAM-resident CAD หมายถึง เมื่อมีการเปิดไฟล์ใดๆขึ้นมาทำงาน ข้อมูลทุกส่วนของไฟล์ จะถูกดึงจากฮาร์ดดิสก์มาอยู่บนหน่วยความจำ (RAM) นั่นหมายถึงว่า การแก้ไข เปลี่ยนแปลงใดๆเกี่ยวกับโมเดลหรือไฟล์นั้นๆ จะเกิดผลกับข้อมูลที่อยู่บนหน่วยความจำเท่านั้น ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไฟล์นั้นๆแบบถาวร จะต้องทำการ save ข้อมูลนั้น ก็จะไปทำกับอัพเดทที่ฮาร์ดดิสก์

RAM หรือ Random Access Memory เป็นหน่วยความจำแบบชั่วคราวของระบบคอมพิวเตอร์ หน่วยความจำนี้จะเก็บข้อมูลไว้ในขณะที่คอมพิวเตอร์กำลังทำงานเท่านั้น และข้อมูลบนหน่วยความจำนี้จะหายไปเมื่อหยุดการทำงานหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

Fixed Memory คือ หน่วยความจำแบบถาวร ซึ่งอาจจะเป็นฮาร์ดดิสก์ ฟลอปปี้ดิสก์ หรือ แฟลชไดรฟ์ ซึ่งข้อมูลที่อยู่บนอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่หายไปแม้หยุดการทำงานของคอมพิวเตอร์

บทความโดย : จเร เมฆแก้ว

Comments